ข้ามไปเนื้อหา
Famous Traders · Value / Credit

Howard Marks

ฮาวเวิร์ด มาร์กส์ / เจ้าของบันทึกที่บัฟเฟตต์เปิดอ่านก่อน และผู้ซื้อหนี้ตอนโลกตื่นตระหนก

เขาไม่ได้มีชื่อจากการทำนายตลาด แต่จากการถามว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน บันทึกถึงลูกค้าที่เขียนมาตั้งแต่ปี 1990 เตือนฟองสบู่ปี 2000 ก่อนจุดสูงสุด และตอนโลกกลัวที่สุดในปี 2008 บริษัทของเขาทยอยซื้อหนี้ราคาตกหนักหลายพันล้านดอลลาร์ หน้านี้ให้คุณลองวัดอุณหภูมิตลาด ดูว่าความสม่ำเสมอชนะได้อย่างไร และคำนวณว่าหนี้ราคาถูกต้องแย่แค่ไหนถึงจะขาดทุน

อ่านประมาณ 14 นาทีอัปเดต 5 ต.ค. 2569

ภาพประกอบ: บันทึกจำลองที่สรุปแนวคิดของเขาเป็นภาษาไทย ไม่ใช่เอกสารจริง ไม่พบภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด

เกิด1946
Memo ฉบับแรก1990
ร่วมก่อตั้ง Oaktree1995
กองทุนปี 2008$10.9B
OCM Opportunities Fund VII · 2008$10.9Bกองทุนหนี้ของบริษัทที่มีปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในประเภทเดียวกัน ณ เวลานั้น
หลัง Lehman ล้ม · ราว 3 เดือน≈$6Bลงทุนในหนี้ราคาตกหนัก เฉลี่ยราว 500 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์
Brookfield · 201962%ซื้อหุ้น Oaktree ราว 4.7 พันล้านดอลลาร์ และซื้อส่วนที่เหลือครบในปี 2026
01

Profileข้อมูลสรุป

ชื่อHoward S. Marks (ฮาวเวิร์ด มาร์กส์)
เกิดปี 1946 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
การศึกษาปริญญาตรีการเงินจาก Wharton มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (เกียรตินิยม) เรียนวิชาโทญี่ปุ่นศึกษา และ MBA จาก University of Chicago ปี 1969 เป็น CFA
ตำแหน่งประธานร่วม (Co-Chair) ของ Oaktree Capital Management และกรรมการของ Brookfield Corporation
เส้นทางCiticorp 1969–1985 · TCW 1985–1995 · ร่วมก่อตั้ง Oaktree เดือนเมษายน 1995 กับหุ้นส่วนอีก 4 คน
ความถนัดตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง (High yield) หุ้นกู้แปลงสภาพ และหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา (Distressed debt)
หนังสือThe Most Important Thing (2011) และ Mastering the Market Cycle (2018)
เป็นที่รู้จักจากบันทึกถึงลูกค้า (Memo) ที่เขียนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1990 วอร์เรน บัฟเฟตต์บอกว่าเป็นสิ่งแรกที่เขาเปิดอ่าน
02

From Citibank to Oaktreeจากนักวิเคราะห์หุ้นที่เจ็บจาก Nifty Fifty สู่ผู้ก่อตั้ง Oaktree

มาร์กส์เริ่มงานที่ Citibank ในปี 1969 ช่วงที่ธนาคารซื้อหุ้นบริษัทดีที่สุดของประเทศโดยไม่สนราคา และได้เห็นหุ้นกลุ่มนั้นทำให้คนขาดทุนเกือบหมด บทเรียนนี้ทำให้เขาสนใจคำถามว่าราคาถูกหรือแพง มากกว่าบริษัทดีหรือไม่

จากพอร์ตตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงในปี 1978 สู่ TCW และ Oaktree เขาสร้างชื่อในตลาดที่คนอื่นไม่อยากแตะ แตะแต่ละช่วงเพื่อไล่ดูเส้นทางของเขา

FILE · 1946–2026แฟ้มประวัติของมาร์กส์

1946 · เกิดที่นครนิวยอร์กในปี 1946 เขาเรียกตัวเองว่าโชคดีที่เกิดในช่วงที่เศรษฐกิจอเมริกาโตยาวนานหลังสงคราม

1 / 14
MEMO SHELF · เลือกมา 7 ฉบับบันทึกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
  1. 12 ต.ค. 1990The Route to Performanceฉบับแรก ชนะระยะยาวด้วยการไม่แพ้หนัก
  2. 2 ม.ค. 2000bubble.comเตือนฟองสบู่หุ้นอินเทอร์เน็ต ฉบับแรกที่มีคนตอบกลับ
  3. 20 พ.ย. 2001You Can’t Predict. You Can Prepare.ทำนายไม่ได้ แต่เตรียมตัวได้
  4. 14 ก.พ. 2007The Race to the Bottomผู้ให้กู้แข่งกันลดมาตรฐาน
  5. 15 ต.ค. 2008The Limits to Negativismความกลัวก็เกินจริงได้เหมือนความโลภ
  6. ธ.ค. 2022Sea Changeยุคดอกเบี้ยต่ำอาจจบแล้ว
  7. 7 ม.ค. 2025On Bubble Watchกลับมาดูสัญญาณฟองสบู่อีกครั้ง

ชื่อและวันที่ตามที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Oaktree และสื่อที่อ้างถึง คำอธิบายเป็นการสรุปของเรา บันทึกทั้งหมดอ่านได้ฟรีบนเว็บไซต์ Oaktree

หลักคิดที่เขาย้ำบ่อย

ความเสี่ยงหมายความว่า มีสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง

ถอดความ ไม่ใช่คำแปลตรงตัว
03

Where do we stand?ห้องทดลอง: วัดอุณหภูมิตลาดด้วยลูกตุ้ม

มาร์กส์บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าตลาดจะไปทางไหน แต่ควรรู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน เขาใช้รายการตรวจสั้น ๆ ถ้าเครื่องหมายส่วนใหญ่อยู่ฝั่งร้อน ให้ระวังเงินในกระเป๋า ถ้าอยู่ฝั่งเย็น อาจเป็นเวลารุก ลองเลือกสถานการณ์ตัวอย่างหรือตอบเองทีละข้อ

อุณหภูมิตลาด—
ท่าทีที่เหมาะ—
ฝั่งร้อน / ฝั่งเย็น—
เศรษฐกิจ
มุมมองต่ออนาคต
ผู้ปล่อยกู้
เงื่อนไขเงินกู้
ส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread)
นักลงทุน
ผู้ถือสินทรัพย์
กองทุนใหม่
ราคาสินทรัพย์
ผลตอบแทนที่คาดได้

รายการตรวจดัดแปลงและถอดความจากแนวคิดในบท Having a Sense for Where We Stand ของหนังสือ The Most Important Thing เลือกมา 10 ข้อ คำตอบของสถานการณ์ตัวอย่างเป็นการตีความของเรา ไม่ใช่คำตอบของเขา คะแนนเป็นค่าเฉลี่ยง่าย ๆ ไม่ใช่สูตรของเขา

THE LIMITS TO NEGATIVISM · 15 ต.ค. 2008ตลาดหมี 3 ช่วงที่มาร์กส์ใช้อธิบาย
  1. ช่วง 1มีคนไม่กี่คนเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ จะไม่สดใสตลอดไป ทั้งที่ตลาดยังมองบวก
  2. ช่วง 2คนส่วนใหญ่เริ่มเห็นว่าสถานการณ์แย่ลงจริง
  3. ช่วง 3ทุกคนเชื่อว่ามีแต่จะแย่ลง ช่วงที่มาร์กส์มองว่าโอกาสดีที่สุด

ตลาดกระทิงมี 3 ช่วงกลับด้านกัน ตั้งแต่ไม่กี่คนเริ่มเชื่อว่าจะดีขึ้น จนทุกคนเชื่อว่าจะดีขึ้นตลอดไป ถอดความจากบันทึกและหนังสือของเขา

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

ก่อนเพิ่มขนาดออเดอร์ ลองตอบรายการนี้กับตลาดที่คุณเทรด เช่นทองคำหรือดอลลาร์ ถ้าทุกคนมั่นใจ Spread แคบ และเงินไหลเข้าไม่หยุด ลูกตุ้มอาจอยู่ฝั่งร้อน ความเสี่ยงที่จะกลับทิศสูงขึ้นแม้ราคายังขึ้นต่อได้อีก

