Pivot Point คืออะไร? สูตรคำนวณแนวรับแนวต้าน และวิธีใช้เทรด
แนวรับแนวต้านที่ได้จากการคำนวณ ไม่ต้องลากเส้นเอง พร้อมสูตร PP R1–R4 · S1–S4 ตัวอย่างทองคำทีละขั้น และวิธีใช้หาจุดเข้า SL TP
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- Pivot Point (PP) คือแนวรับแนวต้านที่คำนวณจาก High Low Close ของเมื่อวาน ไม่ต้องลากเส้นเอง ทุกคนที่ใช้สูตรเดียวกันจะเห็นระดับเดียวกัน
- สูตรหลัก PP = (H + L + C) ÷ 3 แล้วต่อยอดเป็นแนวต้าน R1–R4 และแนวรับ S1–S4
- ราคาเหนือ PP มองหา Buy ใต้ PP มองหา Sell และใช้ R1/R2 หรือ S1/S2 เป็นเป้า TP
- Pivot ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด ต้องรอแท่งเทียนยืนยัน ใช้คู่กับเทรนด์ และเช็ก Risk/Reward ก่อนเข้าทุกครั้ง
Pivot Point คืออะไร?
นอกจากแนวรับแนวต้านที่เรามองเห็นและลากเองบนกราฟ เช่น Trendline, Demand Supply Zone, Order Block หรือ FVG ยังมีแนวรับแนวต้านที่ได้จากการคำนวณทางคณิตศาสตร์อีกหลายแบบ และ Pivot Point ก็เป็นหนึ่งในนั้น
- PP
- จุดกึ่งกลางของวัน ราคาเหนือ PP มักมองเป็นเชิงบวก ใต้ PP มักมองเป็นเชิงลบ
- R1–R4
- แนวต้าน (Resistance) อยู่เหนือ PP ไล่จากใกล้ไปไกล
- S1–S4
- แนวรับ (Support) อยู่ใต้ PP ไล่จากใกล้ไปไกล
- จุดเด่น
- คำนวณง่ายและเป็นระดับที่เทรดเดอร์ทั่วโลก “จับตาดู” ราคาจึงมักมีปฏิกิริยาแถว ๆ เส้นเหล่านี้
Pivot มีหลายสูตร: บทความนี้ใช้แบบ Classic ตามไฟล์ต้นฉบับ นอกจากนี้ยังมี Traditional (Floor), Fibonacci, Woodie, Camarilla และ DeMark ซึ่ง PP R1 S1 R2 S2 ของ Classic กับ Traditional เหมือนกัน แต่ R3/R4 และ S3/S4 คำนวณต่างกัน เวลาเปิดอินดิเคเตอร์จึงต้องเลือกประเภทให้ตรง
สูตรคำนวณ Pivot Point
ก่อนอื่นต้องกำหนดตัวแปรจากช่วงเวลาก่อนหน้า (ถ้าใช้ Pivot รายวัน คือแท่งเทียนของเมื่อวาน)
- H
- ราคาสูงสุดของช่วงเวลาก่อนหน้า (High)
- L
- ราคาต่ำสุดของช่วงเวลาก่อนหน้า (Low)
- C
- ราคาปิดของช่วงเวลาก่อนหน้า (Close)
- R
- ช่วงราคา (Range) = H − L
ถ้าใช้แบบ Traditional จะได้ R3 = 2×PP + (H − 2L) และ S3 = 2×PP − (2H − L) ซึ่งแคบกว่าแบบ Classic ส่วน PP, R1, R2, S1 และ S2 ใช้สูตรเดียวกัน
ตัวอย่างคำนวณ Pivot ทองคำ XAU/USD
ต้องการหา Pivot Point ของวันที่ 24 ก.ย. 2025 จึงใช้ราคา H/L/C ของวันก่อนหน้า คือวันอังคารที่ 23 ก.ย. 2025 ของ XAU/USD (Spot): High 3,791.11 · Low 3,736.73 · Close 3,764.29
