ซื้อมา 1 ปี หุ้นขึ้น 80% ยอดขายและสินค้าใหม่ยังเป็นไปตามแผนทุกอย่าง
ราคาที่ขึ้นไม่ใช่เหตุผลให้ขายในแนวคิดของฟิชเชอร์ ถ้าบริษัทยังผ่านเกณฑ์เดิม การขายเพื่อเก็บกำไรอาจทำให้พลาดการเติบโตหลายสิบปี
ฟิลิป ฟิชเชอร์ / ผู้บุกเบิกหุ้นเติบโต ผู้ซื้อแล้วแทบไม่เคยขาย
ขณะที่นักลงทุนยุคเดียวกันมองหาหุ้นราคาถูกจากงบการเงิน ฟิชเชอร์ไปคุยกับลูกค้า คู่แข่ง และซัพพลายเออร์ของบริษัท เพื่อหาธุรกิจที่จะโตได้อีกหลายสิบปี แล้วถือไว้ให้นานที่สุด หนังสือของเขาในปี 1958 กลายเป็นตำราที่บัฟเฟตต์ยกย่อง หน้านี้ให้คุณลองตรวจบริษัทด้วยรายการ 15 ข้อ ออกไปหาข้อมูลแบบ Scuttlebutt และดูว่าการขายเร็วเกินไปมีราคาเท่าไร
ภาพประกอบ: วิทยุที่เราออกแบบขึ้นใหม่ ไม่ใช่สินค้าจริง ไม่พบภาพถ่ายของฟิชเชอร์ที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด
ฟิชเชอร์เริ่มทำงานในตลาดเพียงปีกว่าก่อนวิกฤตปี 1929 และตั้งบริษัทของตัวเองตอนเศรษฐกิจตกต่ำ เขาเลือกเส้นทางต่างจากนักลงทุนส่วนใหญ่ในยุคนั้น คือมองหาบริษัทที่จะโตต่อไปได้นาน แทนการหาหุ้นที่ราคาต่ำกว่าทรัพย์สิน
เขาบริหารเงินให้ลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ ในซานฟรานซิสโกเกือบ 70 ปี แตะแต่ละช่วงเพื่อไล่ดูเส้นทาง
1907 · เกิดวันที่ 8 กันยายน 1907 ที่ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย เป็นลูกของ Arthur Fisher และ Eugenia Fisher
หัวข้อสรุปและถอดความโดยเรา ไม่ใช่สารบัญจริง
หลักคิดที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดถ้าซื้อหุ้นถูกตัวตั้งแต่แรก เวลาที่ควรขายแทบจะไม่มีเลย
ถอดความจาก Common Stocks and Uncommon Profits ไม่ใช่คำแปลตรงตัว
ใน Common Stocks and Uncommon Profits ฟิชเชอร์ให้คำถาม 15 ข้อสำหรับตรวจว่าบริษัทโดดเด่นพอจะถือยาวหรือไม่ เขาเขียนว่าบริษัทที่ไม่ผ่านเพียงไม่กี่ข้อยังอาจเป็นการลงทุนที่ดี แต่ถ้าผู้บริหารไม่ซื่อสัตย์ ข้ออื่นดีแค่ไหนก็ไม่ควรลงทุน เลือกบริษัทสมมติ หรือแตะแต่ละข้อเพื่อเปลี่ยนเป็น ผ่าน · ไม่ผ่าน · ยังไม่รู้
สินค้าหรือบริการมีตลาดใหญ่พอให้ยอดขายโตมากได้อีกอย่างน้อยหลายปีหรือไม่
ผู้บริหารตั้งใจพัฒนาสินค้าใหม่ เมื่อสินค้าเดิมเริ่มโตช้าหรือไม่
งานวิจัยและพัฒนาให้ผลคุ้มเมื่อเทียบกับขนาดบริษัทหรือไม่
บริษัทมีทีมขายและการตลาดที่เก่งกว่าค่าเฉลี่ยหรือไม่
อัตรากำไรอยู่ในระดับที่คุ้มค่าหรือไม่
บริษัททำอะไรเพื่อรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรหรือไม่
ความสัมพันธ์กับพนักงานดีเด่นหรือไม่
ความสัมพันธ์ในทีมผู้บริหารดีหรือไม่
มีผู้บริหารรุ่นถัดไปที่พร้อมขึ้นมาแทนหรือไม่
บริษัทวิเคราะห์ต้นทุนและควบคุมทางบัญชีได้ดีหรือไม่
มีจุดเด่นเฉพาะของอุตสาหกรรมที่บอกว่าบริษัทเหนือกว่าคู่แข่งหรือไม่
บริษัทยอมลดกำไรระยะสั้นเพื่อกำไรระยะยาวหรือไม่
การเติบโตในอนาคตอันใกล้ทำได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุนจนผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วนมากหรือไม่
ผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลเท่ากันทั้งตอนดีและตอนมีปัญหา หรือเงียบเมื่อมีปัญหา
ผู้บริหารซื่อสัตย์อย่างไม่มีข้อสงสัยหรือไม่
คำถาม 15 ข้อถอดความโดยย่อจากหนังสือ ไม่ใช่ถ้อยคำเดิม เกณฑ์การให้ผลในห้องทดลองนี้เราตั้งขึ้นเพื่อการเรียนรู้ ฟิชเชอร์ไม่ได้ให้สูตรคะแนนตายตัว บริษัททั้งหมดเป็นสมมติ
เทรดเดอร์ก็มีรายการตรวจก่อนเข้าได้ เช่น เทรนด์ใหญ่ไปทางไหน มีข่าวสำคัญใกล้ ๆ ไหม จุดตัดขาดทุนอยู่ตรงไหน ถ้าข้อสำคัญที่สุดไม่ผ่าน เช่น ไม่รู้ว่าจะออกตรงไหน ข้ออื่นดีแค่ไหนก็ไม่ควรเข้า
ถือยาวได้ ต้นทุนต้องต่ำ เทรดทอง ค่าเงิน หรือดัชนีกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot
เปิดบัญชี ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ฟิชเชอร์เรียกการหาข้อมูลจากคนรอบตัวบริษัทว่า Scuttlebutt เขาคุยกับลูกค้า คู่แข่ง ซัพพลายเออร์ อดีตพนักงาน และผู้เชี่ยวชาญ เพราะแต่ละคนเห็นบริษัทจากมุมที่งบการเงินไม่บอก และแนะนำให้เข้าพบผู้บริหารหลังจากมีข้อมูลรอบด้านแล้ว คุณมีเวลาสัมภาษณ์ได้ 4 คนจาก 6 คน แล้วตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่
เลือกคนที่จะคุยด้วย แตะการ์ดเพื่อฟังสิ่งที่เขาเล่า
บริษัท ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ และผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ เขียนขึ้นตามวิธีที่ฟิชเชอร์อธิบายในหนังสือ ในชีวิตจริงต้องระวังข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งการใช้ซื้อขายผิดกฎหมาย
ข่าวลือในกลุ่มแชตไม่ใช่ Scuttlebutt สิ่งที่ฟิชเชอร์ทำคือเทียบหลายแหล่งที่เห็นบริษัทจากมุมต่างกัน เทรดเดอร์ทำแบบเดียวกันได้ เช่น ดูว่าตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน และท่าทีธนาคารกลางชี้ไปทางเดียวกันหรือขัดกัน ก่อนเชื่อบทวิเคราะห์ใดบทวิเคราะห์หนึ่ง