COST · DOWNSIDE

ลดต้นทุนคือการแพ้ให้น้อยลงแบบหนึ่ง เทรดทอง ค่าเงิน หรือดัชนีกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot

เปิดบัญชี ↗

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

04

The route to performanceห้องทดลอง: ไม่เคยติดท็อป แต่จบในกลุ่มหัวแถว

บันทึกฉบับแรกของมาร์กส์ปี 1990 เล่าถึงกองทุนบำนาญที่ตลอด 14 ปีไม่เคยต่ำกว่าอันดับ 47 จาก 100 และไม่เคยดีกว่าอันดับ 27 แต่ผลรวม 14 ปีอยู่อันดับ 4 ลองจำลองดูว่ารูปแบบอันดับรายปีแบบไหนให้ผลรวมดีที่สุด

อันดับผลรวม 14 ปี—
ปีที่ติดท็อป 25%—
ปีที่แย่ที่สุด—
เงิน 100 กลายเป็น—

แบบจำลอง: ผู้จัดการกองทุน 200 คน 14 ปี ผลตอบแทนแต่ละปี = ผลตลาด + ความต่างของแต่ละคน สุ่มด้วยค่าคงที่ จึงได้ผลเดิมทุกครั้งจนกว่าจะกดสุ่มใหม่ กองทุนของคุณได้ผลตอบแทนตามอันดับที่กำหนดในปีนั้น ผลจริงในบันทึกปี 1990 คืออันดับ 4 ตัวเลขในแบบจำลองจะต่างไปตามการสุ่ม

เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

บัญชีที่ขึ้นแรงแล้วลงแรงมักจบแย่กว่าบัญชีที่โตช้าแต่ไม่เคยลงหนัก เพราะขาดทุน 50% ต้องกำไร 100% ถึงจะกลับมาเท่าเดิม การคุมความเสี่ยงต่อไม้ให้คงที่ คือวิธีของเทรดเดอร์ในการอยู่ในอันดับ 27–47 ทุกปี

SPREAD · COSTอย่าให้ต้นทุนกินกำไรเงียบ ๆเทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

05

Buying when others panicห้องทดลอง: หนี้ราคาถูกต้องแย่แค่ไหนถึงจะขาดทุน

ตอนตลาดตื่นตระหนก หุ้นกู้ของบริษัทที่ยังไม่ล้มอาจถูกขายจนราคาต่ำกว่าหน้าตั๋วมาก คำถามแบบ Oaktree คือ ถ้าซื้อที่ราคานี้ บริษัทต้องผิดนัดชำระมากแค่ไหนเราถึงจะขาดทุน ลองปรับราคา อัตราผิดนัด และเงินที่ได้คืนเมื่อผิดนัด

ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ใน 3 ปี (ต่อเงินลงทุน 100)
จุดคุ้มทุน—ผิดนัดต่อปีได้มากสุดเท่านี้ก่อนจะขาดทุน
ผลตอบแทนคาดหวังต่อปี—
ถ้าไม่มีใครผิดนัด—
ผิดนัดสะสมใน 3 ปี—
ถ้าผิดนัดทันที—

แบบจำลองอย่างง่าย: หุ้นกู้อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยปีละครั้ง ทุกปีมีโอกาสผิดนัดเท่ากัน ถ้าผิดนัดได้เงินคืนตามที่ตั้งไว้ในปีนั้นและไม่ได้ดอกเบี้ยปีนั้น ผลตอบแทนต่อปีคิดจากเงินที่คาดว่าจะได้รับรวม ไม่คิดการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ ภาษี และต้นทุนซื้อขาย สถานการณ์ตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ราคาจริงของหุ้นกู้ใด

ระดมไว้ก่อน · 2007–08$10.9BFund VII
ลงทุนหลัง Lehman≈$6Bในราว 3 เดือน
เฉลี่ยต่อสัปดาห์≈$500Mคำนวณจากยอดรวม
IRR สุทธิถึงสิ้นปี 200931.5%Fund VII ตามที่รายงาน
เกี่ยวกับเทรดเดอร์อย่างไร

เมื่อราคาตกแรง ให้ถามว่าราคาตอนนี้สมมติว่าโลกจะแย่แค่ไหน ถ้าสมมติฐานนั้นแย่กว่าสิ่งที่น่าจะเกิดจริงมาก โอกาสเอียงมาทางคุณ แต่ต้องมีเงินพอจะรอ Oaktree ระดมเงินไว้ก่อนวิกฤต เทรดเดอร์ที่ใช้มาร์จินเต็มพอร์ตไม่มีโอกาสนั้น

06

Second-level thinkingเกม: แยกความคิดชั้นแรกกับชั้นที่สอง

มาร์กส์บอกว่าความคิดชั้นแรกเรียบง่ายและผิวเผิน ทุกคนคิดได้ ความคิดชั้นที่สองถามต่อว่าคนอื่นคิดอะไร ราคาสะท้อนไปแล้วแค่ไหน และถ้าผิดจะเกิดอะไรขึ้น ในแต่ละสถานการณ์ เลือกคำตอบที่เป็นความคิดชั้นที่สอง

คะแนน 0 / 6
สถานการณ์ 1

บริษัทยอดเยี่ยม ทุกคนรู้ หุ้นขึ้นมาทั้งปี

สถานการณ์ 2

เศรษฐกิจกำลังถดถอย หุ้นลง 40% ข่าวร้ายทุกวัน

สถานการณ์ 3

ตลาดคาดเกือบ 100% ว่าธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยพรุ่งนี้

สถานการณ์ 4

ทองขึ้น 10 วันติด ทุกคนพูดถึงในโซเชียล

สถานการณ์ 5

หนี้ของบริษัทที่มีปัญหาเหลือราคา 40 เซนต์ต่อดอลลาร์

สถานการณ์ 6

ตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าตลาดคาด

แตะคำตอบในแต่ละการ์ด

สถานการณ์ 1 ถอดความจากตัวอย่างที่มาร์กส์ใช้ในหนังสือ The Most Important Thing สถานการณ์อื่นเราเขียนขึ้นเพื่อเทรดเดอร์ ความคิดชั้นที่สองไม่ได้แปลว่าสวนตลาดเสมอ แต่แปลว่าคิดต่อจากสิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่แล้ว

07

Fact checkตรวจข่าว: เรื่องจริงกับเรื่องที่เล่าต่อกันมา

เรื่องของมาร์กส์ถูกเล่าย่อจนบางเรื่องฟังเหมือนเขาทำนายอนาคตได้ ซึ่งเขาเองปฏิเสธ เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน

1990มีข้อมูลรองรับ

มาร์กส์เขียนบันทึกถึงลูกค้ามาตั้งแต่ปี 1990

บันทึกฉบับแรก The Route to Performance ลงวันที่ 12 ตุลาคม 1990 ยังเผยแพร่บนเว็บไซต์ Oaktree และ Oaktree ระบุว่า bubble.com ปี 2000 เป็นฉบับแรกที่มีคนตอบกลับ

2000จริงบางส่วน

bubble.com ทำนายวันฟองสบู่แตกได้แม่นยำ

บันทึกออกวันที่ 2 มกราคม 2000 ส่วน Nasdaq ทำจุดสูงสุดวันที่ 10 มีนาคม 2000 จึงเตือนก่อนราว 2 เดือน แต่บันทึกไม่ได้บอกวันหรือระดับที่จะแตก และเขาย้ำเสมอว่าจับจังหวะตลาดไม่ได้

2007จริงบางส่วน

มาร์กส์ทำนายวิกฤตปี 2008 ได้

บันทึก The Race to the Bottom เดือนกุมภาพันธ์ 2007 เตือนว่ามาตรฐานการให้กู้หย่อนลง และ Oaktree เตรียมกองทุนขนาดใหญ่ไว้ แต่เขาไม่ได้ทำนายว่า Lehman จะล้มหรือวิกฤตจะลึกแค่ไหน เขาเรียกสิ่งนี้ว่าการเตรียมตัว ไม่ใช่การทำนาย

2008มีข้อมูลรองรับ

กองทุนปี 2008 ของ Oaktree ใหญ่ที่สุดในประเภทเดียวกัน ณ เวลานั้น

Institutional Investor รายงานว่า OCM Opportunities Fund VII ระดมได้ 10.9 พันล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในกลุ่มกองทุนหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา ณ เวลานั้น Wikipedia ใช้ตัวเลขราว 11 พันล้าน

