หุ้นถูกถอดออกจากดัชนี กองทุนดัชนีต้องขายทั้งหมดภายในวันเดียว โดยไม่ดูว่าราคาเท่าไร
กองทุนดัชนีขายเพราะกฎ ไม่ใช่เพราะมูลค่าลดลง แรงขายแบบนี้อาจกดราคาต่ำกว่ามูลค่าชั่วคราว
เซธ คลาร์แมน / ผู้เขียนตำราที่พิมพ์แค่ราว 5,000 เล่ม และผู้ถือเงินสดรอของถูก
เขาเขียนหนังสือการลงทุนเพียงเล่มเดียวในปี 1991 ขายไม่ดีจนเลิกพิมพ์ แต่วันนี้นักลงทุนตามหามันเหมือนของสะสม ที่ Baupost เขาเลือกถือเงินสดเมื่อหาของถูกไม่ได้ ขาดทุนน้อยกว่าตลาดมากในปี 2008 และเคยคืนเงินนักลงทุนเพราะโอกาสไม่พอ หน้านี้ให้คุณลองประเมินมูลค่าเป็นช่วง ทดลองถือเงินสดรอจังหวะ และไล่ดูว่าใครได้เงินคืนก่อนเมื่อบริษัทล้ม
ภาพประกอบ: ปกหนังสือที่เราออกแบบขึ้นใหม่ ไม่ใช่ปกจริง ไม่พบภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด
คลาร์แมนไม่ได้เรียนการลงทุนเน้นคุณค่าจากตำราเป็นหลัก เขาบอกว่าเรียนจากการนั่งทำงานข้าง Max Heine และ Michael Price ที่ Mutual Shares กองทุนที่ซื้อหุ้นราคาต่ำ หนี้ของบริษัทที่มีปัญหา และดีลพิเศษ
เมื่อเข้าร่วม Baupost ตอนอายุ 25 เขาได้บริหารเงินของครอบครัวที่ร่ำรวยกลุ่มหนึ่ง และค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบริษัทลงทุนขนาดใหญ่ แตะแต่ละช่วงเพื่อไล่ดูเส้นทาง
1957 · เกิดวันที่ 21 พฤษภาคม 1957 ที่นครนิวยอร์ก พ่อคือ Herbert Klarman นักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขที่ Johns Hopkins
หัวข้อในหนังสือสรุปและถอดความโดยเรา ไม่ใช่สารบัญจริง
หลักคิดที่เขาย้ำบ่อยนักลงทุนส่วนใหญ่มองผลตอบแทนก่อน ทั้งที่ควรถามก่อนว่าจะขาดทุนได้แค่ไหน
ถอดความจาก Margin of Safety ไม่ใช่คำแปลตรงตัว
ใน Margin of Safety คลาร์แมนเขียนว่ามูลค่าธุรกิจประเมินได้ไม่แม่นยำ เขาใช้หลายวิธีดูประกอบกัน เช่น มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสด มูลค่าทรัพย์สินถ้าเลิกกิจการ และราคาที่ตลาดให้กับธุรกิจคล้ายกัน แล้วซื้อเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินแบบระวังมากพอ ลองเลือกบริษัทสมมติ ปรับอัตราคิดลด และเลื่อนราคา
แบบจำลองอย่างง่าย: มูลค่าจากกระแสเงินสด = กระแสเงินสดอิสระต่อหุ้น × (1 + อัตราเติบโต) ÷ (อัตราคิดลด − อัตราเติบโต) โดยใช้อัตราเติบโตต่ำและสูงของแต่ละบริษัท ช่วงรวมคือค่าต่ำสุดถึงสูงสุดของวิธีกระแสเงินสดกับวิธีเทียบตลาด มูลค่าทรัพย์สินใช้เป็นพื้นของกรณีแย่สุด บริษัทและตัวเลขทั้งหมดเป็นสมมติ ไม่ใช่สูตรของคลาร์แมน
ราคายุติธรรมของทองหรือค่าเงินก็ไม่มีตัวเลขเดียว ถ้าวิเคราะห์แล้วได้โซน ให้วางจุดเข้าใกล้ขอบที่ได้เปรียบ และถามว่าถ้าการวิเคราะห์ผิด จุดตัดขาดทุนอยู่ห่างแค่ไหน ส่วนเผื่อความปลอดภัยของเทรดเดอร์คือระยะระหว่างจุดเข้ากับจุดที่ยอมรับว่าผิด
ต้นทุนที่ต่ำลงคือส่วนเผื่อความปลอดภัยแบบหนึ่ง เทรดทอง ค่าเงิน หรือดัชนีกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot
เปิดบัญชี ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
Baupost ถือเงินสดเฉลี่ยราว 30% และเคยสูงถึงราว 40–50% ช่วงปี 2006–07 ตามที่ Institutional Investor รายงาน ลองตั้งกฎของคุณเองในตลาดจำลอง 30 ปี ว่าจะซื้อเต็มที่เมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าเท่าไร และจะถือหุ้นแค่ไหนเมื่อราคาแพง แล้วเทียบกับการลงทุนเต็มตลอด
แบบจำลอง: มูลค่าโต 6% ต่อปีบวกความผันผวนเล็กน้อย ราคาแกว่งรอบมูลค่าตามอารมณ์ตลาด มีช่วงตกหนักสุ่ม 2 ครั้ง หุ้นได้เงินปันผล 2% ต่อปี เงินสดได้ 3% ต่อปี ปรับสัดส่วนทุกเดือน ไม่คิดภาษีและค่าธรรมเนียม ตลาดจริงไม่มีใครรู้มูลค่าที่แท้จริงแบบในแบบจำลอง ผลจึงดีเกินจริงสำหรับกฎที่อิงมูลค่า
เทรดเดอร์ที่ต้องมีออเดอร์ตลอดเวลามักเข้าในจังหวะที่ไม่ได้เปรียบ การไม่มีสถานะก็เป็นการตัดสินใจ และทำให้มีมาร์จินเหลือเมื่อจังหวะดีมาถึง แต่ต้องยอมรับว่าบางช่วงจะพลาดเทรนด์ที่วิ่งต่อไปไกล
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
Baupost ทำกำไรหลายครั้งจากหนี้และสิทธิเรียกร้องของบริษัทที่ล้มละลาย หัวใจของงานนี้คือลำดับการจ่ายคืน เจ้าหนี้ที่มีหลักประกันได้ก่อน ตามด้วยเจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน หนี้ด้อยสิทธิ และผู้ถือหุ้นได้หลังสุด ลองปรับมูลค่ากิจการหลังปรับโครงสร้าง แล้วดูว่าราคาที่ซื้อของแต่ละชั้นให้ผลอย่างไร
แบบจำลองบริษัทสมมติ: หนี้มีหลักประกัน 300 หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน 500 หนี้ด้อยสิทธิ 200 (ราคาต่อหน้าตั๋ว 100) ผู้ถือหุ้นได้ส่วนที่เหลือหลังหนี้ 1,000 จ่ายตามลำดับสิทธิแบบเคร่งครัด ในความจริงมักมีการเจรจาแบ่งให้ชั้นล่างบ้าง ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และจ่ายเป็นหุ้นใหม่แทนเงินสด
สินทรัพย์เดียวกันให้ผลต่างกันมากตามราคาที่ซื้อ ไม่ใช่ตามว่าข่าวดีหรือร้าย คำถามที่ควรถามก่อนเข้าคือ ราคาตอนนี้สมมติว่าเรื่องจะจบแย่แค่ไหน และถ้าจบแย่กว่านั้น เราจะเสียเท่าไร
คลาร์แมนเขียนว่าโอกาสมักเกิดเมื่อผู้ขายขายด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับมูลค่า เช่น ถูกบังคับด้วยกฎ หรือต้องการเงินสด ส่วนของถูกที่ถูกเพราะธุรกิจแย่ลงจริงอาจเป็นกับดัก ในแต่ละสถานการณ์ เลือกว่าเป็นแบบไหน
กองทุนดัชนีขายเพราะกฎ ไม่ใช่เพราะมูลค่าลดลง แรงขายแบบนี้อาจกดราคาต่ำกว่ามูลค่าชั่วคราว
Spinoff เป็นหนึ่งในแหล่งโอกาสที่คลาร์แมนพูดถึงใน Margin of Safety เพราะผู้ขายจำนวนมากไม่ได้ขายเพราะราคา
ราคาลดลงตามมูลค่าที่ลดลงจริง ของถูกแบบนี้อาจถูกลงได้อีก ต้องประเมินมูลค่าใหม่ก่อน ไม่ใช่ดูแค่ราคาที่ลดลง
ผู้ขายที่ถูกบังคับให้ขายต้องการเงินสด ไม่ได้สนใจว่าราคาต่ำกว่ามูลค่าแค่ไหน คนที่มีเงินสดรออยู่ได้เปรียบ
กำไรครั้งเดียวทำให้ตัวเลขดูถูก ถ้าตัดออก ธุรกิจหลักอาจไม่ได้ถูกเลย ต้องดูว่ามูลค่ามาจากอะไร
คลาร์แมนเขียนถึงสถาบันที่ต้องขายตราสารผิดนัดตามกฎ แรงขายนี้ไม่ได้มาจากการประเมินมูลค่า จึงเป็นที่มาของโอกาสในหนี้ล้มละลาย
แตะคำตอบในแต่ละการ์ด
สถานการณ์เราเขียนขึ้นเพื่อการเรียนรู้ อิงแหล่งโอกาสที่คลาร์แมนพูดถึงในหนังสือ เช่น Spinoff และตราสารของบริษัทที่ล้มละลาย ของที่ผู้ขายถูกบังคับก็ยังต้องประเมินมูลค่าก่อนซื้อเสมอ
คลาร์แมนให้สัมภาษณ์น้อย เรื่องของเขาจึงถูกเล่าต่อจนบางเรื่องเกินจริง เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน
Quartz รายงานว่าพิมพ์ครั้งแรกราว 5,000 เล่ม ราคาปก 25 ดอลลาร์ ปี 2007 เคยขายบน eBay ราว 2,000 ดอลลาร์ และช่วงที่รายงานราคาอยู่ราว 650–3,300 ดอลลาร์ ราคาเปลี่ยนตามเวลาและสภาพเล่ม
Baupost เริ่มจากเงิน 27 ล้านดอลลาร์ของ 4 ครอบครัว ผู้ร่วมก่อตั้งที่ระบุใน Wikipedia คือ William Poorvu, Howard Stevenson, Jordan Baruch และ Isaac Auerbach คลาร์แมนเข้ามาตอนอายุ 25 ด้วยเงินเดือน 35,000 ดอลลาร์ และเขาเล่าว่าตอนแรกไม่มีหุ้นในบริษัทเลย
Institutional Investor ปี 2010 รายงานว่ากองทุนหุ้นส่วนที่เก่าที่สุดทำได้ราว 19% ต่อปีตั้งแต่ปี 1983 เป็นตัวเลขของกองทุนเดียวถึงช่วงเวลานั้น ไม่ใช่ตัวเลขตลอดอายุของทุกกองทุน
ตัวเลขที่รายงานคือขาดทุนราว 7% ถึงราว 13% ขึ้นกับกองทุน ขณะที่ S&P 500 รวมปันผลลดราว 37% ปีถัดมากองทุนบวกราว 27%
Institutional Investor รายงานในเดือนธันวาคม 2013 ว่า Baupost จะคืนเงินราว 4 พันล้านดอลลาร์ ด้วยเหตุผลว่าขาดโอกาสลงทุน และเป็นครั้งที่สองที่บริษัททำแบบนี้
ในบทสัมภาษณ์ปี 2008 เขาบอกว่าไม่ใช้เลเวอเรจกับพอร์ตเลย และสถานะ Short มีไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ เขาเรียก Baupost ว่าเป็นนักลงทุนขาซื้อเป็นหลัก
Hedge Fund Alpha รายงานว่า Baupost เคยถือหนี้ Lehman ราว 20% ของพอร์ต ซื้อเมื่อราคาต่ำมาก และเงินคืนขึ้นไปเกือบ 50 เซนต์ภายในปี 2018 แต่ราคาซื้อเฉลี่ยและกำไรจริงไม่ได้เปิดเผย
Claims Journal อ้าง Bloomberg ว่ากำไรจากสิทธิเรียกร้องประกันอาจใกล้ 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ Baupost ขาดทุนจากหุ้น PG&E ที่ถือด้วย จึงหักล้างกันบางส่วน
เป็นเรื่องที่เล่าต่อกันในวงนักลงทุน เราไม่พบหลักฐานจากแหล่งที่น่าเชื่อถือว่าเป็นเหตุผลจริง สิ่งที่ยืนยันได้คือหนังสือเลิกพิมพ์แล้วและหายาก
ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว
เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
คลาร์แมนเขียนว่ามูลค่าธุรกิจประเมินได้ไม่แม่นยำ จึงต้องซื้อให้ต่ำกว่าขอบล่างที่ประเมินแบบระวัง เทรดเดอร์ใช้หลักเดียวกันได้ เป้าหมายกำไรและแนวรับควรเป็นโซน ไม่ใช่ราคาเดียว
Baupost เคยถือเงินสดถึงราว 40–50% และคืนเงินให้นักลงทุนเมื่อหาของถูกไม่ได้ สำหรับเทรดเดอร์ การไม่เปิดออเดอร์ในวันที่ไม่มีแผนก็เป็นสถานะหนึ่ง รอข่าวใหญ่ผ่านไปก่อนก็ได้
ราคาที่ลดลงเพราะผู้ขายถูกบังคับต่างจากราคาที่ลดลงเพราะของแย่ลงจริง ก่อนรับมีดที่กำลังตก ให้ดูว่าข่าวหรือข้อมูลอะไรอยู่เบื้องหลัง
เขาเน้นว่านักลงทุนส่วนใหญ่มองผลตอบแทนก่อนความเสี่ยง ซึ่งกลับด้าน เทรดเดอร์ควรรู้ว่าถ้าผิดจะเสียเท่าไรก่อนกดเข้า และคุมขนาดออเดอร์ให้ไม้เดียวไม่ทำลายพอร์ต
ข้อ 1 / 5
พิมพ์ราว 5,000 เล่ม ราคาปก 25 ดอลลาร์ และเลิกพิมพ์แล้ว
เขาฝึกงานและทำงานกับทั้งสองคนที่ Mutual Shares ก่อนเรียน MBA
เหตุผลที่ให้คือหาโอกาสลงทุนที่ถูกพอไม่ได้
ตามลำดับสิทธิ เจ้าหนี้มีหลักประกันได้ก่อน ผู้ถือหุ้นได้หลังสุด
ยิ่งซื้อต่ำกว่ามูลค่ามาก ยิ่งรับความผิดพลาดของการประเมินและโชคร้ายได้มาก
สิ่งที่นำไปใช้ได้จากคลาร์แมนคือรอจังหวะที่ได้เปรียบ มองราคาเป็นโซน และรู้ว่าจะเสียเท่าไรก่อนกดเข้า นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
นักลงทุนชาวอเมริกันเกิดปี 1957 ผู้บริหาร The Baupost Group ที่บอสตันมาตั้งแต่ปี 1982 และผู้เขียนหนังสือ Margin of Safety ปี 1991 เป็นที่รู้จักจากการลงทุนเน้นคุณค่าแบบระวังความเสี่ยงและการถือเงินสดเมื่อหาของถูกไม่ได้
หนังสือพิมพ์ราว 5,000 เล่มในปี 1991 และเลิกพิมพ์แล้ว เมื่อคลาร์แมนมีชื่อเสียงมากขึ้น ความต้องการจึงสูงกว่าจำนวนเล่มที่มี ราคามือสองที่สื่อรายงานอยู่ในระดับหลายร้อยถึงหลายพันดอลลาร์
บริษัทจัดการลงทุนในบอสตันที่เริ่มในปี 1982 ด้วยเงิน 27 ล้านดอลลาร์ของ 4 ครอบครัว ลงทุนทั้งหุ้น หนี้ของบริษัทที่มีปัญหา สิทธิเรียกร้อง และอสังหาริมทรัพย์ คลาร์แมนเล่าในปี 2026 ว่าบริหารเงินราว 22 พันล้านดอลลาร์
เขามองว่าเงินสดคือตัวเลือกที่จะซื้อเมื่อของถูก ไม่ใช่เงินที่เสียเปล่า เมื่อไม่มีสินทรัพย์ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่ามากพอ เขาเลือกถือเงินสดแทนการฝืนลงทุน แม้จะทำให้ผลตอบแทนช่วงตลาดขาขึ้นแพ้คนอื่น
ไม่ฝืนเทรดเมื่อไม่มีจังหวะที่ได้เปรียบ มองเป้าหมายราคาเป็นโซน ถามว่าราคาเคลื่อนเพราะอะไรก่อนสวนหรือตาม และกำหนดจุดตัดขาดทุนกับขนาดออเดอร์ก่อนคิดเรื่องกำไร
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขเป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้แบบจำลองและบริษัทสมมติ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