ข้ามไปเนื้อหา
Famous Traders · Value

Peter Lynch

ปีเตอร์ ลินช์ / ผู้จัดการกองทุน Magellan ผู้หาหุ้นจากห้างสรรพสินค้า

อดีตแคดดี้สนามกอล์ฟที่กลายเป็นผู้จัดการกองทุนรวมที่ดังที่สุดของยุค 1980 เขาเชื่อว่าคนธรรมดาเห็นไอเดียดี ๆ ก่อนวอลล์สตรีท ถ้ายอมทำการบ้านต่อ หน้านี้ให้คุณลองถือ Magellan ด้วยตัวเลขจริงรายปี ฝึกแยกหุ้น 6 กลุ่มแบบลินช์ และวัดว่าราคาแพงเกินการเติบโตหรือไม่

อ่านประมาณ 14 นาทีอัปเดต 4 ต.ค. 2569

ภาพประกอบ: สมุดจดไอเดียหุ้น ชื่อหุ้นเป็นตัวอย่างที่ลินช์และสื่อเล่าถึง ไม่พบภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด

เกิด1944
Magellan1977–1990
ผลตอบแทนต่อปี29.2%
ชนะ S&P 50011/13 ปี
Magellan · 1977–198929.2%ผลตอบแทนทบต้นต่อปีจากตัวเลขรายปี เทียบ S&P 500 รวมปันผลราว 14.6%
เงิน 10,000 ดอลลาร์×28ถ้าถือตั้งแต่ต้นปี 1977 ถึงสิ้นปี 1989 จะกลายเป็นราว 280,000 ดอลลาร์
สินทรัพย์กองทุน$14Bโตจากราว 18 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นเงินใหม่ ไม่ใช่ผลตอบแทน
01

Profileข้อมูลสรุป

ชื่อPeter Lynch (ปีเตอร์ ลินช์)
เกิด19 มกราคม 1944 ที่เมืองนิวตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
การศึกษาปริญญาตรี Boston College ปี 1965 เรียนประวัติศาสตร์ จิตวิทยา และปรัชญา และ MBA จาก Wharton ปี 1968
เส้นทางที่ Fidelityฝึกงานปี 1966 เข้าทำงานประจำปี 1969 เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยปี 1974–1977 และต่อมาเป็นรองประธาน
กองทุน Magellanบริหารตั้งแต่พฤษภาคม 1977 ถึงพฤษภาคม 1990 ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 29.2% ต่อปี สินทรัพย์โตจากราว 18 ล้านเป็น 14,000 ล้านดอลลาร์
สไตล์เลือกหุ้นทีละตัวจากการทำการบ้าน ซื้อหุ้นเติบโตในราคาที่สมเหตุสมผล (GARP) และถือหุ้นจำนวนมาก ปี 1989 กองทุนถือหุ้นราว 1,400 ตัว
หนังสือOne Up on Wall Street (1989) Beating the Street (1993) และ Learn to Earn (1995) เขียนร่วมกับ John Rothchild
ปัจจุบันเกษียณจากการบริหารกองทุนตอนอายุ 46 ปี ยังเป็นรองประธานของ Fidelity และทำงานการกุศลผ่าน Lynch Foundation
02

From caddie to Magellanจากแคดดี้สนามกอล์ฟ สู่ผู้จัดการกองทุนที่ดังที่สุดของยุค

ลินช์เสียพ่อตั้งแต่เด็ก และต้องทำงานเป็นแคดดี้ช่วยครอบครัว ที่สนามกอล์ฟเขาได้ฟังนักธุรกิจคุยเรื่องหุ้นทุกวัน หุ้นตัวแรกที่เขาซื้อตอนเรียนมหาวิทยาลัยขึ้นมาหลายเท่า และช่วยจ่ายค่าเรียนต่อ

เขาเข้า Fidelity ในฐานะนักวิเคราะห์ ไต่เต้าจนได้บริหาร Magellan กองทุนเล็ก ๆ ในปี 1977 และเกษียณเมื่ออายุเพียง 46 ปี แตะแต่ละช่วงเพื่อไล่ดูเส้นทางของเขา

FIELD NOTES · 1944–1995สมุดบันทึกชีวิตของลินช์

1944 · เกิดวันที่ 19 มกราคม 1944 ที่เมืองนิวตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ชานเมืองบอสตัน

1 / 14
CASE FILE · L’EGGSไอเดียจากรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ต
  1. 1เห็นCarolyn ภรรยาของเขาซื้อถุงน่อง L’eggs ของ Hanes จากซูเปอร์มาร์เก็ต และชอบมาก
  2. 2สงสัยทำไมขายดี เขาพบว่าคนแวะซูเปอร์มาร์เก็ตบ่อยกว่าร้านขายเสื้อผ้ามาก สินค้าที่วางขายตรงนั้นจึงได้เปรียบ
  3. 3ตรวจดูคู่แข่ง ดูว่าธุรกิจทำกำไรแค่ไหน และหุ้นยังไม่แพงเกินไป
  4. 4ซื้อHanes กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำเงินให้ Magellan มาก

เรียบเรียงจากที่ลินช์เล่าในสัมภาษณ์กับ PBS Frontline และบทความของ Wharton Magazine บทเรียนสำคัญไม่ใช่ขั้นที่ 1 แต่คือขั้นที่ 2 และ 3

ลินช์ใน Wharton Magazine

คนที่พลิกก้อนหินดูมากที่สุดคือคนที่ชนะเกมนี้

ถอดความ ไม่ใช่คำแปลตรงตัว
03

Magellan, year by yearห้องทดลอง: ถือ Magellan ด้วยตัวเลขจริงรายปี

ตัวเลขด้านล่างคือผลตอบแทนรายปีจริงของกองทุน Magellan เทียบกับดัชนี S&P 500 รวมปันผล เลือกปีที่คุณเข้าและออก หรือเลือกพฤติกรรมไล่ตามผลงาน คือถือเฉพาะปีที่ต่อจากปีที่กองทุนทำได้ดี แล้วดูว่าเงิน 10,000 ดอลลาร์ของคุณเป็นอย่างไร

พฤติกรรมของคุณไล่ตามผลงาน: ถือปีต่อไปเฉพาะเมื่อปีก่อนกองทุนให้ผลตอบแทนตั้งแต่ 20% ไม่อย่างนั้นถือเงินสด
ผลตอบแทนรายปี (%)
MagellanS&P 500ปีที่เงินคุณอยู่ในกองทุน
เงิน 10,000 ของคุณ—
ถ้าถือ Magellan ไม่ขาย—
ถ้าถือ S&P 500—
ปีที่ Magellan ชนะ—

สินทรัพย์กองทุน18 ล้าน → 14,000 ล้านโตราว 778 เท่า
เงิน 1 ดอลลาร์ที่ถือตลอด1 → ราว 28โตราว 28 เท่า

ส่วนต่างเกือบทั้งหมดคือเงินใหม่ที่นักลงทุนแห่เข้ามาหลังกองทุนดัง ยิ่งเงินเข้ามาช้า ก็ยิ่งได้ส่วนที่เหลือของการเติบโตน้อยลง

ผลตอบแทนรายปีตามปีปฏิทินของ Magellan จาก Wikipedia และ S&P 500 รวมปันผลจาก Slickcharts ลินช์เริ่มบริหารเดือนพฤษภาคม 1977 และออกเดือนพฤษภาคม 1990 ตัวเลขปี 1977 และ 1990 จึงรวมช่วงที่ผู้จัดการคนอื่นดูแล ไม่คิดค่าธรรมเนียมขาย ภาษี และดอกเบี้ยเงินสด

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

นักลงทุนจำนวนมากเข้ากองทุนหลังเห็นผลงานดี และออกหลังเจอปีแย่ ซึ่งมักพลาดปีที่ดีที่สุด เทรดเดอร์ที่เปลี่ยนระบบทุกครั้งที่ขาดทุนติดกันก็เจอปัญหาเดียวกัน ตัดสินระบบจากตัวอย่างที่มากพอ ไม่ใช่จากผลลัพธ์ไม่กี่ครั้งล่าสุด

