ข้ามไปเนื้อหา
EP23#เรียนเทรดฟรี · อินดิเคเตอร์

Pivot Point คืออะไร? สูตรคำนวณแนวรับแนวต้าน และวิธีใช้เทรด

แนวรับแนวต้านที่ได้จากการคำนวณ ไม่ต้องลากเส้นเอง พร้อมสูตร PP R1–R4 · S1–S4 ตัวอย่างทองคำทีละขั้น และวิธีใช้หาจุดเข้า SL TP

โดย 1TRADERอ่าน 8 นาทีอัปเดต 16 ต.ค. 2569
!
หมายเหตุ: ราคาในบทความเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายการคำนวณ ค่า Pivot ของแต่ละโบรกเกอร์อาจต่างกันเล็กน้อยตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ เนื้อหาจัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน

  • Pivot Point (PP) คือแนวรับแนวต้านที่คำนวณจาก High Low Close ของเมื่อวาน ไม่ต้องลากเส้นเอง ทุกคนที่ใช้สูตรเดียวกันจะเห็นระดับเดียวกัน
  • สูตรหลัก PP = (H + L + C) ÷ 3 แล้วต่อยอดเป็นแนวต้าน R1–R4 และแนวรับ S1–S4
  • ราคาเหนือ PP มองหา Buy ใต้ PP มองหา Sell และใช้ R1/R2 หรือ S1/S2 เป็นเป้า TP
  • Pivot ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด ต้องรอแท่งเทียนยืนยัน ใช้คู่กับเทรนด์ และเช็ก Risk/Reward ก่อนเข้าทุกครั้ง
01Definition

Pivot Point คืออะไร?

นอกจากแนวรับแนวต้านที่เรามองเห็นและลากเองบนกราฟ เช่น Trendline, Demand Supply Zone, Order Block หรือ FVG ยังมีแนวรับแนวต้านที่ได้จากการคำนวณทางคณิตศาสตร์อีกหลายแบบ และ Pivot Point ก็เป็นหนึ่งในนั้น

Pivot Point (PP) หรือ “จุดกึ่งกลาง” คือระดับราคาทางเทคนิคที่คำนวณจาก High (H), Low (L) และ Close (C) ของช่วงเวลาก่อนหน้า นิยมใช้ข้อมูลรายวัน (Daily) แล้วสร้างแนวต้าน R1–R4 และแนวรับ S1–S4 รอบ ๆ จุดนั้น เพื่อใช้วางแผนเข้าออกออเดอร์ วาง SL/TP และอ่านทิศทางตลาด
PP
จุดกึ่งกลางของวัน ราคาเหนือ PP มักมองเป็นเชิงบวก ใต้ PP มักมองเป็นเชิงลบ
R1–R4
แนวต้าน (Resistance) อยู่เหนือ PP ไล่จากใกล้ไปไกล
S1–S4
แนวรับ (Support) อยู่ใต้ PP ไล่จากใกล้ไปไกล
จุดเด่น
คำนวณง่ายและเป็นระดับที่เทรดเดอร์ทั่วโลก “จับตาดู” ราคาจึงมักมีปฏิกิริยาแถว ๆ เส้นเหล่านี้
Pivot Point จุดกึ่งกลาง ระดับราคาที่คำนวณจาก High Low Close ของวันก่อนหน้า ใช้เป็นแนวรับ S1-S4 และแนวต้าน R1-R4
Pivot Point คำนวณจาก H L C ของช่วงก่อนหน้า แล้วสร้าง R1–R4 และ S1–S4 · แตะเพื่อขยาย
!