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ฟิชเชอร์เห็นนักลงทุนจำนวนมากขายหุ้นดีเพราะราคาขึ้นมามากแล้ว แล้วพลาดการเติบโตหลายสิบปีที่ตามมา แต่เขาก็ไม่ได้บอกให้ถือทุกอย่างตลอดไป ลองเทียบ 4 แบบในบริษัทสมมติตลอด 40 ปี ได้แก่ ถือตลอด ขายเมื่อกำไรถึงเป้า ขายเมื่อการเติบโตหยุด และซื้อทั้งตลาด
แบบจำลองบริษัทสมมติ: ราคา = กำไรต่อหุ้น × P/E เริ่มที่ P/E 25 เมื่อการเติบโตหยุด กำไรโตเหลือปีละ 3% และ P/E ลดลงเหลือ 12 ภายใน 3 ปี ไม่มีเงินปันผล เงินที่ขายแล้วย้ายไปลงทุนทั้งตลาดที่ผลตอบแทนปีละ 8% วิธีขายเมื่อหยุดโตรู้ตัวช้า 1 ปี เส้นกราฟเป็นมูลค่าก่อนภาษี ส่วนตัวเลขท้ายเส้นและในกล่องเป็นเท่าของเงินต้นหลังจ่ายภาษีเมื่อขายทั้งหมดตอนปีที่ 40 ไม่คิดค่าธรรมเนียม และในความจริงไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าบริษัทจะโตอีกนานแค่ไหน
เทรดเดอร์จำนวนมากปิดไม้กำไรเร็วแต่ปล่อยไม้ขาดทุนยาว ซึ่งกลับด้านกับสิ่งที่ฟิชเชอร์สอน ลองกำหนดว่าอะไรคือสัญญาณว่าเหตุผลของเทรนด์เปลี่ยน แล้วถือจนกว่าจะเห็นสัญญาณนั้น แทนการปิดเพราะกำไรถึงตัวเลขกลม ๆ
ฟิชเชอร์ยอมรับเหตุผลให้ขายเพียง 3 ข้อ คือพบว่าซื้อผิดตั้งแต่ต้น บริษัทไม่ผ่านเกณฑ์เดิมแล้ว และเจอโอกาสที่ดีกว่าชัดเจน ส่วนราคาที่ขึ้นมาก หรือความกลัวว่าตลาดจะตก ไม่อยู่ในรายการ ในแต่ละสถานการณ์ เลือกว่าจะทำอย่างไร
ราคาที่ขึ้นไม่ใช่เหตุผลให้ขายในแนวคิดของฟิชเชอร์ ถ้าบริษัทยังผ่านเกณฑ์เดิม การขายเพื่อเก็บกำไรอาจทำให้พลาดการเติบโตหลายสิบปี
เหตุผลข้อแรกที่ฟิชเชอร์ยอมรับให้ขาย คือเมื่อพบว่าประเมินบริษัทผิดตั้งแต่ตอนซื้อ และความซื่อสัตย์ของผู้บริหารเป็นเกณฑ์ที่เขาไม่ยอมลดหย่อน
ฟิชเชอร์มองว่าการขายเพราะกลัวตลาดตก แล้วหวังซื้อคืนที่ราคาต่ำกว่า มักพลาดมากกว่าได้ เขาไม่ได้นับความกลัวตลาดเป็นเหตุผลให้ขาย
นี่คือเหตุผลข้อที่สอง บริษัทไม่ผ่านเกณฑ์ที่ทำให้ซื้อตั้งแต่แรกอีกต่อไป การเติบโตที่เคยเห็นจะไม่เกิดซ้ำ
เหตุผลข้อที่สามคือมีโอกาสที่ดีกว่าชัดเจน แต่ฟิชเชอร์เตือนให้มั่นใจจริงก่อนสลับ เพราะการเปลี่ยนตัวบ่อยมักเพิ่มความผิดพลาดและภาษี
ฟิชเชอร์มองว่าช่วงที่บริษัทดีมีปัญหาชั่วคราว เช่น ต้นทุนเริ่มเดินโรงงานใหม่ อาจเป็นจังหวะซื้อเพิ่มด้วยซ้ำ ไม่ใช่เหตุผลให้ขาย
แตะคำตอบในแต่ละการ์ด
สถานการณ์เราเขียนขึ้นเพื่อการเรียนรู้ อิงเหตุผลให้ขาย 3 ข้อใน Common Stocks and Uncommon Profits คำอธิบายเป็นการถอดความ ไม่ใช่คำพูดของฟิชเชอร์โดยตรง
ฟิชเชอร์ไม่ค่อยออกสื่อ และบริหารเงินให้ลูกค้าส่วนตัว เรื่องของเขาจึงถูกเล่าต่อจนบางเรื่องคลาดเคลื่อน เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน
Wikipedia และบทความของ The Motley Fool ระบุตรงกันว่าซื้อปี 1955 และไม่เคยขาย แต่มีบางเว็บไซต์ระบุปีที่ซื้อเป็นปีอื่น ช่วงท้ายชีวิตลูกชายเล่าว่าเขาป่วยและไม่ได้ตัดสินใจลงทุนได้ดีเหมือนเดิม
ประโยคนี้ถูกอ้างอย่างกว้างขวางรวมถึงใน Wikipedia และมักบอกว่ามาจาก Forbes ปี 1969 บัฟเฟตต์ยังชมหนังสือของฟิชเชอร์ในหลายโอกาส สัดส่วนนี้เป็นคำพูดเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดได้
Common Stocks and Uncommon Profits อธิบายการหาข้อมูลจากลูกค้า คู่แข่ง ซัพพลายเออร์ อดีตพนักงาน และผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเข้าพบผู้บริหาร และคำนี้ผูกกับชื่อเขามาจนถึงวันนี้
เขาเขียนว่าถ้าซื้อถูกตัว เวลาขายแทบจะไม่มีเลย แต่ก็ระบุเหตุผลให้ขาย 3 ข้อ คือซื้อผิดตั้งแต่ต้น บริษัทไม่ผ่านเกณฑ์อีกต่อไป และเจอโอกาสที่ดีกว่าชัดเจน
บทสรุปแนวคิดของเขาใน The Motley Fool บอกว่าถือเกิน 20 ตัวคือสัญญาณว่าไม่เข้าใจสิ่งที่ถือ และ 10–12 ตัวมักดีกว่า Ken Fisher เล่าว่าปี 1973 หุ้น 6 ตัวเป็นราว 2 ใน 3 ของทรัพย์สิน แต่บางแหล่งอ้างว่าเขาถือราว 30 ตัว จำนวนจึงต่างกันตามช่วงเวลา
Ken Fisher เล่าว่าพ่อสอนวิชาการลงทุนระดับปริญญาโทแบบชั่วคราวราว 2 ปีช่วงที่อาจารย์ประจำลาพัก ไม่ใช่อาจารย์ประจำ และตัวเขาเองเรียนปริญญาโทที่นั่นไม่จบ
เขาเตือนไม่ให้รอราคาถูกลงอีกนิดจนพลาดหุ้นดี แต่ก็เขียนเรื่องจังหวะซื้อ เช่น ซื้อตอนบริษัทดีมีปัญหาชั่วคราว และเตือนว่าการซื้อตามกระแสที่คนแห่ชอบมีความเสี่ยง
เขาบริหารเงินให้ลูกค้าส่วนตัวผ่าน Fisher & Co. ไม่ใช่กองทุนรวมที่ต้องเปิดเผยผลงาน เราไม่พบตัวเลขผลตอบแทนตลอดอาชีพที่ตรวจสอบได้ ตัวเลขที่เห็นในอินเทอร์เน็ตมักเป็นการประมาณ
Ken Fisher ตั้งบริษัทของตัวเองชื่อ Fisher Investments ในปี 1979 ส่วน Fisher & Co. ของพ่อดำเนินงานจนพ่อเกษียณในปี 1999 สองบริษัทนี้แยกกัน
ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว
เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ฟิชเชอร์ไม่เชื่อแค่สิ่งที่ผู้บริหารพูด เขาเทียบกับลูกค้า คู่แข่ง และซัพพลายเออร์ เทรดเดอร์ใช้หลักเดียวกันได้ ข่าวหรือคำวิเคราะห์จากแหล่งเดียวยังไม่พอ ให้ดูตัวเลขเศรษฐกิจจริงประกอบ
การขายเพราะกำไรมากแล้วคือสิ่งที่ฟิชเชอร์บอกว่าทำให้นักลงทุนพลาดผลตอบแทนก้อนใหญ่ สำหรับเทรดเดอร์ แทนที่จะปิดเร็วเพราะกลัวกำไรหาย ลองเลื่อนจุดตัดขาดทุนตามราคาแทน
เหตุผลให้ขายของฟิชเชอร์คือเรื่องของบริษัท ไม่ใช่เรื่องของราคา เทรดเดอร์ควรเขียนเหตุผลที่เข้าไว้ก่อน และออกเมื่อเหตุผลนั้นไม่จริงแล้ว เช่น ธนาคารกลางเปลี่ยนท่าที
ฟิชเชอร์ชอบถือไม่กี่ตัวที่รู้จักจริง เทรดเดอร์ที่เปิดหลายคู่เงินพร้อมกันมักถือความเสี่ยงซ้ำกันโดยไม่รู้ตัว เลือกตลาดที่เข้าใจไม่กี่ตลาด และคุมขนาดออเดอร์ของแต่ละตัว
ข้อ 1 / 5
ตั้งช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ และบริหารจนเกษียณปี 1999
แล้วจึงเข้าพบผู้บริหารเมื่อมีข้อมูลรอบด้านแล้ว
ตอนซื้อ Motorola ยังเป็นบริษัทผลิตวิทยุ
ราคาที่ขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุผลขายในแนวคิดของเขา
ตีพิมพ์ปี 1958 และยังพิมพ์ขายจนถึงวันนี้
สิ่งที่นำไปใช้ได้จากฟิชเชอร์คือหาข้อมูลจากหลายแหล่ง ถือสิ่งที่ถูกทางให้นาน และออกเมื่อเหตุผลเปลี่ยน ไม่ใช่เมื่อราคาทำให้ตื่นเต้นหรือกลัว นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
นักลงทุนชาวอเมริกัน (1907–2004) ผู้ก่อตั้ง Fisher & Co. ในซานฟรานซิสโกปี 1931 และผู้เขียน Common Stocks and Uncommon Profits ปี 1958 ถือเป็นผู้บุกเบิกการลงทุนหุ้นเติบโต
วิธีหาข้อมูลบริษัทจากคนรอบตัว เช่น ลูกค้า คู่แข่ง ซัพพลายเออร์ อดีตพนักงาน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อดูสิ่งที่งบการเงินไม่บอก แล้วจึงเข้าพบผู้บริหาร
คำถาม 15 ข้อที่ใช้ตรวจว่าบริษัทโดดเด่นพอจะถือยาวหรือไม่ ครอบคลุมตลาด สินค้าใหม่ งานวิจัย ทีมขาย อัตรากำไร คน ระบบบัญชี มุมมองระยะยาว การเพิ่มทุน และความซื่อสัตย์ของผู้บริหาร
เขาให้เหตุผล 3 ข้อ คือเมื่อพบว่าซื้อผิดตั้งแต่ต้น เมื่อบริษัทไม่ผ่านเกณฑ์เดิมแล้ว และเมื่อเจอโอกาสที่ดีกว่าชัดเจน ส่วนราคาที่ขึ้นมากไม่ใช่เหตุผลให้ขาย
ตรวจข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนเชื่อ ปล่อยให้ไม้ที่ถูกทางวิ่งต่อโดยเลื่อนจุดตัดขาดทุนตาม ออกเมื่อเหตุผลที่เข้าเปลี่ยน และโฟกัสตลาดที่เข้าใจจริงไม่กี่ตลาด
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ห้องทดลองใช้แบบจำลองและบริษัทสมมติ รายการ 15 ข้อเป็นการถอดความโดยย่อ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