สังเกตว่า R1 (3,791.36) ใกล้กับ High ของเมื่อวาน และ S1 (3,736.98) ใกล้กับ Low ของเมื่อวาน ส่วน R3/R4 และ S3/S4 อยู่ไกลมาก ปกติราคาจะไปถึงเฉพาะวันที่มีข่าวแรงหรือเทรนด์แรง ตัวเลขของแต่ละโบรกเกอร์อาจต่างจากนี้เล็กน้อย เพราะแท่งเทียนรายวันปิดคนละเวลา
อินดิเคเตอร์คำนวณ Pivot Point อัตโนมัติ
คำนวณเองได้ก็จริง แต่ต้องทำใหม่ทุกวันและเสียเวลามาก แนะนำให้ใช้อินดิเคเตอร์ที่วาดเส้นให้อัตโนมัติ เลือกได้ 2 ทาง
วิธีอ่านอินดิเคเตอร์จากภาพ
วิธีใช้ Pivot Point เทรดจริง
ตัวอย่างวางแผน Buy ที่ PP (สมมติ)
ใช้ระดับของวันที่ 24 ก.ย. 2025 จากหัวข้อ 03 สมมติราคาเปิดเหนือ PP แล้วย่อลงมาทดสอบ PP ที่ 3,764 และเกิดแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้น จึงเข้า Buy ที่ 3,767
SL ใต้ S1
SL ไกลเกินไปเมื่อเทียบกับระยะถึง R1
SL ใต้ PP + Swing Low
SL อยู่หลังแนวที่เข้า ถ้าหลุด PP แปลว่าแผนผิด
ไฟล์ต้นฉบับแนะนำ “ตั้ง SL ใต้ S1 หรือเหนือ R1” ซึ่งเหมาะเมื่อเข้าที่ PP แล้วยอมให้ราคามีที่วิ่ง แต่ต้องเช็ก Risk/Reward (EP22) ด้วยทุกครั้ง ถ้าเข้าที่ S1 ให้วาง SL ใต้ S1 พร้อมระยะเผื่อหรือใต้ Swing Low และคุมขนาด Lot ตาม EP9 Money Management
ข้อควรระวัง ในการใช้ Pivot Point
ตารางสรุป ระดับ Pivot Point
| ระดับ | สูตร (Classic) | ตัวอย่าง XAUUSD 24 ก.ย. 2025 | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|---|
| R4 | PP + 3 × R | 3,927.18 | ระดับสุดขั้ว ราคาไม่ค่อยไปถึง |
| R3 | PP + 2 × R | 3,872.80 | วันเทรนด์แรงหรือข่าวแรง |
| R2 | PP + R | 3,818.42 | TP ที่ 2 ฝั่ง Buy |
| R1 | 2 × PP − L | 3,791.36 | TP แรกฝั่ง Buy · จุดหา Sell เมื่อราคาใต้ PP |
| PP | (H + L + C) ÷ 3 | 3,764.04 | เส้นแบ่งฝั่ง เหนือมอง Buy ใต้มอง Sell |
| S1 | 2 × PP − H | 3,736.98 | TP แรกฝั่ง Sell · จุดหา Buy เมื่อราคาเหนือ PP |
| S2 | PP − R | 3,709.66 | TP ที่ 2 ฝั่ง Sell |
| S3 | PP − 2 × R | 3,655.28 | วันเทรนด์แรงหรือข่าวแรง |
| S4 | PP − 3 × R | 3,600.90 | ระดับสุดขั้ว ราคาไม่ค่อยไปถึง |
Pivot Point เป็นแนวรับแนวต้านที่คำนวณได้ง่ายและเป็นกลาง ทุกคนที่ใช้สูตรเดียวกันจะเห็นเส้นเดียวกัน จึงช่วยวางกรอบการเทรดในแต่ละวันได้รวดเร็ว แต่ควรใช้เป็น “แผนที่” ประกอบกับเทรนด์และสัญญาณยืนยัน ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรดโดยลำพัง
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Pivot Point
Pivot Point คืออะไร?
Pivot Point (PP) คือระดับราคาที่คำนวณจากราคาสูงสุด (High) ต่ำสุด (Low) และปิด (Close) ของช่วงเวลาก่อนหน้า นิยมใช้ข้อมูลรายวัน แล้วนำไปสร้างแนวต้าน R1–R4 และแนวรับ S1–S4 เพื่อใช้วางแผนเข้าออกออเดอร์ วาง SL/TP และดูทิศทางตลาด
สูตรคำนวณ Pivot Point คืออะไร?
PP = (H + L + C) ÷ 3, R1 = 2×PP − L, S1 = 2×PP − H, R2 = PP + (H − L), S2 = PP − (H − L) ส่วน R3/R4 และ S3/S4 แบบ Classic คือ PP ± 2×(H − L) และ PP ± 3×(H − L) โดย H L C เป็นราคาของวันก่อนหน้า
Pivot Point ใช้ไทม์เฟรมไหนดี?
Pivot รายวัน (Daily) เหมาะกับการเทรดระหว่างวันบนกราฟ M5 ถึง H1 ถ้าเทรดบนกราฟ H4 ให้ใช้ Pivot รายสัปดาห์ (Weekly) และถ้าถือเป็นสัปดาห์บนกราฟ D1 ให้ใช้ Pivot รายเดือน (Monthly)
ทำไม Pivot Point แต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน?
เพราะแท่งเทียนรายวันของแต่ละโบรกเกอร์เปิดปิดคนละเวลาตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ค่า High Low Close ของเมื่อวานต่างกันเล็กน้อย โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ปิดแท่งวันตอน 17:00 น. เวลานิวยอร์ก หรือประมาณ 04:00–05:00 น. เวลาไทย ถ้าโบรกเกอร์มีแท่งวันอาทิตย์ Pivot วันจันทร์ก็อาจเพี้ยนได้
Pivot Point แบบ Classic กับ Traditional ต่างกันยังไง?
PP R1 S1 R2 S2 คำนวณเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ R3/R4 และ S3/S4 แบบ Classic ใช้ PP ± 2×Range และ ± 3×Range ส่วน Traditional ใช้ R3 = 2×PP + (H − 2L) และ S3 = 2×PP − (2H − L) นอกจากนี้ยังมีแบบ Fibonacci, Woodie, Camarilla และ DeMark
ใช้ Pivot Point ใน TradingView ยังไง?
กด Indicators แล้วค้นหา Pivot Points Standard ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ในตัวที่ใช้ได้ฟรี ในการตั้งค่าเลือก Type เป็น Classic ให้ตรงกับสูตรในบทความ และเลือก Pivots Timeframe เป็น Daily (1D) สำหรับเทรดระหว่างวัน
ใช้ Pivot Point อย่างเดียวเทรดได้ไหม?
ไม่ควร Pivot บอกแค่ระดับราคาที่คนจำนวนมากจับตา ไม่ได้บอกว่าราคาจะเด้งหรือทะลุ ควรรอสัญญาณยืนยัน เช่น แท่งเทียนกลับตัวหรือ Divergence ใช้คู่กับเทรนด์ เส้นแนวโน้ม EMA หรือ RSI และเช็ก Risk/Reward ก่อนเข้าทุกครั้ง
อ่าน EP22 อีกครั้ง ตอนต่อไป · #เรียนเทรดฟรี EP24 EMA คืออะไร? เทคนิคใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA ดูเทรนด์และหาจุดเข้า สูตร EMA · EMA vs SMA · Golden Cross · ตั้งค่า TradingView/MT4
อ่าน EP24 →
ดูบทเรียนทั้งหมดได้ที่ คอร์สเรียนเทรดฟรี พื้นฐานกราฟทองคำ
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex, ทองคำ และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุน แนวรับแนวต้าน Pivot Point ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับตัว 1trader ให้บริการข้อมูลและความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต