ข้ามไปเนื้อหา
Famous Traders · Index Investing

Jack Bogle

จอห์น โบเกิล / ผู้ก่อตั้ง Vanguard ผู้ซื้อทั้งกองหญ้า แทนการหาเข็ม

ปี 1976 โบเกิลเปิดกองทุนที่ไม่พยายามเลือกหุ้นเก่ง ๆ แต่ซื้อทั้งตลาดในต้นทุนต่ำที่สุด วอลล์สตรีทหัวเราะ และกองทุนระดมเงินได้แค่ราว 11 ล้านดอลลาร์ ห้าสิบปีต่อมา แนวคิดนี้เปลี่ยนวิธีลงทุนของคนทั้งโลก หน้านี้ให้คุณลองคำนวณว่าค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ กินเงินไปเท่าไร ลองหาเข็มในกองหญ้า และดูว่าคุณจะทนถือต่อได้ไหมตอนตลาดลงครึ่งหนึ่ง

อ่านประมาณ 14 นาทีอัปเดต 5 ต.ค. 2569

ภาพประกอบที่เราวาดขึ้นใหม่ ไม่ใช่โลโก้หรือภาพของ Vanguard ไม่พบภาพถ่ายของโบเกิลที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด

เกิด1929
Vanguard1974
กองทุนดัชนีรายย่อย1976
ค่าใช้จ่ายวันนี้0.04%
First Index Investment Trust1976กองทุนดัชนีกองแรกที่นักลงทุนรายย่อยซื้อได้
เงินที่ระดมได้ตอนเปิด≈$11Mจากเป้าสูงสุด 150 ล้านดอลลาร์ จนถูกเรียกว่า Bogle’s Folly
ค่าใช้จ่ายต่อปี · Vanguard 5000.43% → 0.04%ตอนเปิดปี 1976 เทียบกับ Admiral Shares วันนี้
01

Profileข้อมูลสรุป

ชื่อJohn Clifton “Jack” Bogle (จอห์น คลิฟตัน “แจ็ค” โบเกิล)
เกิด8 พฤษภาคม 1929 ที่ Montclair รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา · เสียชีวิต 16 มกราคม 2019 ที่ Bryn Mawr รัฐเพนซิลเวเนีย อายุ 89 ปี
การศึกษาBlair Academy ปี 1947 · ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จาก Princeton ปี 1951 เกียรตินิยม magna cum laude
ตำแหน่งผู้ก่อตั้ง The Vanguard Group (จดทะเบียนปี 1974) เป็น CEO ถึงปี 1996 และเป็นประธานถึงปี 1999
เส้นทางทำงานที่ Wellington Management ปี 1951–1974 จนขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุด · ถูกปลดต้นปี 1974 · ตั้ง Vanguard · ตั้งศูนย์วิจัย Bogle Financial Markets Research Center หลังวางมือ
ความถนัดกองทุนดัชนีต้นทุนต่ำ การถือยาว และการวางโครงสร้างบริษัทให้ผู้ถือหน่วยเป็นเจ้าของ เพื่อให้ต้นทุนต่ำที่สุด
หนังสือBogle on Mutual Funds (1993), Common Sense on Mutual Funds (1999), The Little Book of Common Sense Investing (2007), Enough. (2008), The Clash of the Cultures (2012), Stay the Course (2018)
การยกย่องFortune ยกให้เป็น 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของวงการลงทุนแห่งศตวรรษที่ 20 ปี 1999 · Time 100 ปี 2004
02

From a Princeton thesis to Bogle’s Follyจากวิทยานิพนธ์ปี 1951 สู่กองทุนที่วอลล์สตรีทหัวเราะ

โบเกิลทำงานในธุรกิจกองทุนรวมตั้งแต่จบมหาวิทยาลัย ไต่เต้าจนเป็นผู้บริหารสูงสุด แล้วถูกปลดหลังการควบรวมที่ผิดพลาด การถูกปลดครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มของ Vanguard และกองทุนดัชนีที่เปลี่ยนวงการ

แตะแต่ละช่วงเพื่อไล่ดูเส้นทาง ตั้งแต่เด็กที่ครอบครัวสูญเสียฐานะ จนถึงผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

FIELD ALMANAC · 1929–2019บันทึกชีวิตของโบเกิล

1929 · เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม 1929 ที่ Montclair รัฐนิวเจอร์ซีย์ (บางแหล่งระบุ Verona) ครอบครัวสูญเสียฐานะในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ เขาเริ่มทำงานพิเศษตั้งแต่เด็ก และได้ทุนเรียนที่ Blair Academy

1 / 14
THESIS NOTE · PRINCETON 1951The Economic Role of the Investment Company
ผู้เขียน
John C. Bogle
ความยาว
ราว 130 หน้า
จุดเริ่ม
บทความ Fortune ธ.ค. 1949
ผลที่ได้
งานที่ Wellington
  1. ต้นทุนค่าธรรมเนียมเป็นตัวถ่วงผลตอบแทน
  2. ผู้ถือหน่วยกองทุนควรบริหารเพื่อคนที่ลงเงิน
  3. ตลาดกองทุนไม่ควรอ้างว่าชนะตลาดได้เสมอ
  4. ความเรียบง่ายแนวคิดที่เขาย้ำไปตลอดชีวิต

หัวข้อสรุปโดยเราจากที่แหล่งข้อมูลเล่าถึงวิทยานิพนธ์ ไม่ใช่สารบัญจริง

คำพูดที่ Vanguard ยกมาบ่อยที่สุด

Don’t look for the needle in the haystack. Just buy the haystack!

John C. Bogle · อย่ามัวหาเข็มในกองหญ้า ซื้อทั้งกองหญ้าไปเลย
03

The tyranny of compounding costsห้องทดลอง: ค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ กินเงินคุณไปเท่าไร

โบเกิลเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าต้นทุนที่ทบต้น ผลตอบแทนทบต้นทุกปี ค่าธรรมเนียมก็ทบต้นเหมือนกัน กองทุนที่เก็บค่าใช้จ่ายปีละ 1% ดูเหมือนแพงกว่าแค่นิดเดียว แต่เมื่อผ่านไปหลายสิบปี ส่วนต่างนี้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ ในห้องทดลองนี้ทั้งสองกองทุนได้ผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายเท่าตลาด ต่างกันแค่ต้นทุน

กองทุนดัชนี—
กองทุนเชิงรุก—
ส่วนต่าง—
ต้นทุนกินผลตอบแทนเชิงรุกไป—

แบบจำลอง: ผลตอบแทนคงที่ทุกปี ทบต้นปีละครั้ง หักค่าใช้จ่ายเป็นสัดส่วนของเงินทุกปี ไม่คิดภาษีและเงินเฟ้อ สมมติให้กองทุนเชิงรุกได้ผลตอบแทนก่อนหักต้นทุนเท่าตลาด ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของกองทุนเชิงรุกทั้งหมดตามแนวคิดของโบเกิล บางกองทำได้ดีกว่า บางกองแย่กว่า ตัวเลขค่าใช้จ่ายในตัวอย่างเป็นตัวเลขประกอบการเรียนรู้

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

เทรดเดอร์ไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมรายปี แต่จ่าย Spread และค่าคอมทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ถ้าเทรดวันละหลายไม้ ต้นทุนรวมต่อปีอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายของกองทุนเชิงรุกหลายเท่า ต้นทุนที่ลดได้ เช่น เลือกบัญชีที่ Spread ต่ำหรือรับเงินคืนค่าคอม คือกำไรที่ได้แน่นอน

COST MATTERS

ต้นทุนต่ำ เหลือกำไรมากขึ้น เทรดทอง ค่าเงิน หรือดัชนีกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot

เปิดบัญชี ↗

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

04

The needle or the haystackเกม: เลือกผู้จัดการกองทุนที่จะชนะตลาดอีก 15 ปี

วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้เลือกกองทุนคือดูผลงานย้อนหลัง โบเกิลเตือนว่าผลงานในอดีตบอกอนาคตได้น้อยมาก และกองทุนจำนวนมากถูกปิดหรือควบรวมไประหว่างทาง บนโต๊ะมีกองทุนเชิงรุกสมมติ 20 กอง เลือก 3 กองที่คุณคิดว่าจะชนะกองทุนดัชนีในอีก 15 ปีข้างหน้า

เลือกแล้ว 0 / 3

แตะการ์ดเพื่อเลือกกองทุน ตัวเลขบนการ์ดคือผลงานเฉลี่ยต่อปีเทียบกับดัชนีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

แบบจำลองกองทุนสมมติ: ทุกกองได้ผลตอบแทนก่อนหักต้นทุนเท่าตลาดบวกค่าความคลาดเคลื่อนแบบสุ่มปีละประมาณ ±3.5% โดยไม่มีกองไหนเก่งกว่าจริง แล้วหักค่าใช้จ่ายปีละ 1% กองทุนดัชนีหักปีละ 0.04% กองที่แพ้ดัชนีสะสมเกิน 18% ถูกปิด ผลงาน 5 ปีแรกสุ่มแยกจากอนาคต ในโลกจริงมีผู้จัดการที่เก่งจริงอยู่บ้าง แต่รายงานหลายฉบับพบว่ากองทุนเชิงรุกส่วนใหญ่แพ้ดัชนีในระยะยาว และหาล่วงหน้าได้ยาก

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

การเลือกระบบเทรดหรือคนที่ตามสัญญาณจากผลงานไม่กี่เดือนก็เป็นปัญหาเดียวกัน ผลงานช่วงสั้นมีโชคปนอยู่มาก และคนที่แพ้มักเลิกไปจนเราเห็นแต่คนที่ชนะ ก่อนเชื่อผลงานย้อนหลัง ถามว่าช่วงเวลายาวพอไหม และนับคนที่แพ้ไปแล้วด้วยหรือเปล่า

SPREAD · COSTทุกไม้มีต้นทุน ลดได้ก็ควรลดเทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

05

Bonds roughly equal to your ageห้องทดลอง: แบ่งหุ้นกับพันธบัตรตามอายุ

โบเกิลไม่ได้แนะนำให้ถือหุ้นอย่างเดียว เขาพูดถึงแนวคิดคร่าว ๆ ว่าสัดส่วนพันธบัตรอาจใกล้กับอายุ คนอายุ 30 ถือพันธบัตรราว 30% คนอายุ 60 ถือราว 60% แล้วปรับตามความรับความเสี่ยงของแต่ละคน ลองเลื่อนอายุ แล้วดูว่าถ้าหุ้นตกครึ่งหนึ่ง พอร์ตจะลดลงเท่าไร

หุ้นพันธบัตร
หุ้น / พันธบัตร—
พอร์ตลดลง—
เงิน 1,000,000 บาทเหลือ—
หุ้นล้วน 100% จะเหลือ—

แนวคิดพันธบัตรเท่ากับอายุเป็นจุดเริ่มต้นคร่าว ๆ ที่โบเกิลพูดถึง ไม่ใช่สูตรตายตัว และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน แบบจำลองสมมติว่าพันธบัตรไม่ขึ้นไม่ลงตอนหุ้นตก ซึ่งในความจริงพันธบัตรก็ผันผวนได้ และบางช่วงลดลงพร้อมหุ้น

Vanguard เมื่อโบเกิลเสียชีวิต≈$4.9Tสินทรัพย์ราว 4.9 ล้านล้านดอลลาร์ ปี 2019
ตอนเริ่มปี 197511 กองสินทรัพย์ราว 1,800 ล้านดอลลาร์
กองทุนดัชนีปี 1979500 ตัวปีที่กองทุนถือหุ้นครบทั้ง 500 ตัว ตามที่ Fortune Small Business รายงาน
โครงสร้างบริษัทผู้ถือหน่วยเป็นเจ้าของผ่านกองทุน
06

Stay the courseเกม: คุณจะถือต่อได้ไหม ตอนตลาดลงครึ่งหนึ่ง

Stay the course คือคำที่โบเกิลพูดบ่อยที่สุด และเป็นชื่อหนังสือเล่มสุดท้ายของเขา กองทุนดัชนีให้ผลตอบแทนใกล้เคียงตลาดก็ต่อเมื่อนักลงทุนถือต่อไป คนที่ขายหนีตอนตลาดตกหนักแล้วกลับเข้าช้า มักได้น้อยกว่าตลาดมาก ในเกมนี้ตลาดสมมติเดินทีละไตรมาส คุณเริ่มด้วยเงิน 100 ในกองทุนดัชนี ตัดสินใจทุกไตรมาสว่าจะทำอะไร

ไตรมาส 0 / 23ถือกองทุนดัชนี
ตลาดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี ทุกคนคุยกันเรื่องหุ้น

เลือกว่าจะถือต่อ หรือขายไปถือเงินสด ทุกครั้งที่กด ตลาดจะเดินไป 1 ไตรมาส

แบบจำลอง: เส้นราคาตลาดและข่าวเป็นเรื่องสมมติ รูปทรงคล้ายตลาดขาลงครั้งใหญ่ที่ลดลงราวครึ่งหนึ่งแล้วฟื้นตัว แต่ไม่ใช่ข้อมูลจริงของดัชนีใด ไม่รวมเงินปันผล เงินสดได้ดอกเบี้ยไตรมาสละ 0.5% ไม่คิดภาษีและค่าธรรมเนียม ในโลกจริงไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าตลาดจะฟื้นเมื่อไร หรือจะฟื้นหรือไม่

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

เทรดเดอร์ต่างจากนักลงทุนตรงที่ต้องมีจุดตัดขาดทุน แต่บทเรียนเดียวกันใช้ได้ การตัดสินใจตอนตื่นตระหนกมักเป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุด วางแผนไว้ก่อนว่าจะทำอะไรเมื่อราคาไปถึงจุดไหน แล้วทำตามแผน แทนการเปลี่ยนใจตามข่าวหน้าหนึ่ง

07

Fact checkตรวจข่าว: เรื่องจริงกับเรื่องที่เล่าต่อกันมา

โบเกิลกลายเป็นสัญลักษณ์ของการลงทุนแบบดัชนี เรื่องของเขาจึงถูกเล่าต่อแบบย่อจนบางส่วนคลาดเคลื่อน เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน

1976มีข้อมูลรองรับ

Vanguard เปิดกองทุนดัชนีกองแรกสำหรับนักลงทุนรายย่อย

First Index Investment Trust เปิดปลายเดือนสิงหาคม 1976 และปัจจุบันคือ Vanguard 500 Index Fund ก่อนหน้านั้นมีกองทุนดัชนีสำหรับสถาบันอยู่แล้ว แต่คนทั่วไปยังซื้อไม่ได้

1976มีข้อมูลรองรับ

กองทุนแรกระดมเงินได้น้อยจนถูกเรียกว่า Bogle’s Folly

Vanguard ระบุว่าตั้งเป้าไว้ 50–150 ล้านดอลลาร์ แต่ได้มาเพียงราว 11 ล้าน (Jason Zweig ระบุ 11.3 ล้าน) โบเกิลเรียกการระดมทุนครั้งนั้นว่าความล้มเหลว และนักวิจารณ์เรียกกองทุนนี้ว่า Bogle’s Folly

1974มีข้อมูลรองรับ

ชื่อ Vanguard มาจากเรือรบของเนลสัน

โบเกิลตั้งชื่อตามเรือ HMS Vanguard เรือธงของ Horatio Nelson ในยุทธนาวีแม่น้ำไนล์ปี 1798 หลังได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์กองทัพเรืออังกฤษ

1976จริงบางส่วน

โบเกิลเป็นคนคิดค้นกองทุนดัชนี

แนวคิดมีมาก่อนในงานวิชาการ เช่น Paul Samuelson และ Burton Malkiel และมีกองทุนดัชนีสำหรับสถาบันก่อนปี 1976 สิ่งที่โบเกิลทำเป็นคนแรกคือเปิดกองทุนดัชนีให้นักลงทุนรายย่อยซื้อได้

1974จริงบางส่วน

โบเกิลถูกไล่ออก แล้วไปตั้ง Vanguard แข่ง

เขาถูกปลดจาก Wellington Management แต่ Vanguard ตั้งขึ้นเพื่อดูแลงานบริหารของกองทุนกลุ่ม Wellington เดิม ช่วงแรกยังไม่ได้รับอนุญาตให้บริหารเงินลงทุนเอง กองทุนดัชนีที่ไม่ต้องเลือกหุ้นจึงเป็นทางออกหนึ่ง

1990sจริงบางส่วน

โบเกิลต่อต้าน ETF

มีการเล่าว่าเขาปฏิเสธไอเดีย ETF ที่ Nathan Most นำมาเสนอ และวิจารณ์การซื้อขายกองทุนดัชนีบ่อย ๆ ว่าขัดกับการถือยาว แต่เขาไม่ได้ต่อต้านการลงทุนในดัชนีแบบถือยาวผ่าน ETF และ Vanguard เองก็ออก ETF ในภายหลัง

2019เข้าใจผิดบ่อย

โบเกิลรวยระดับพันล้านดอลลาร์จาก Vanguard

Vanguard เป็นของกองทุนที่บริหาร ไม่ใช่ของผู้ก่อตั้ง มีรายงานประเมินทรัพย์สินของเขาราว 80 ล้านดอลลาร์ น้อยกว่าเจ้าของบริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่อื่นมาก

—เข้าใจผิดบ่อย

กองทุนดัชนีให้ผลตอบแทนเท่าตลาดพอดี

กองทุนดัชนียังมีค่าใช้จ่ายและความคลาดเคลื่อนจากดัชนี ผลตอบแทนจึงต่ำกว่าดัชนีเล็กน้อย จุดของโบเกิลคือส่วนต่างนี้เล็กกว่ากองทุนเชิงรุกทั่วไปมาก

—เข้าใจผิดบ่อย

โบเกิลแนะนำให้ถือหุ้น 100% ตลอดชีวิต

เขาแนะนำให้ถือทั้งหุ้นและพันธบัตร และพูดถึงแนวคิดคร่าว ๆ ว่าสัดส่วนพันธบัตรอาจใกล้กับอายุ เขาบอกในบทสัมภาษณ์ช่วงท้ายชีวิตว่าพอร์ตของเขาเองมีพันธบัตรราวครึ่งหนึ่ง

ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว

เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

08

Lessonsบทเรียนสำหรับเทรดเดอร์ Forex และทองคำ

เช็กลิสต์ของคุณ
0/4
01

ต้นทุนเล็ก ๆ คือเงินก้อนใหญ่

โบเกิลบอกว่าต้นทุนคือสิ่งเดียวที่นักลงทุนควบคุมได้แน่นอน สำหรับเทรดเดอร์ Spread และค่าคอมถูกหักทุกไม้ คนที่เทรดวันละหลายไม้จ่ายต้นทุนต่อปีมากกว่าค่าธรรมเนียมกองทุนหลายเท่า ลองคำนวณต้นทุนต่อไม้ก่อนเทรด

เครื่องคำนวณ Lot →
02

ไม่ต้องหาเข็มทุกวัน

คนส่วนใหญ่ที่พยายามเลือกสิ่งที่ชนะตลาดทำได้ไม่ดีกว่าตลาดในระยะยาว เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกข่าว ดูว่าข่าวไหนสำคัญจริงในปฏิทิน แล้วเลือกเทรดเฉพาะจังหวะที่ชัด

ปฏิทินเศรษฐกิจ →
03

อย่าขายตอนทุกคนกลัว

Stay the course คือคำที่โบเกิลพูดบ่อยที่สุด การขายหนีตอนตลาดตกหนักแล้วกลับเข้าช้า มักทำให้เสียทั้งขาลงและขาขึ้น เทรดเดอร์ควรมีแผนก่อนเข้า และไม่ตัดสินใจจากความตื่นตระหนก

04

แยกเงินลงทุนยาวออกจากเงินเทรด

โบเกิลเตือนว่าการเก็งกำไรกับการลงทุนเป็นคนละเรื่องกัน การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ควรใช้เงินที่เสียได้ และแยกจากเงินที่เก็บไว้ใช้ในอนาคต

คำศัพท์ Forex →
09

Quizแบบทดสอบ 5 ข้อ

ข้อ 1 / 5

Vanguard เปิดกองทุนดัชนีกองแรกสำหรับนักลงทุนรายย่อยปีไหน?

10

Cost matters.ต้นทุนต่ำ วินัยสูง ถือแผนให้ได้

สิ่งที่นำไปใช้ได้จากโบเกิลคือรู้ต้นทุนของตัวเอง เลิกพยายามจับทุกจังหวะ และมีแผนที่ทำตามได้แม้ตลาดตื่นตระหนก นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้

REBATE · 1TRADER

เทรดแบบมืออาชีพต้องคุมต้นทุน

เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว

วิธีรับรีเบตทีละขั้น →

การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี

11

Further readingอ่านต่อ

  • Common Sense on Mutual FundsJohn C. Bogle · 1999หนังสือขายดีที่อธิบายว่าทำไมต้นทุนสำคัญ ทำไมกองทุนดัชนีได้เปรียบ และวิธีจัดพอร์ตหุ้นกับพันธบัตรแบบเรียบง่าย
  • The Little Book of Common Sense InvestingJohn C. Bogle · 2007เล่มสั้นที่อ่านง่ายที่สุดของเขา สรุปแนวคิดซื้อทั้งตลาดในต้นทุนต่ำ และถือยาว มีฉบับปรับปรุงปี 2017
  • Enough.John C. Bogle · 2008ว่าด้วยความพอดีของเงิน ธุรกิจ และชีวิต วิจารณ์วัฒนธรรมการเก็งกำไรและค่าธรรมเนียมสูงในวอลล์สตรีท
แหล่งอ้างอิงของบทความนี้
12

FAQคำถามที่พบบ่อย

จอห์น โบเกิลคือใคร?

นักลงทุนและผู้บริหารกองทุนชาวอเมริกัน (1929–2019) ผู้ก่อตั้ง The Vanguard Group และผู้เปิดกองทุนดัชนีกองแรกสำหรับนักลงทุนรายย่อยในปี 1976

กองทุนดัชนีคืออะไร?

กองทุนที่ลงทุนตามดัชนี เช่น S&P 500 โดยไม่เลือกหุ้นเอง จึงได้ผลตอบแทนใกล้เคียงตลาด และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ากองทุนที่ผู้จัดการเลือกหุ้น

ทำไมโบเกิลให้ความสำคัญกับต้นทุนมาก?

เพราะผลตอบแทนของนักลงทุนรวมกันเท่ากับผลตอบแทนตลาดลบต้นทุน ค่าธรรมเนียมที่ต่างกันปีละไม่ถึง 1% เมื่อทบต้นหลายสิบปีทำให้เงินปลายทางต่างกันมาก

Vanguard เป็นของใคร?

Vanguard เป็นของกองทุนที่บริษัทบริหาร และกองทุนเป็นของผู้ถือหน่วย โบเกิลออกแบบโครงสร้างนี้เพื่อให้บริษัททำงานแบบคิดต้นทุนตามจริง แทนการหากำไรให้เจ้าของจากภายนอก

เทรดเดอร์ Forex และทองใช้แนวคิดของโบเกิลอย่างไร?

รู้และลดต้นทุนการเทรด เช่น Spread และค่าคอม เทรดเฉพาะจังหวะที่ชัดแทนการเทรดบ่อย มีแผนก่อนเข้าเพื่อไม่ตัดสินใจตอนตลาดตื่นตระหนก และแยกเงินเทรดออกจากเงินลงทุนระยะยาว

แชร์บทความนี้ส่งต่อให้เพื่อนเทรดเดอร์
LINEfFacebookXX
กลับสู่หน้ารวมนักเทรดระดับโลกทั้งหมดดูรายชื่อ

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ห้องทดลองใช้แบบจำลองและกองทุนสมมติ ตัวเลขในแบบจำลองไม่ใช่ผลตอบแทนจริงของกองทุนใด · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