COST · COMPOUNDING

ต้นทุนเล็ก ๆ ทุกไม้ ทบกันเป็นเงินก้อนใหญ่ เทรดทอง ค่าเงิน หรือดัชนีกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot

เปิดบัญชี ↗

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

04

Six kinds of stockห้องทดลอง: แยกหุ้น 6 กลุ่มแบบลินช์

ในหนังสือ One Up on Wall Street ลินช์แยกหุ้นเป็น 6 กลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มให้ผลตอบแทนแบบต่างกัน และต้องใช้วิธีถือคนละแบบ อ่านเรื่องของบริษัทสมมติทีละแห่ง แล้วเลือกกลุ่มที่คิดว่าใช่

บริษัทที่ 1 / 8ถูก 0
บริษัทสมมติ

—

—

บริษัทนี้อยู่กลุ่มไหน?

ดูคำอธิบายหุ้นทั้ง 6 กลุ่ม
  • โตช้าSlow Growerกำไรโตใกล้เคียงเศรษฐกิจ ซื้อเพื่อปันผลเป็นหลัก ลินช์ไม่ค่อยถือหุ้นกลุ่มนี้มาก
  • หุ้นแกร่งStalwartบริษัทใหญ่ที่กำไรโตราว 10–12% ต่อปี เขามักหวังกำไร 30–50% แล้วขาย และใช้พยุงพอร์ตช่วงตลาดแย่
  • โตเร็วFast Growerบริษัทที่กำไรโตราว 20–25% ต่อปี แหล่งของ tenbagger แต่เสี่ยงถ้าขยายเร็วเกินไปหรือราคาแพงเกินการเติบโต
  • วัฏจักรCyclicalกำไรขึ้นลงตามรอบเศรษฐกิจหรือราคาสินค้า จังหวะเวลาสำคัญที่สุด ถ้าถือผิดรอบอาจขาดทุนหนักแม้เป็นบริษัทใหญ่
  • ฟื้นตัวTurnaroundบริษัทที่ย่ำแย่หรือเกือบล้ม ถ้ารอดได้ราคาอาจฟื้นแรงมาก ตัวอย่างที่เขาเล่าบ่อยคือ Chrysler
  • มีทรัพย์ซ่อนAsset Playมีสินทรัพย์ที่ตลาดมองข้าม เช่นที่ดิน เงินสด หรือธุรกิจย่อยที่มีค่ามากกว่าที่ราคาหุ้นสะท้อน

บริษัททั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกแยกกลุ่ม คำอธิบายกลุ่มเรียบเรียงจาก One Up on Wall Street บริษัทจริงหนึ่งแห่งอาจย้ายกลุ่มได้เมื่อเวลาผ่านไป เช่นหุ้นโตเร็วที่โตจนใหญ่ก็กลายเป็นหุ้นแกร่ง

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

ทองคำ น้ำมัน และค่าเงินก็มีนิสัยต่างกันในแต่ละช่วง บางช่วงวิ่งเป็นเทรนด์ยาวตามดอกเบี้ย บางช่วงแกว่งในกรอบ การรู้ว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในโหมดไหน ช่วยให้เลือกวิธีเทรดและจุดออกได้ถูก แทนการใช้กลยุทธ์เดียวกับทุกสถานการณ์

SPREAD · COSTอย่าให้ต้นทุนกินกำไรเงียบ ๆเทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

05

Growth at a reasonable priceห้องทดลอง: ราคานี้แพงเกินการเติบโตหรือไม่

ลินช์ชอบหุ้นเติบโต แต่ไม่ยอมจ่ายแพงเกินไป วิธีที่เขาเล่าในหนังสือคือเทียบ P/E กับอัตราการเติบโตของกำไร และนับปันผลรวมเข้าไปด้วย ลองปรับตัวเลขของบริษัทสมมติแล้วดูเข็มวัด