Pivot มีหลายสูตร: บทความนี้ใช้แบบ Classic ตามไฟล์ต้นฉบับ นอกจากนี้ยังมี Traditional (Floor), Fibonacci, Woodie, Camarilla และ DeMark ซึ่ง PP R1 S1 R2 S2 ของ Classic กับ Traditional เหมือนกัน แต่ R3/R4 และ S3/S4 คำนวณต่างกัน เวลาเปิดอินดิเคเตอร์จึงต้องเลือกประเภทให้ตรง

02Formula

สูตรคำนวณ Pivot Point

ก่อนอื่นต้องกำหนดตัวแปรจากช่วงเวลาก่อนหน้า (ถ้าใช้ Pivot รายวัน คือแท่งเทียนของเมื่อวาน)

H
ราคาสูงสุดของช่วงเวลาก่อนหน้า (High)
L
ราคาต่ำสุดของช่วงเวลาก่อนหน้า (Low)
C
ราคาปิดของช่วงเวลาก่อนหน้า (Close)
R
ช่วงราคา (Range) = H − L
สูตรคำนวณ Pivot Point PP = (H + L + C) / 3 แนวต้าน R1 R2 R3 R4 และแนวรับ S1 S2 S3 S4
สูตรคำนวณ Pivot Point แนวต้าน R1–R4 และแนวรับ S1–S4 (แบบ Classic) · แตะเพื่อขยาย
PP=(H + L + C) ÷ 3
แนวต้าน (Resistance)
R1
2 × PP − L – แนวต้านแรก ใกล้ PP ที่สุด
R2
PP + R – บวกช่วงราคาของเมื่อวาน 1 เท่า
R3
PP + 2 × R – บวก 2 เท่าของ Range
R4
PP + 3 × R – บวก 3 เท่าของ Range
แนวรับ (Support)
S1
2 × PP − H – แนวรับแรก ใกล้ PP ที่สุด
S2
PP − R – ลบช่วงราคาของเมื่อวาน 1 เท่า
S3
PP − 2 × R – ลบ 2 เท่าของ Range
S4
PP − 3 × R – ลบ 3 เท่าของ Range

ถ้าใช้แบบ Traditional จะได้ R3 = 2×PP + (H − 2L) และ S3 = 2×PP − (2H − L) ซึ่งแคบกว่าแบบ Classic ส่วน PP, R1, R2, S1 และ S2 ใช้สูตรเดียวกัน

03Example

ตัวอย่างคำนวณ Pivot ทองคำ XAU/USD

ต้องการหา Pivot Point ของวันที่ 24 ก.ย. 2025 จึงใช้ราคา H/L/C ของวันก่อนหน้า คือวันอังคารที่ 23 ก.ย. 2025 ของ XAU/USD (Spot): High 3,791.11 · Low 3,736.73 · Close 3,764.29

1
คำนวณ Range – R = 3,791.11 − 3,736.73 = 54.38
2
คำนวณ PP – (3,791.11 + 3,736.73 + 3,764.29) ÷ 3 = 11,292.13 ÷ 3 = 3,764.04
3
คำนวณแนวต้าน – R1 = 2 × 3,764.04 − 3,736.73 = 3,791.36 · R2 = 3,764.04 + 54.38 = 3,818.42 · R3 = 3,872.80 · R4 = 3,927.18
4
คำนวณแนวรับ – S1 = 2 × 3,764.04 − 3,791.11 = 3,736.98 · S2 = 3,764.04 − 54.38 = 3,709.66 · S3 = 3,655.28 · S4 = 3,600.90
ตัวอย่างคำนวณ Pivot Point ทองคำ XAU/USD วันที่ 24 ก.ย. 2025 จาก High 3,791.11 Low 3,736.73 Close 3,764.29 ได้ PP 3,764.04
ตัวอย่างคำนวณ Pivot Point ทองคำ 24 ก.ย. 2025 จาก H/L/C ของ 23 ก.ย. 2025 · แตะเพื่อขยาย
!

