บทเรียนการล่มสลายของ Crypto Hedgefund

บทเรียนการล่มสลายของ Crypto Hedgefund

บทเรียนการล่มสลายของ Crypto Hedgefund @ Pedro – ณพวีร์ พุกกะมาน

ในภาวะที่ตลาดคริปโตเป็นขาลงประกอบกับการล่มสลายลงของโปรเจกต์คริปโตชื่อดังอย่าง Terra Chain ทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่แพลตฟอร์มต่างๆ ในโลกคริปโตประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็น Celsuis Network ผู้ให้บริการกู้ยืมคริปโต BlockFi ผู้ให้บริการ Exchange และกระเป๋าเงินดิจิทัล

จนกระทั่งทำให้นักลงทุนสถาบันรายใหญ่หรือ Hedgefund ที่ลงทุนในคริปโตอย่าง Three Arrows Capital ลามไปจนถึง Voyager Digital ซึ่งเป็นผู้ที่ปล่อยกู้ให้กับ Three Arrows Capital ไปลงทุนต่อต้องถึงกับล้มละลายทั้งคู่

การล้มละลายของ Three Arrows Capital ยังทำให้รู้ความจริงอีกว่ากองทุนนี้ไม่ได้ลงทุนใน Early Stage ของโปรเจกต์คริปโตเท่านั้น แต่ยังเป็นนักเก็งกำไรในเหรียญต่างๆรวมถึงใช้เงินกู้มา Leverage ผลตอบแทนอีก เมื่อเหรียญที่เข้าไปลงทุนอย่าง LUNA ปรับตัวลดลงกว่า 90% รวมถึงเหรียญอื่นๆในตลาดที่ปรับตัวลง 70-80% ทำให้ต้องถูกบังคับชำระหนี้จนขาดสภาพคล่อง

ขณะที่ผู้ให้กู้อย่าง Voyager Digital ที่ล้มละลายและยุติการให้บริการไปจนกระทบต่อผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากซึ่งไม่เคยรู้มาก่อนว่าแพลตฟอร์มที่ตนเองนำเงินมาฝากเพื่อรับผลตอบแทนจะนำเงินไปลงทุนกับกองทุน Hedgefund ซึ่งมีความเสี่ยงสูงอีกต่อหนึ่ง

สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากบทเรียนนี้คือในโลกของการเงินไม่ว่าจะเป็นการเงินดั้งเดิมหรือในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลมักจะมีปัญหาเรื่องของ “ความโปร่งใส” ในการบริหารจัดการ เช่นเดียวกับในปี 2009 ที่เกิดวิกฤติซับไพร์มที่แต่ละสถาบันการเงินต่างเข้าไปลงทุนและเสนอขายตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงจนกระทั่งราคาสินทรัพย์ที่ถืออยู่ด้อยค่าลงทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง และผู้ที่ฝากเงินในธนาคารที่ล้มละลายไปต้องประสบความเสียหายโดยที่เขาเองไม่ได้รู้เลยว่าเงินที่นำไปฝากนั้นนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง

นอกจากประเด็นเรื่องของความโปร่งใสแล้ว อีกบทเรียนที่เกิดขึ้นคือการเพิ่มผลตอบแทนด้วยการกู้หรือ Leverage นั้นยังเป็นต้นเหตุของวิกฤติการเงินในทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการเงินดั้งเดิมหรือในโลกของคริปโต เรามักจะได้เห็นข่าวที่นักเทรดรายย่อยเสียหายจากการเทรดเนื่องจากใช้อัตราทดในระดับสูง เมื่อตลาดมีการเหวี่ยงตัวหรือผันผวนสูงจะทำให้เกิดการบังคับขายหรือ Liquidate เกิดขึ้น แต่ในที่สุดแม้แต่นักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนมหาศาลยังสามารถขาดทุนจาก Leverage ได้

สถานการณ์ตลาดคริปโตในตอนนี้เรากำลังเห็นสภาพคล่องในตลาดที่เริ่มแห้งเหือดไปเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นเม็ดเงินลงทุนใน DeFi หรือ NFT ที่ลดลงจากจุดสูงสุดเป็นอย่างมาก เราไม่อาจที่จะวางใจได้ว่าจะมีกองทุนหรือแพลตฟอร์มอื่นๆที่จะมีปัญหาขาดสภาพคล่องและล้มละลายไปอีกหรือไม่

ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกอาจจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ถ้าหากแพลตฟอร์มต่างๆมีการลงทุนระหว่างกัน หากแพลตฟอร์มใดล้มไปก็อาจจะเกิดโดมิโนเอฟเฟคท์ขึ้นได้ เราอาจจะได้เห็นการปรับตัวลงต่อของตลาดอีกก็เป็นได้ สิ่งที่นักลงทุนจะเรียนรู้ได้ก็คือการใช้ Leverage อย่างเหมาะสมรวมถึงการกระจายความเสี่ยงแพลตฟอร์มในการลงทุนคริปโตไม่ไปกระจุกรวมกันอยู่ในเหรียญใดเหรียญหนึ่งหรือแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น เงินลงทุนของเราอาจจะสูญไปทั้งหมดก็เป็นได้ จนกว่าจะมีกฎระเบียบที่เข้ามาควบคุมดูแลตลาดคริปโตเช่นเดียวกับโลกการเงินดั้งเดิม

บทความโดย : Pedro – ณพวีร์ พุกกะมาน

► เปิดบัญชีเทรด GMI คลิก : https://1trader.com/linkout/2144

Related Articles

ตลาดทุน Q3 ปรับธีมรับศึกภาวะ ศก.ถดถอย พลิกเกม! ลุยเพิ่มพอร์ต “ทองคำ-บิทคอยน์-หุ้น Defensive”

ไตรมาสสามปี 2565 ตลาดการเงินส่งสัญญาณปรับธีมการลงทุน จับตาปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ภายหลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ครั้งล่าสุด ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและทองคำ แนะจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ค. วันที่ 10 ส.ค. ประกอบการตัดสินใจ ชู “ทองคำ-บิทคอยน์-หุ้น Defensive” สินทรัพย์ดาวเด่น เอาชนะเศรษฐกิจถดถอย

วิกฤติคริปโต 2018 vs 2022 ต่างกันอย่างไร??

ความแตกต่างและระหว่างวิกฤตในปี 2018 และ 2022 คือในปี 2018 ตลาดขาลงมาจากการหมดความเชื่อมมั่นในเทคโนโลยี แต่ปี 2022 เกิดจากความวิตกกัวลของนักลงทุนที่มีต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯทำให้ต้องมีการขายสินทรัพย์ที่ได้เคยได้ประโยชน์จากนโยบายการเงินผ่อนคลายหรือคิวอีทั้ง Bitcoin และหุ้นเทคโนโลยีออกมา

จับตาตลาดหุ้นใกล้ผ่านจุดต่ำสุด “ทองคำ-บิทคอยน์” สินทรัพย์ต้านเงินเฟ้อ

นักลงทุนรุ่นใหม่เผยดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคาสินทรัพย์ระยะสั้น ลุ้นระยะ 1-2 เดือน หากราคาไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ เป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้นในระยะยาว ขณะที่ปัจจัยมหภาคจับตาทิศทางเงินเฟ้อ ชูทองคำและบิทคอยน์ เป็นสินทรัพย์รับมือภาวะเงินเฟ้อสูง ทางตลาดหุ้นจีน มีโอกาสกลับมา Outperform อีกครั้ง จากจุดแข็งที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

ตลาดคริปโตถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง??

คำถามที่นักเทรดคริปโตทั้งโลกต้องการจะรู้คือถึงตอนนี้ราคา Bitcoin และตลาดคริปโตลงมาจนถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง?? คุณ ณพวีร์ พุกกะมาน นักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Creative Investment Space (CIS) สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ ได้ให้ข้อสังเกตไว้ดังนี้

กราฟ ราคา Bitcoin วันนี้ เหรียญ BTC (บิทคอยน์)

บิทคอยน์ (Bitcoin) หรือ BTC คือสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) สกุลแรกของโลกที่ถูกสร้างขึ้นบน “บล็อกเชน” (Blockchain) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับตรวจสอบธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ หัวใจของบิทคอยน์คือ “การกระจายศูนย์” (Decentralized) ที่ปราศจากการควบคุมจากตัวกลางหรือการกำกับดูแลของรัฐบาลและธนาคารใดๆ ปัจจุบันบิตคอยน์มีมูลค่าและส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในตลาดคริปโตฯ ด้วยปริมาณการซื้อขายอย่างมหาศาลในแต่ละวัน เครือข่ายบิตคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2009 โดยผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโตะ” (Satoshi Nakamoto)…

กราฟ ราคา Tether วันนี้ เหรียญ USDT ปัจจุบัน

Tether หรือ USDT นั้นเป็น Cryptocurrency ที่ใช้ Blockchain ซึ่งการที่จะสร้าง Crypto ตัวนี้ขึ้นมานั้นต้องได้รับการสนับสนุนโดยจำนวนเงินเทียบเท่าของสกุลเงินคำสั่งแบบ 1:1 โดยอิงจากสกุลเงินดอลล่าห์สหรัฐ ตัว Tether Token ใช้สัญลักษณ์ตัวย่อเป็น USDT นั่นเอง Tether นั้นเป็น Cryptocurrency ที่เรียกว่า Stablecoins ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสเถียรภาพกว่า อย่างเช่นตัว…

crypto-USD Coin

USDCUSD Chart by TradingView คริปโตเคอร์เรนซี Cryptocurrency คืออะไร สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คือ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ประเภทหนึ่งที่มีการรักษาความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับสกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) เพียงแต่ไม่สามารถจับต้องได้ แม้ว่าตอนนี้คริปโตฯ จะยังไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายดังเช่นสกุลเงินทั่วไป (ยกเว้นประเทศเอลซัลวาดอร์ซึ่งเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติให้บิตคอยน์สามารถใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายได้) แต่ก็มีธุรกิจหลายแห่งเริ่มมีการนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตฯ มาใช้เพื่อปรับตัวรับโลกการเงินที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป…

กราฟ ราคา Ethereum วันนี้ แนวโน้มเหรียญ ETH

Ethereum (ETH) คือ เครือข่าย Blockchain ที่เป็นแพลตฟอร์มให้เหล่านักพัฒนาสามารถสร้างแอพพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ หรือ Dapps (Decentralized Application) Dapps คือ แอพพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ที่ไม่ถูกควบคุมโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้แต่ตัวผู้พัฒนาเอง แต่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองผ่าน Smart Contract ที่เขียนขึ้นโดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ชื่อ Solidity  การใช้ Dapps สามารถตัดคนกลางออกไปได้ เหมือนกับที่ Bitcoin สามารถตัดคนกลางออกไปจากเรื่องของการโอนเงิน…

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save