(โต + ปันผล) ÷ P/E—
PEG = P/E ÷ โต—
ตามเกณฑ์ในหนังสือ—

เกณฑ์จาก One Up on Wall Street: ค่า (การเติบโต + ปันผล) ÷ P/E ต่ำกว่า 1 ไม่น่าสนใจ ราว 1.5 พอใช้ และตั้งแต่ 2 ขึ้นไปคือสิ่งที่เขามองหา ส่วน PEG แบบที่นิยมใช้กัน ค่าราว 1 ถือว่าราคาสมเหตุสมผล เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น และขึ้นกับว่าตัวเลขการเติบโตที่ใส่เข้าไปเชื่อได้แค่ไหน

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

ทองคำและค่าเงินไม่มีกำไรให้คำนวณ P/E แต่คำถามเดียวกันใช้ได้ คือราคาที่จ่ายสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ได้ไหม เช่นเข้าซื้อหลังราคาวิ่งไปไกลมาก ระยะ Stop Loss ที่ต้องใช้จะกว้าง ขณะที่กำไรที่เหลืออาจไม่คุ้มความเสี่ยง

06

Cocktail party theoryห้องทดลอง: วัดอุณหภูมิตลาดจากวงสนทนา

ลินช์เล่าแบบติดตลกว่าเขาดูอารมณ์ตลาดได้จากงานเลี้ยง ว่าคนในงานคุยกับผู้จัดการกองทุนอย่างไร เราเทียบแต่ละระยะกับกลุ่มแชทเทรดในปัจจุบัน แตะแต่ละระยะเพื่อดู

ในงานเลี้ยงของลินช์

—

ในกลุ่มแชทเทรดวันนี้

—

อ่านว่าอะไร

—

เรียบเรียงจาก One Up on Wall Street ตัวเลข 15% และ 30% เป็นตัวเลขโดยประมาณที่ลินช์ใช้เล่า ไม่ใช่สูตรจับจังหวะตลาด ตัวเขาเองไม่เชื่อในการเดาจังหวะตลาดทั้งหมด ใช้เป็นเครื่องเตือนสติเรื่องอารมณ์หมู่เท่านั้น

07

Fact checkตรวจข่าว: เรื่องจริงกับเรื่องที่เล่าต่อกันมา

ลินช์เป็นนักลงทุนที่ถูกอ้างถึงบ่อยมาก บางตัวเลขถูกเล่าต่อจนคลาดเคลื่อน เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน

1977–1990มีข้อมูลรองรับ

Magellan ทำผลตอบแทนเฉลี่ยราว 29% ต่อปี

ผลตอบแทนรายปีปี 1977–1989 ทบต้นได้ราว 29.2% ต่อปี ตรงกับตัวเลขที่อ้างกันทั่วไป บางแหล่งใช้ตัวเลข 29.7% ต่างกันตามช่วงเวลาที่นับ

1977–1990เข้าใจผิดบ่อย

กองทุนโตจาก 18 ล้านเป็น 14,000 ล้านเพราะฝีมือลงทุน

สินทรัพย์โตราว 778 เท่า แต่เงิน 1 ดอลลาร์ที่ถือตลอดโตราว 28 เท่า ส่วนที่เหลือคือเงินใหม่ที่นักลงทุนแห่เข้ามาเมื่อกองทุนดัง

1977–1989มีข้อมูลรองรับ

ชนะดัชนี S&P 500 เกือบทุกปี

แพ้ S&P 500 เพียงสองปีเต็ม คือปี 1984 และ 1987 ส่วนปี 1990 ที่เขาบริหารแค่ครึ่งแรกของปีก็แพ้เล็กน้อยเช่นกัน

ตลอดยุคเข้าใจผิดบ่อย

นักลงทุน Magellan ครึ่งหนึ่งขาดทุน

เรื่องนี้ถูกอ้างต่อกันมามาก แต่ไม่พบงานศึกษาต้นทาง Fidelity ปฏิเสธว่าไม่เคยพูด ข้อมูลที่มีหลักฐานคือกองทุนเคยขาดทุนในบางช่วง 12 เดือน บทเรียนเรื่องการไล่ซื้อขายตามผลงานยังเป็นจริง แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรอ้าง

1970sจริงบางส่วน

ลินช์ซื้อ Hanes เพราะภรรยาชอบถุงน่อง L’eggs

Carolyn ภรรยาของเขาชอบสินค้าจริง แต่นั่นเป็นแค่จุดเริ่ม เขาไปศึกษาต่อว่าสินค้าวางขายที่ไหน ใครซื้อ และคู่แข่งเป็นอย่างไร ก่อนจะซื้อหุ้น

ตลอดยุคเข้าใจผิดบ่อย

Invest in what you know แปลว่าซื้อหุ้นแบรนด์ที่ชอบ

ลินช์เน้นซ้ำว่าความคุ้นเคยเป็นแค่ที่มาของไอเดีย ต้องดูงบการเงิน หนี้ การเติบโต และราคาต่อ เขาเปรียบการลงทุนโดยไม่ทำการบ้านว่าเหมือนเล่นโป๊กเกอร์โดยไม่ดูไพ่

1987มีข้อมูลรองรับ

ลินช์ไม่ได้ขายหนีช่วง Black Monday

Christian Science Monitor รายงานว่ามูลค่ากองทุนที่ลดลงเกือบทั้งหมดมาจากราคาหุ้นที่ลดลง ไม่ใช่การขาย และเขาให้สัมภาษณ์ว่ากองทุนลงทุนเต็มทั้งตอนตลาดขึ้นและลง

1982จริงบางส่วน

กำไรจาก Chrysler มาจากการซื้อตอนบริษัทใกล้ล้ม

เขาซื้อในปี 1982 หลังรัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ให้ Chrysler ไปแล้ว ไม่ใช่ตอนที่ยังไม่รู้ว่าบริษัทจะรอดหรือไม่ หุ้นฟื้นตัวที่ดีมักซื้อหลังเห็นสัญญาณว่ารอดแล้ว

ตลอดยุคมีข้อมูลรองรับ

ลินช์ทำให้คำว่า tenbagger เป็นที่รู้จัก

คำนี้ยืมมาจากภาษาเบสบอล หมายถึงหุ้นที่ราคาขึ้น 10 เท่า เขาใช้ในหนังสือ One Up on Wall Street จนนักลงทุนทั่วโลกใช้ตาม

ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว

เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

08

Lessonsบทเรียนสำหรับเทรดเดอร์ Forex และทองคำ

เช็กลิสต์ของคุณ
0/4
01

อธิบายเหตุผลให้ได้ใน 2 นาที

ลินช์แนะนำให้เล่าเรื่องของหุ้นที่จะซื้อให้จบในสองนาที ว่าทำไมจะขึ้นและอะไรต้องเกิดขึ้น เทรดเดอร์ทำแบบเดียวกันได้ ถ้าอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเปิดออเดอร์ อย่าเพิ่งเปิด

คำศัพท์ Forex →
02

รู้ว่าสิ่งที่เทรดเป็นแบบไหน

ลินช์แยกหุ้นเป็นกลุ่มเพราะแต่ละกลุ่มต้องใช้กลยุทธ์ต่างกัน ทองคำและสกุลเงินก็เช่นกัน บางช่วงวิ่งเป็นเทรนด์ยาว บางช่วงแกว่งตามรอบข่าว รู้พฤติกรรมก่อนเลือกวิธีเทรด

ราคาทองวันนี้ →
03

อย่าเสียเวลาเดาตลาดทั้งหมด

เขามองว่าการพยายามจับจังหวะตลาดใหญ่ทำให้นักลงทุนเสียมากกว่าได้ เทรดเดอร์ควรวางแผนว่าจะทำอะไรถ้าราคาไปทางไหน แทนการทายว่าราคาจะไปทางไหน

ปฏิทินเศรษฐกิจ →
04

ถูก 6 ใน 10 ก็พอ

ลินช์บอกว่าถูก 6 ครั้งใน 10 ครั้งก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว สิ่งที่ทำให้ได้ผลคือปล่อยให้ตัวที่ถูกทำกำไร และตัดตัวที่ผิดไม่ให้เสียหายมาก คำนวณขนาดออเดอร์ให้ขาดทุนแต่ละครั้งไม่ทำร้ายพอร์ต

เครื่องคำนวณ Lot →
09

Quizแบบทดสอบ 5 ข้อ

ข้อ 1 / 5

ภายใต้การบริหารของลินช์ Magellan ทำผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีราวเท่าไร?

10

Know what you ownรู้ว่าคุณถืออะไร และทำไมถึงถือ

สิ่งที่นำไปใช้ได้จากลินช์คือทำการบ้านก่อนลงมือ รู้พฤติกรรมของสิ่งที่เทรด และคุมขาดทุนแต่ละครั้งให้เล็ก นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้

REBATE · 1TRADER

เทรดแบบมืออาชีพต้องคุมต้นทุน

เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว

วิธีรับรีเบตทีละขั้น →

การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี

11

Further readingอ่านต่อ

  • One Up on Wall StreetPeter Lynch และ John Rothchild · 1989หนังสือเล่มแรกของลินช์ อธิบายการหาไอเดียจากชีวิตประจำวัน หุ้น 6 กลุ่ม และการทำการบ้านก่อนซื้อ ขายได้กว่า 1 ล้านเล่ม
  • Beating the StreetPeter Lynch และ John Rothchild · 1993เล่าเบื้องหลังการบริหาร Magellan และวิธีคิดเลือกหุ้นทีละตัว พร้อมกฎการลงทุนที่เขาสรุปไว้
แหล่งอ้างอิงของบทความนี้
12

FAQคำถามที่พบบ่อย

ปีเตอร์ ลินช์คือใคร?

ผู้จัดการกองทุนชาวอเมริกัน เกิดปี 1944 บริหารกองทุน Magellan ของ Fidelity ปี 1977–1990 ทำผลตอบแทนเฉลี่ยราว 29.2% ต่อปี และเขียนหนังสือ One Up on Wall Street

Invest in what you know หมายถึงอะไร?

หาไอเดียการลงทุนจากสิ่งที่คุณเห็นในชีวิตประจำวันหรือในงานของคุณ ก่อนคนในวอลล์สตรีทจะสังเกตเห็น แต่ลินช์เน้นว่าต้องทำการบ้านต่อเสมอ ทั้งงบการเงิน หนี้ และราคา ไม่ใช่ซื้อเพราะชอบสินค้า

Tenbagger คืออะไร?

หุ้นที่ราคาขึ้น 10 เท่าจากราคาที่ซื้อ เป็นคำจากภาษาเบสบอลที่ลินช์ใช้ในหนังสือจนเป็นที่รู้จักทั่วโลก

PEG Ratio แบบลินช์คำนวณอย่างไร?

วิธีที่นิยมคือนำ P/E หารด้วยอัตราการเติบโตของกำไร ค่าราว 1 ถือว่าราคาสมเหตุสมผล ในหนังสือ One Up on Wall Street ลินช์ยังใช้อีกแบบคือ (การเติบโต + ปันผล) ÷ P/E ถ้าได้ 2 ขึ้นไปถือว่าน่าสนใจ

เทรดเดอร์ Forex และทองนำแนวคิดของลินช์ไปใช้อย่างไร?

อธิบายเหตุผลของออเดอร์ให้ได้ในสองนาที รู้ว่าสิ่งที่เทรดเคลื่อนไหวแบบไหน ไม่พยายามทายตลาดทั้งหมด และคุมขาดทุนแต่ละครั้งให้เล็ก เพราะถูก 6 ใน 10 ครั้งก็พอ

แชร์บทความนี้ส่งต่อให้เพื่อนเทรดเดอร์
LINEfFacebookXX
กลับสู่หน้ารวมนักเทรดระดับโลกทั้งหมดดูรายชื่อ

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขผลตอบแทนเป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้แบบจำลองและบริษัทสมมติ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