สังเกตว่า R1 (3,791.36) ใกล้กับ High ของเมื่อวาน และ S1 (3,736.98) ใกล้กับ Low ของเมื่อวาน ส่วน R3/R4 และ S3/S4 อยู่ไกลมาก ปกติราคาจะไปถึงเฉพาะวันที่มีข่าวแรงหรือเทรนด์แรง ตัวเลขของแต่ละโบรกเกอร์อาจต่างจากนี้เล็กน้อย เพราะแท่งเทียนรายวันปิดคนละเวลา

04Indicator

อินดิเคเตอร์คำนวณ Pivot Point อัตโนมัติ

คำนวณเองได้ก็จริง แต่ต้องทำใหม่ทุกวันและเสียเวลามาก แนะนำให้ใช้อินดิเคเตอร์ที่วาดเส้นให้อัตโนมัติ เลือกได้ 2 ทาง

MT4 / MT5
1
PivotPoints.All-In-One – อินดิเคเตอร์ฟรีจาก FXSSI มีทั้ง MT4 และ MT5 ดาวน์โหลดได้ที่ fxssi.co/pivot-points-all-in-one
2
เลือกประเภท – รองรับ Classic (Floor), Camarilla, Woodie, Fibonacci และ CPR เลือกให้ตรงกับสูตรที่ใช้
TradingView
1
Pivot Points Standard – อินดิเคเตอร์ในตัวที่ใช้ได้ฟรี กด Indicators แล้วค้นหาชื่อนี้ ดูวิธีใช้ TradingView ได้ใน EP15
2
ตั้งค่า – Type เลือก Classic และ Pivots Timeframe เลือก 1D (รายวัน) สำหรับเทรดระหว่างวัน
อินดิเคเตอร์ Pivot Point บน MT4 กราฟทองคำ H1 วาดเส้น PP แนวรับ S1-S3 และแนวต้าน R1 ใหม่ทุกวันอัตโนมัติ
อินดิเคเตอร์ Pivot Point บน MT4 กราฟทองคำ H1 วาดเส้นชุดใหม่ทุกวัน · แตะเพื่อขยาย

วิธีอ่านอินดิเคเตอร์จากภาพ

1
วาดใหม่ทุกวัน – ทุก ๆ วัน ระบบจะคำนวณ Pivot ใหม่จากราคาเมื่อวาน แล้ววาดชุดเส้นแนวรับแนวต้านเฉพาะของวันนั้น
2
ดูสีของเส้น – เส้น PP (สีฟ้า) อยู่ตรงกลาง ด้านบนเป็นแนวต้าน R1–R4 (สีแดง/ส้ม) ด้านล่างเป็นแนวรับ S1–S4 (สีเขียว) สีอาจต่างกันตามการตั้งค่า
3
ดูว่าราคาอยู่ฝั่งไหนของ PP – ในภาพช่วง 22–23 ก.ย. ราคายืนเหนือ PP เกือบทั้งวันและขึ้นต่อเนื่อง ส่วนวันที่ราคาวนรอบ PP มักเป็นวันที่ตลาดไม่มีทิศทาง
05Practice

วิธีใช้ Pivot Point เทรดจริง

Pivot Point คืออะไร ใช้งานยังไง กราฟแสดงเส้น Pivot Point แนวรับแนวต้านรายวันบน MT4
Pivot Point คืออะไร ใช้งานยังไง: เส้น PP แนวรับแนวต้านรายวันบน MT4 · แตะเพื่อขยาย
3 หลักการ
1
ดูทิศทาง (Bias) – ราคาอยู่เหนือ PP → มองหาจังหวะ Buy ที่แนวรับ (PP หรือ S1) · ราคาอยู่ใต้ PP → มองหาจังหวะ Sell ที่แนวต้าน (PP หรือ R1)
2
จุดเข้าและออก (Entry/Exit) – เข้าเมื่อราคาแตะ PP หรือแนว S/R แล้วเกิดสัญญาณกลับตัว เช่น แท่งเทียนกลับตัวหรือ Divergence ตั้ง TP ที่ R1, R2 (ฝั่ง Buy) หรือ S1, S2 (ฝั่ง Sell) และวาง SL ไว้หลังแนวที่เข้า
3
ใช้คู่กับเทคนิคอื่น – ยืนยันด้วยเทรนด์ Trendline, EMA หรือ RSI ไม่ควรใช้ Pivot เดี่ยว ๆ

ตัวอย่างวางแผน Buy ที่ PP (สมมติ)

ใช้ระดับของวันที่ 24 ก.ย. 2025 จากหัวข้อ 03 สมมติราคาเปิดเหนือ PP แล้วย่อลงมาทดสอบ PP ที่ 3,764 และเกิดแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้น จึงเข้า Buy ที่ 3,767

แผน A

SL ใต้ S1

SL 3,733 → เสี่ยง 34 · TP R1 3,791 → ได้ 24

SL ไกลเกินไปเมื่อเทียบกับระยะถึง R1

Risk/Reward 1:0.7
แผน B

SL ใต้ PP + Swing Low

SL 3,755 → เสี่ยง 12 · TP1 R1 → ได้ 24 · TP2 R2 3,818 → ได้ 51

SL อยู่หลังแนวที่เข้า ถ้าหลุด PP แปลว่าแผนผิด

Risk/Reward 1:2 ถึง 1:4
!

ไฟล์ต้นฉบับแนะนำ “ตั้ง SL ใต้ S1 หรือเหนือ R1” ซึ่งเหมาะเมื่อเข้าที่ PP แล้วยอมให้ราคามีที่วิ่ง แต่ต้องเช็ก Risk/Reward (EP22) ด้วยทุกครั้ง ถ้าเข้าที่ S1 ให้วาง SL ใต้ S1 พร้อมระยะเผื่อหรือใต้ Swing Low และคุมขนาด Lot ตาม EP9 Money Management

06Tips

ข้อควรระวัง ในการใช้ Pivot Point

ระวัง
1
แตะแล้วไม่ได้แปลว่าเด้ง – Pivot เป็นแค่ระดับที่คนจับตา ราคาอาจทะลุผ่านไปเลย ต้องรอสัญญาณยืนยันก่อน
2
แต่ละโบรกเกอร์ค่าไม่เท่ากัน – แท่งวันปิดคนละเวลา ส่วนใหญ่ 17:00 น. นิวยอร์ก (ประมาณ 04:00–05:00 น. เวลาไทย) ถ้ามีแท่งวันอาทิตย์ Pivot วันจันทร์จะเพี้ยน
3
วันข่าวแรง – ข่าวอย่าง Nonfarm หรือ CPI ทำให้ราคาวิ่งทะลุหลายระดับ เช็กเวลาข่าวใน EP21 Forex Factory
ทำแบบนี้
1
เลือก Pivot ให้ตรงไทม์เฟรม – Daily สำหรับ M5–H1 · Weekly สำหรับ H4 · Monthly สำหรับ D1 ดูการเลือกไทม์เฟรมใน EP19
2
ดูจุดที่ซ้อนกัน – Pivot ที่ตรงกับโซน Demand/Supply หรือ Fibo มักมีน้ำหนักกว่า
3
แนวที่ทะลุแล้วสลับบทบาท – R1 ที่ถูกทะลุอย่างชัดเจนมักกลายเป็นแนวรับ และ S1 ที่หลุดมักกลายเป็นแนวต้าน
07Summary

ตารางสรุป ระดับ Pivot Point

ระดับสูตร (Classic)ตัวอย่าง XAUUSD 24 ก.ย. 2025ใช้ทำอะไร
R4PP + 3 × R3,927.18ระดับสุดขั้ว ราคาไม่ค่อยไปถึง
R3PP + 2 × R3,872.80วันเทรนด์แรงหรือข่าวแรง
R2PP + R3,818.42TP ที่ 2 ฝั่ง Buy
R12 × PP − L3,791.36TP แรกฝั่ง Buy · จุดหา Sell เมื่อราคาใต้ PP
PP(H + L + C) ÷ 33,764.04เส้นแบ่งฝั่ง เหนือมอง Buy ใต้มอง Sell
S12 × PP − H3,736.98TP แรกฝั่ง Sell · จุดหา Buy เมื่อราคาเหนือ PP
S2PP − R3,709.66TP ที่ 2 ฝั่ง Sell
S3PP − 2 × R3,655.28วันเทรนด์แรงหรือข่าวแรง
S4PP − 3 × R3,600.90ระดับสุดขั้ว ราคาไม่ค่อยไปถึง

Pivot Point เป็นแนวรับแนวต้านที่คำนวณได้ง่ายและเป็นกลาง ทุกคนที่ใช้สูตรเดียวกันจะเห็นเส้นเดียวกัน จึงช่วยวางกรอบการเทรดในแต่ละวันได้รวดเร็ว แต่ควรใช้เป็น “แผนที่” ประกอบกับเทรนด์และสัญญาณยืนยัน ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรดโดยลำพัง

08FAQ

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Pivot Point

Pivot Point คืออะไร?