Q4 2008จริงบางส่วน

Oaktree ลงทุนสัปดาห์ละ 500 ล้านดอลลาร์หลัง Lehman ล้ม

ตัวเลขที่รายงานคือราว 6 พันล้านดอลลาร์ในราว 3 เดือน Penn Gazette ใช้ 6.5 พันล้านในไตรมาส 4 ปี 2008 ส่วน 500 ล้านต่อสัปดาห์เป็นค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากยอดรวม ไม่ใช่ยอดคงที่ทุกสัปดาห์

2011มีข้อมูลรองรับ

บัฟเฟตต์บอกว่าบันทึกของมาร์กส์คือสิ่งแรกที่เขาเปิดอ่าน

เป็นคำนิยมของบัฟเฟตต์สำหรับหนังสือ The Most Important Thing ปี 2011 และถูกอ้างต่อในสื่อการเงินหลายแห่ง เช่น Motley Fool

—เข้าใจผิดบ่อย

มาร์กส์เป็นนักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่าแบบบัฟเฟตต์

งานหลักของเขาคือตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง หุ้นกู้แปลงสภาพ และหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา ไม่ใช่การเลือกหุ้นถือยาว แม้หลักคิดเรื่องราคาเทียบมูลค่าจะคล้ายกันมาก

1995เข้าใจผิดบ่อย

Oaktree ก่อตั้งโดยมาร์กส์คนเดียว

Oaktree ก่อตั้งเดือนเมษายน 1995 โดย 5 คน คือ Howard Marks, Bruce Karsh, Larry Keele, Richard Masson และ Sheldon Stone ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานด้วยกันที่ TCW มาก่อน

2019–26มีข้อมูลรองรับ

Brookfield เป็นเจ้าของ Oaktree ทั้งหมดแล้ว

Brookfield ซื้อ 62% ปี 2019 ราว 4.7 พันล้านดอลลาร์ ประกาศซื้อส่วนที่เหลือราว 26% มูลค่าราว 3 พันล้านในเดือนตุลาคม 2025 และประกาศว่าดีลเสร็จวันที่ 3 สิงหาคม 2026 มาร์กส์ยังเป็นประธานร่วมของ Oaktree

ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว

เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

08

Lessonsบทเรียนสำหรับเทรดเดอร์ Forex และทองคำ

เช็กลิสต์ของคุณ
0/4
01

ของดีไม่พอ ต้องซื้อในราคาที่ดี

บทเรียนแรกในชีวิตการทำงานของมาร์กส์คือหุ้น Nifty Fifty บริษัทดีที่สุดในประเทศทำให้คนขาดทุนหนักได้ ถ้าจ่ายแพงเกินไป เทรดเดอร์ใช้หลักเดียวกันได้ ทองหรือค่าเงินที่ทุกคนชอบ อาจไม่ใช่จุดเข้าที่ดี

ราคาทองวันนี้ →
02

เตรียมตัว แทนการทำนาย

เขาบอกว่าเราไม่รู้อนาคต แต่รู้ได้ว่าตอนนี้ตลาดร้อนหรือเย็น เทรดเดอร์เตรียมตัวได้ด้วยการรู้ว่าข่าวใหญ่ออกวันไหน และวางขนาดออเดอร์ให้รับมือได้ทั้งสองทาง

ปฏิทินเศรษฐกิจ →
03

ถามว่าราคาสะท้อนอะไรไปแล้ว

การคิดชั้นที่สองคือถามว่าคนอื่นคาดอะไร และราคาสะท้อนไปแล้วแค่ไหน ข่าวดอกเบี้ยที่ทุกคนรู้ล่วงหน้ามักไม่ขยับราคามากเท่าข่าวที่ผิดคาด

04

แพ้น้อยในวันแย่ สำคัญกว่าชนะมากในวันดี

บันทึกฉบับแรกของเขาเล่าถึงกองทุนที่ไม่เคยติดอันดับท็อปเลย แต่ไม่เคยแย่ จนผลรวม 14 ปีอยู่ในกลุ่มหัวแถว เทรดเดอร์ทำได้ด้วยการคุมขนาดออเดอร์ทุกไม้

เครื่องคำนวณ Lot →
09

Quizแบบทดสอบ 5 ข้อ

ข้อ 1 / 5

บันทึกฉบับไหนที่ Oaktree ระบุว่าเป็นฉบับแรกที่มีคนตอบกลับ?

10

You can’t predict. You can prepare.ทำนายไม่ได้ แต่เตรียมตัวได้

สิ่งที่นำไปใช้ได้จากมาร์กส์คือรู้ว่าตลาดอยู่ตรงไหน ถามว่าราคาสะท้อนอะไรไปแล้ว และคุมความเสี่ยงให้แพ้น้อยในวันที่แย่ นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้

REBATE · 1TRADER

เทรดแบบมืออาชีพต้องคุมต้นทุน

เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว

วิธีรับรีเบตทีละขั้น →

การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี

11

Further readingอ่านต่อ

  • The Most Important ThingHoward Marks · 2011รวมหลักคิดจากบันทึกของเขาเป็นบทสั้น ๆ ทั้งการคิดชั้นที่สอง ความเสี่ยง ลูกตุ้มอารมณ์ตลาด และการรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน บัฟเฟตต์เขียนคำนิยมให้
  • Mastering the Market CycleHoward Marks · 2018ลงลึกเรื่องวัฏจักรเศรษฐกิจ สินเชื่อ และอารมณ์นักลงทุน พร้อมวิธีใช้การรู้ตำแหน่งในวัฏจักรมาปรับความเสี่ยง
แหล่งอ้างอิงของบทความนี้
12

FAQคำถามที่พบบ่อย

ฮาวเวิร์ด มาร์กส์คือใคร?

นักลงทุนชาวอเมริกันเกิดปี 1946 ผู้ร่วมก่อตั้ง Oaktree Capital Management ในปี 1995 เชี่ยวชาญตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงและหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา และเป็นที่รู้จักจากบันทึกถึงลูกค้าที่เขียนมาตั้งแต่ปี 1990

ทำไมบันทึกของมาร์กส์จึงมีชื่อเสียง?

บันทึก bubble.com เดือนมกราคม 2000 เตือนเรื่องฟองสบู่หุ้นอินเทอร์เน็ตก่อนตลาดทำจุดสูงสุดราว 2 เดือน และบัฟเฟตต์บอกว่าบันทึกของเขาเป็นสิ่งแรกที่เปิดอ่าน บันทึกทั้งหมดเผยแพร่ฟรีบนเว็บไซต์ Oaktree

Oaktree ทำอะไรในวิกฤตปี 2008?

Oaktree ระดมกองทุนหนี้ของบริษัทที่มีปัญหาขนาด 10.9 พันล้านดอลลาร์ไว้ก่อน และหลัง Lehman ล้มได้ลงทุนราว 6 พันล้านดอลลาร์ในราว 3 เดือน เพื่อซื้อหนี้ที่ราคาตกหนักจากความตื่นตระหนก

ลูกตุ้มของตลาด (Pendulum) หมายถึงอะไร?

มาร์กส์เปรียบอารมณ์ตลาดกับลูกตุ้มที่แกว่งระหว่างโลภกับกลัว ระหว่างมองโลกในแง่ดีกับแง่ร้าย และใช้เวลาที่จุดกึ่งกลางน้อยมาก การรู้ว่าลูกตุ้มอยู่ฝั่งไหนช่วยตัดสินว่าควรรุกหรือตั้งรับ

เทรดเดอร์ Forex และทองใช้แนวคิดของมาร์กส์อย่างไร?

ถามเสมอว่าราคาสะท้อนข่าวไปแล้วแค่ไหน ประเมินว่าตลาดร้อนหรือเย็นก่อนเพิ่มความเสี่ยง เตรียมแผนรับมือหลายทางแทนการเดาทางเดียว และคุมขนาดออเดอร์ให้แพ้น้อยในวันที่แย่

แชร์บทความนี้ส่งต่อให้เพื่อนเทรดเดอร์
LINEfFacebookXX
กลับสู่หน้ารวมนักเทรดระดับโลกทั้งหมดดูรายชื่อ

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขเป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้แบบจำลองและสถานการณ์สมมติ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