ข้ามไปเนื้อหา
EP17#เรียนเทรดฟรี · อินดิเคเตอร์

หาจุดเข้าเทรด ด้วย RSI 2 เทคนิค ที่ใช้ได้จริง

รู้จัก RSI ค่า 14 และระดับ 70/30 แล้วใช้หาจุดเข้าด้วย Overbought/Oversold และ RSI Divergence ทั้ง Classic และ Hidden โดยเลือกฝั่งตามเทรนด์

โดย 1TRADERอ่าน 7 นาทีอัปเดต 16 ต.ค. 2569
!
หมายเหตุ: RSI เป็นเครื่องมือช่วยดูแรงซื้อแรงขาย ไม่ได้บอกจุดกลับตัวแม่นยำทุกครั้ง ควรใช้คู่กับเทรนด์ แนวรับแนวต้าน และวาง Stop Loss เสมอ เนื้อหาจัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน

  • RSI วัดแรงซื้อแรงขาย ค่า 0–100 ตั้งค่ามาตรฐาน 14 แท่ง ระดับ 70/30
  • เทคนิค 1: Overbought (เกิน 70) พิจารณา Sell · Oversold (ต่ำกว่า 30) พิจารณา Buy โดยเลือกฝั่งที่ตรงกับเทรนด์
  • เทคนิค 2: RSI Divergence ราคากับ RSI สวนทางกัน มี Classic และ Hidden อย่างละ 2 แบบ
  • RSI เป็นตัวช่วยจับจังหวะ ต้องใช้คู่กับเทรนด์ แนวรับแนวต้าน และ Stop Loss เสมอ

บทเรียนก่อนหน้า: EP1 Trend · EP2 Sideway · EP3 กราฟกลับตัว · EP4 Speed Line · EP5 Demand & Supply Zone · EP6 FVG · EP7 Divergence · EP8 FIBO · EP9 Money Management · EP10 Backtest ฟรี · EP11 Stochastic · EP12 Bollinger Bands · EP13 ทุนเริ่มต้น · EP14 Sniper (All-in) · EP15 TradingView ฟรี · EP16 อินดิเคเตอร์ตีโซน

01RSI

RSI คืออะไร ใช้ทำอะไร?

Relative Strength Index (RSI) คืออินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อแรงขาย ที่นิยมใช้ทั้ง Forex ทองคำ หุ้น และคริปโต บอกว่าราคาอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) และใช้ดูสัญญาณพักหรือกลับตัวของราคา
ผู้คิดค้น
J. Welles Wilder ในหนังสือปี 1978
ค่าที่แสดง
0–100 ยิ่งสูงแรงซื้อยิ่งมาก ยิ่งต่ำแรงขายยิ่งมาก
ค่าตั้งต้น
คำนวณจาก 14 แท่งล่าสุด
สูตร
RSI = 100 − 100 ÷ (1 + RS) โดย RS = ค่าเฉลี่ยช่วงขึ้น ÷ ค่าเฉลี่ยช่วงลง
เส้นสำคัญ
70 Overbought · 50 เส้นกลาง · 30 Oversold
กราฟ RSI ระดับ 70 Overbought 50 และ 30 Oversold RSI เกิน 70 แรงซื้อมากเกินไป ต่ำกว่า 30 แรงขายมากเกินไป
RSI เกิน 70 = Overbought · ต่ำกว่า 30 = Oversold · แตะเพื่อขยาย
14แท่งค่าตั้งต้นของ RSI
70ขึ้นไปOverbought แรงซื้อมากเกินไป
30ลงมาOversold แรงขายมากเกินไป
50เส้นกลางเหนือ 50 ฝั่งซื้อได้เปรียบ

บทนี้รวม 2 เทคนิคหลัก ในการใช้ RSI หาจุดเข้าเทรด คือ เข้าด้วย Overbought/Oversold และ เข้าด้วย RSI Divergence ซึ่งต่อยอดจาก EP7 Divergence

02Setting

ตั้งค่า RSI ใน TradingView และ MT4

TradingView
1
กดปุ่มอินดิเคเตอร์ – แถบด้านบนของกราฟ (ดู EP15)
2
ค้นหา RSI – เลือก Relative Strength Index
3
ใช้ค่าเดิม – Length 14 เส้นระดับ 70 / 50 / 30 ตั้งไว้ให้แล้ว
MT4
1
เมนู Insert – Indicators > Oscillators > Relative Strength Index
2
ตั้ง Period – ใส่ 14 แล้วเลือก Apply to: Close
3
แท็บ Levels – ตรวจว่ามีระดับ 70 และ 30 แล้วกด OK
!

มือใหม่ควรใช้ค่า 14 และ 70/30 ตามมาตรฐานก่อน บางคนปรับเป็น 80/20 ในช่วงเทรนด์แรงเพื่อลดสัญญาณหลอก แต่สัญญาณจะน้อยลง ถ้าจะปรับควรBacktestก่อนใช้จริง

03Technique 1

เทคนิค 1: เข้าด้วย Overbought / Oversold

RSI เกิน 70 · Overbought

แรงซื้อเริ่มสูงเกินไป ราคามีโอกาสพักหรือกลับตัวลง

1
พิจารณา Sell – เมื่อ RSI ขึ้นเกิน 70 แล้วเริ่มหันหัวลง
2
ดูเทรนด์เป็นหลัก – ถ้าเทรนด์เป็นขาลงอยู่แล้ว สัญญาณ Overbought มีโอกาสชนะมากขึ้น
RSI ต่ำกว่า 30 · Oversold

แรงขายเริ่มสูงเกินไป ราคามีโอกาสพักหรือกลับตัวขึ้น

1
พิจารณา Buy – เมื่อ RSI ลงต่ำกว่า 30 แล้วเริ่มหันหัวขึ้น
2
ดูเทรนด์เป็นหลัก – ถ้าเทรนด์เป็นขาขึ้นอยู่แล้ว สัญญาณ Oversold มีโอกาสชนะมากขึ้น
!

ในเทรนด์แรง RSI ค้างอยู่ในเขต Overbought หรือ Oversold ได้นาน Andrew Cardwell สังเกตว่าในขาขึ้น RSI มักแกว่งในช่วง 40–80 และขาลงในช่วง 20–60 ดังนั้นในขาลง RSI อาจเด้งไม่ถึง 70 และในขาขึ้นอาจย่อไม่ถึง 30 ห้ามเข้าสวนเทรนด์เพียงเพราะ RSI เกินเส้น

04Technique 2

เทคนิค 2: เข้าด้วย RSI Divergence

RSI Divergence เกิดขึ้นเมื่อกราฟราคาและ RSI เคลื่อนไหวไปคนละทิศทาง บ่งบอกว่ากราฟมีโอกาสพักหรือกลับตัว อ่านแบบละเอียดได้ที่ EP7 Divergence คืออะไร

1.1 Classic ขึ้น
ราคาทำ Low ที่ต่ำลง แต่ RSI ทำ Low ที่สูงขึ้น → พิจารณา Buy
1.2 Classic ลง
ราคาทำ High ที่สูงขึ้น แต่ RSI ทำ High ที่ต่ำลง → พิจารณา Sell
2.1 Hidden ขึ้น
ราคาทำ Low ที่สูงขึ้น แต่ RSI ทำ Low ที่ต่ำลง → พิจารณา Buy
2.2 Hidden ลง
ราคาทำ High ที่ต่ำลง แต่ RSI ทำ High ที่สูงขึ้น → พิจารณา Sell

1. Classic Divergence

Classic Divergence จาก RSI แบบพักหรือกลับตัวขึ้น ราคาทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลงแต่ RSI ต่ำสุดสูงขึ้น และแบบพักหรือกลับตัวลง ราคาทำจุดสูงสุดที่สูงขึ้นแต่ RSI สูงสุดต่ำลง
Classic Divergence: แบบพัก/กลับตัวขึ้น และแบบพัก/กลับตัวลง · แตะเพื่อขยาย
1.1 แบบพัก/กลับตัวขึ้น
B
พิจารณา Buy – ราคาทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง แต่ RSI ทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น ดูเทรนด์เป็นหลักเพื่อเพิ่มโอกาสชนะ
1.2 แบบพัก/กลับตัวลง
S
พิจารณา Sell – ราคาทำจุดสูงสุดที่สูงขึ้น แต่ RSI ทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง ดูเทรนด์เป็นหลักเพื่อเพิ่มโอกาสชนะ

2. Hidden Divergence

Hidden Divergence จาก RSI แบบพักหรือกลับตัวขึ้น ราคาทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นแต่ RSI ต่ำสุดต่ำลง และแบบพักหรือกลับตัวลง ราคาทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงแต่ RSI สูงสุดสูงขึ้น
Hidden Divergence: แบบพัก/กลับตัวขึ้น และแบบพัก/กลับตัวลง · แตะเพื่อขยาย
2.1 แบบพัก/กลับตัวขึ้น
B
พิจารณา Buy – ราคาทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น แต่ RSI ทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง มักเกิดตอนราคาย่อในขาขึ้น
2.2 แบบพัก/กลับตัวลง
S
พิจารณา Sell – ราคาทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง แต่ RSI ทำจุดสูงสุดที่สูงขึ้น มักเกิดตอนราคาเด้งในขาลง
!

Classic มักเกิดปลายเทรนด์ เตือนว่าแรงเริ่มหมด ส่วน Hidden มักเกิดระหว่างทางของเทรนด์ เป็นสัญญาณว่าราคามีโอกาสไปต่อทางเดิมหลังย่อหรือเด้ง จึงเหมาะกับการเข้าตามเทรนด์

05Checklist

เช็กลิสต์ก่อนเข้าเทรด ด้วย RSI 5 ขั้น

ทำทุกครั้งก่อนกดเข้า
1
ดูเทรนด์ไทม์เฟรมใหญ่ – H1 หรือ H4 ด้วย Trend และ Trendline ขาขึ้นเน้น Buy ขาลงเน้น Sell
2
รอราคาเข้าโซน – แนวรับแนวต้าน Demand/Supply Zone หรือ FIBO (ตีอัตโนมัติได้ด้วย EP16)
3
ดูสัญญาณ RSI – Oversold หรือ Divergence ขาขึ้นที่โซนรับ · Overbought หรือ Divergence ขาลงที่โซนต้าน
4
รอแท่งยืนยัน – แท่งเทียนกลับตัวปิดยืนยัน หรือ RSI หันหัวกลับ
5
วาง SL แล้วคำนวณ Lot – SL นอกจุดต่ำ/สูงล่าสุด คำนวณ Lot ตาม EP9
ตัวอย่างฝั่ง Buy
A
ขาขึ้น – ราคาย่อลงมาแนวรับหรือ Demand Zone
B
RSI – ลงใกล้หรือต่ำกว่า 30 หรือเกิด Hidden Divergence ขาขึ้น
C
เข้า Buy – เมื่อแท่งยืนยัน SL ใต้ Low ล่าสุด TP ที่แนวต้านถัดไป
ตัวอย่างฝั่ง Sell
A
ขาลง – ราคาเด้งขึ้นไปแนวต้านหรือ Supply Zone
B
RSI – ขึ้นใกล้หรือเกิน 70 หรือเกิด Hidden Divergence ขาลง
C
เข้า Sell – เมื่อแท่งยืนยัน SL เหนือ High ล่าสุด TP ที่แนวรับถัดไป
06Limitations

ข้อจำกัดของ RSI และข้อควรระวัง

จุดที่พลาดบ่อย
1
เข้าสวนเทรนด์แรง – RSI ค้างเกิน 70 หรือต่ำกว่า 30 ได้นาน
2
เข้าก่อนสัญญาณครบ – Divergence ยังไม่จบจนกว่าจะเกิดจุดสูงหรือต่ำที่สองชัดเจน
3
ใช้ไทม์เฟรมเล็กเกินไป – M1 สัญญาณหลอกเยอะ
4
เทรดช่วงข่าวแรง – ราคาวิ่งแรงจน RSI ใช้ไม่ได้ เช็กปฏิทินเศรษฐกิจ
ใช้ให้ได้ผล
1
ใช้ RSI ยืนยัน ไม่ใช่ตัวตัดสิน – เทรนด์และโซนมาก่อน RSI มาทีหลัง
2
ดูเส้น 50 ประกอบ – RSI อยู่เหนือ 50 ฝั่งซื้อได้เปรียบ ต่ำกว่า 50 ฝั่งขายได้เปรียบ
3
เทียบกับ Stochastic – หลักเดียวกับ EP11 แต่ RSI แกว่งช้ากว่า
4
Backtest ก่อน – ฝึกด้วย เว็บ Backtest ฟรี หรือบัญชี Demo
07Summary

ตารางสรุป สัญญาณ RSI

สัญญาณRSI แสดงอะไรฝั่งที่เข้าใช้คู่กับ
OverboughtRSI เกิน 70พิจารณา Sellขาลง + แนวต้าน
OversoldRSI ต่ำกว่า 30พิจารณา Buyขาขึ้น + แนวรับ
Classic ขึ้นราคา Low ต่ำลง RSI Low สูงขึ้นพิจารณา Buyปลายขาลง + แท่งยืนยัน
Classic ลงราคา High สูงขึ้น RSI High ต่ำลงพิจารณา Sellปลายขาขึ้น + แท่งยืนยัน
Hidden ขึ้นราคา Low สูงขึ้น RSI Low ต่ำลงพิจารณา Buyขาขึ้นที่กำลังย่อ
Hidden ลงราคา High ต่ำลง RSI High สูงขึ้นพิจารณา Sellขาลงที่กำลังเด้ง
สรุปการใช้ RSI หาจุดเข้าเทรด ใช้ Overbought Oversold และ RSI Divergence ร่วมกับแนวโน้มและแนวรับแนวต้าน
สรุป: ใช้ RSI ร่วมกับแนวโน้มและแนวรับแนวต้าน · แตะเพื่อขยาย

RSI เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นสูง ใช้ได้ทั้ง Overbought/Oversold และ RSI Divergence เพื่อจับสัญญาณพักหรือกลับตัว แต่ควรใช้ร่วมกับการวิเคราะห์แนวโน้มและแนวรับแนวต้านเพื่อเพิ่มโอกาสและลดความเสี่ยง

08FAQ

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ RSI

RSI ควรตั้งค่าเท่าไหร่?

ค่ามาตรฐานคือ 14 แท่งตามที่ J. Welles Wilder ผู้คิดค้น RSI ใช้ และเส้นระดับ 70 กับ 30 ทั้ง TradingView และ MT4 ตั้งค่านี้ไว้ให้แล้ว มือใหม่ควรใช้ค่าเดิมก่อน บางคนปรับเป็น 80/20 เพื่อลดสัญญาณในช่วงเทรนด์แรง

RSI เกิน 70 ต้อง Sell ทันทีไหม?

ไม่ต้อง RSI เกิน 70 แค่บอกว่าแรงซื้อสูงมาก ในขาขึ้นแรง RSI ค้างเหนือ 70 ได้นานและราคายังขึ้นต่อได้ ให้ดูเทรนด์ แนวต้าน และรอแท่งเทียนยืนยันก่อนเข้า Sell

Overbought/Oversold ต่างจาก Divergence อย่างไร?

Overbought/Oversold ดูแค่ค่า RSI ว่าเกิน 70 หรือต่ำกว่า 30 ส่วน Divergence ดูการเคลื่อนที่สวนทางกันระหว่างจุดสูงหรือต่ำของราคากับ RSI จึงเห็นแรงที่เริ่มอ่อนลงได้ก่อน

Classic กับ Hidden Divergence ใช้ต่างกันอย่างไร?

Classic Divergence มักเกิดปลายเทรนด์ เตือนว่าราคามีโอกาสพักหรือกลับตัว ส่วน Hidden Divergence มักเกิดตอนราคาย่อตัวในเทรนด์ เป็นสัญญาณว่าราคามีโอกาสไปต่อทางเดิม

RSI ใช้ไทม์เฟรมไหนดี?

ใช้ได้ทุกไทม์เฟรม แต่ไทม์เฟรมเล็กอย่าง M1–M5 สัญญาณหลอกเยอะ ควรดูเทรนด์และโซนใน H1 หรือ H4 ก่อน แล้วค่อยใช้ RSI ใน M5–M15 หาจังหวะเข้า

RSI ต่างจาก Stochastic อย่างไร?

RSI เทียบค่าเฉลี่ยการขึ้นกับการลงของราคา ส่วน Stochastic เทียบราคาปิดกับช่วง High–Low ล่าสุด Stochastic จึงแกว่งเร็วและให้สัญญาณบ่อยกว่า ใช้หลักเดียวกันได้ทั้ง Overbought/Oversold และ Divergence

ใช้ RSI อย่างเดียวเทรดได้ไหม?

ไม่แนะนำ RSI เป็นตัวช่วยจับจังหวะ ควรใช้ร่วมกับเทรนด์ แนวรับแนวต้านหรือโซน และวาง Stop Loss กับคำนวณ Lot ทุกครั้ง แล้ว Backtest ก่อนใช้เงินจริง

ดูบทเรียนทั้งหมดได้ที่ คอร์สเรียนเทรดฟรี พื้นฐานกราฟทองคำ

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex, ทองคำ และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุน 1trader ให้บริการข้อมูลและความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ไม่รับประกันผลในอนาคต