Pivot Point (PP) คือระดับราคาที่คำนวณจากราคาสูงสุด (High) ต่ำสุด (Low) และปิด (Close) ของช่วงเวลาก่อนหน้า นิยมใช้ข้อมูลรายวัน แล้วนำไปสร้างแนวต้าน R1–R4 และแนวรับ S1–S4 เพื่อใช้วางแผนเข้าออกออเดอร์ วาง SL/TP และดูทิศทางตลาด

สูตรคำนวณ Pivot Point คืออะไร?

PP = (H + L + C) ÷ 3, R1 = 2×PP − L, S1 = 2×PP − H, R2 = PP + (H − L), S2 = PP − (H − L) ส่วน R3/R4 และ S3/S4 แบบ Classic คือ PP ± 2×(H − L) และ PP ± 3×(H − L) โดย H L C เป็นราคาของวันก่อนหน้า

Pivot Point ใช้ไทม์เฟรมไหนดี?

Pivot รายวัน (Daily) เหมาะกับการเทรดระหว่างวันบนกราฟ M5 ถึง H1 ถ้าเทรดบนกราฟ H4 ให้ใช้ Pivot รายสัปดาห์ (Weekly) และถ้าถือเป็นสัปดาห์บนกราฟ D1 ให้ใช้ Pivot รายเดือน (Monthly)

ทำไม Pivot Point แต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน?

เพราะแท่งเทียนรายวันของแต่ละโบรกเกอร์เปิดปิดคนละเวลาตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ค่า High Low Close ของเมื่อวานต่างกันเล็กน้อย โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ปิดแท่งวันตอน 17:00 น. เวลานิวยอร์ก หรือประมาณ 04:00–05:00 น. เวลาไทย ถ้าโบรกเกอร์มีแท่งวันอาทิตย์ Pivot วันจันทร์ก็อาจเพี้ยนได้

Pivot Point แบบ Classic กับ Traditional ต่างกันยังไง?

PP R1 S1 R2 S2 คำนวณเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ R3/R4 และ S3/S4 แบบ Classic ใช้ PP ± 2×Range และ ± 3×Range ส่วน Traditional ใช้ R3 = 2×PP + (H − 2L) และ S3 = 2×PP − (2H − L) นอกจากนี้ยังมีแบบ Fibonacci, Woodie, Camarilla และ DeMark

ใช้ Pivot Point ใน TradingView ยังไง?

กด Indicators แล้วค้นหา Pivot Points Standard ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ในตัวที่ใช้ได้ฟรี ในการตั้งค่าเลือก Type เป็น Classic ให้ตรงกับสูตรในบทความ และเลือก Pivots Timeframe เป็น Daily (1D) สำหรับเทรดระหว่างวัน

ใช้ Pivot Point อย่างเดียวเทรดได้ไหม?

ไม่ควร Pivot บอกแค่ระดับราคาที่คนจำนวนมากจับตา ไม่ได้บอกว่าราคาจะเด้งหรือทะลุ ควรรอสัญญาณยืนยัน เช่น แท่งเทียนกลับตัวหรือ Divergence ใช้คู่กับเทรนด์ เส้นแนวโน้ม EMA หรือ RSI และเช็ก Risk/Reward ก่อนเข้าทุกครั้ง

ดูบทเรียนทั้งหมดได้ที่ คอร์สเรียนเทรดฟรี พื้นฐานกราฟทองคำ

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex, ทองคำ และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุน แนวรับแนวต้าน Pivot Point ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับตัว 1trader ให้บริการข้อมูลและความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต