บริษัทยอดเยี่ยม ทุกคนรู้ หุ้นขึ้นมาทั้งปี
คุณภาพกับราคาเป็นคนละเรื่อง ตัวอย่างนี้ถอดความจากที่มาร์กส์ใช้อธิบายในหนังสือ
ฮาวเวิร์ด มาร์กส์ / เจ้าของบันทึกที่บัฟเฟตต์เปิดอ่านก่อน และผู้ซื้อหนี้ตอนโลกตื่นตระหนก
เขาไม่ได้มีชื่อจากการทำนายตลาด แต่จากการถามว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน บันทึกถึงลูกค้าที่เขียนมาตั้งแต่ปี 1990 เตือนฟองสบู่ปี 2000 ก่อนจุดสูงสุด และตอนโลกกลัวที่สุดในปี 2008 บริษัทของเขาทยอยซื้อหนี้ราคาตกหนักหลายพันล้านดอลลาร์ หน้านี้ให้คุณลองวัดอุณหภูมิตลาด ดูว่าความสม่ำเสมอชนะได้อย่างไร และคำนวณว่าหนี้ราคาถูกต้องแย่แค่ไหนถึงจะขาดทุน
ตลาดไม่ค่อยหยุดที่จุดกึ่งกลางเราทำนายไม่ได้ แต่เตรียมตัวได้ราคาที่จ่าย สำคัญกว่าว่าซื้ออะไร
ภาพประกอบ: บันทึกจำลองที่สรุปแนวคิดของเขาเป็นภาษาไทย ไม่ใช่เอกสารจริง ไม่พบภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด
มาร์กส์เริ่มงานที่ Citibank ในปี 1969 ช่วงที่ธนาคารซื้อหุ้นบริษัทดีที่สุดของประเทศโดยไม่สนราคา และได้เห็นหุ้นกลุ่มนั้นทำให้คนขาดทุนเกือบหมด บทเรียนนี้ทำให้เขาสนใจคำถามว่าราคาถูกหรือแพง มากกว่าบริษัทดีหรือไม่
จากพอร์ตตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงในปี 1978 สู่ TCW และ Oaktree เขาสร้างชื่อในตลาดที่คนอื่นไม่อยากแตะ แตะแต่ละช่วงเพื่อไล่ดูเส้นทางของเขา
1946 · เกิดที่นครนิวยอร์กในปี 1946 เขาเรียกตัวเองว่าโชคดีที่เกิดในช่วงที่เศรษฐกิจอเมริกาโตยาวนานหลังสงคราม
ชื่อและวันที่ตามที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Oaktree และสื่อที่อ้างถึง คำอธิบายเป็นการสรุปของเรา บันทึกทั้งหมดอ่านได้ฟรีบนเว็บไซต์ Oaktree
หลักคิดที่เขาย้ำบ่อยความเสี่ยงหมายความว่า มีสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง
ถอดความ ไม่ใช่คำแปลตรงตัว
มาร์กส์บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าตลาดจะไปทางไหน แต่ควรรู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน เขาใช้รายการตรวจสั้น ๆ ถ้าเครื่องหมายส่วนใหญ่อยู่ฝั่งร้อน ให้ระวังเงินในกระเป๋า ถ้าอยู่ฝั่งเย็น อาจเป็นเวลารุก ลองเลือกสถานการณ์ตัวอย่างหรือตอบเองทีละข้อ
รายการตรวจดัดแปลงและถอดความจากแนวคิดในบท Having a Sense for Where We Stand ของหนังสือ The Most Important Thing เลือกมา 10 ข้อ คำตอบของสถานการณ์ตัวอย่างเป็นการตีความของเรา ไม่ใช่คำตอบของเขา คะแนนเป็นค่าเฉลี่ยง่าย ๆ ไม่ใช่สูตรของเขา
ตลาดกระทิงมี 3 ช่วงกลับด้านกัน ตั้งแต่ไม่กี่คนเริ่มเชื่อว่าจะดีขึ้น จนทุกคนเชื่อว่าจะดีขึ้นตลอดไป ถอดความจากบันทึกและหนังสือของเขา
ก่อนเพิ่มขนาดออเดอร์ ลองตอบรายการนี้กับตลาดที่คุณเทรด เช่นทองคำหรือดอลลาร์ ถ้าทุกคนมั่นใจ Spread แคบ และเงินไหลเข้าไม่หยุด ลูกตุ้มอาจอยู่ฝั่งร้อน ความเสี่ยงที่จะกลับทิศสูงขึ้นแม้ราคายังขึ้นต่อได้อีก
ลดต้นทุนคือการแพ้ให้น้อยลงแบบหนึ่ง เทรดทอง ค่าเงิน หรือดัชนีกับ XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot
เปิดบัญชี ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
บันทึกฉบับแรกของมาร์กส์ปี 1990 เล่าถึงกองทุนบำนาญที่ตลอด 14 ปีไม่เคยต่ำกว่าอันดับ 47 จาก 100 และไม่เคยดีกว่าอันดับ 27 แต่ผลรวม 14 ปีอยู่อันดับ 4 ลองจำลองดูว่ารูปแบบอันดับรายปีแบบไหนให้ผลรวมดีที่สุด
แบบจำลอง: ผู้จัดการกองทุน 200 คน 14 ปี ผลตอบแทนแต่ละปี = ผลตลาด + ความต่างของแต่ละคน สุ่มด้วยค่าคงที่ จึงได้ผลเดิมทุกครั้งจนกว่าจะกดสุ่มใหม่ กองทุนของคุณได้ผลตอบแทนตามอันดับที่กำหนดในปีนั้น ผลจริงในบันทึกปี 1990 คืออันดับ 4 ตัวเลขในแบบจำลองจะต่างไปตามการสุ่ม
บัญชีที่ขึ้นแรงแล้วลงแรงมักจบแย่กว่าบัญชีที่โตช้าแต่ไม่เคยลงหนัก เพราะขาดทุน 50% ต้องกำไร 100% ถึงจะกลับมาเท่าเดิม การคุมความเสี่ยงต่อไม้ให้คงที่ คือวิธีของเทรดเดอร์ในการอยู่ในอันดับ 27–47 ทุกปี
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ตอนตลาดตื่นตระหนก หุ้นกู้ของบริษัทที่ยังไม่ล้มอาจถูกขายจนราคาต่ำกว่าหน้าตั๋วมาก คำถามแบบ Oaktree คือ ถ้าซื้อที่ราคานี้ บริษัทต้องผิดนัดชำระมากแค่ไหนเราถึงจะขาดทุน ลองปรับราคา อัตราผิดนัด และเงินที่ได้คืนเมื่อผิดนัด
แบบจำลองอย่างง่าย: หุ้นกู้อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยปีละครั้ง ทุกปีมีโอกาสผิดนัดเท่ากัน ถ้าผิดนัดได้เงินคืนตามที่ตั้งไว้ในปีนั้นและไม่ได้ดอกเบี้ยปีนั้น ผลตอบแทนต่อปีคิดจากเงินที่คาดว่าจะได้รับรวม ไม่คิดการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ ภาษี และต้นทุนซื้อขาย สถานการณ์ตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ราคาจริงของหุ้นกู้ใด
เมื่อราคาตกแรง ให้ถามว่าราคาตอนนี้สมมติว่าโลกจะแย่แค่ไหน ถ้าสมมติฐานนั้นแย่กว่าสิ่งที่น่าจะเกิดจริงมาก โอกาสเอียงมาทางคุณ แต่ต้องมีเงินพอจะรอ Oaktree ระดมเงินไว้ก่อนวิกฤต เทรดเดอร์ที่ใช้มาร์จินเต็มพอร์ตไม่มีโอกาสนั้น
มาร์กส์บอกว่าความคิดชั้นแรกเรียบง่ายและผิวเผิน ทุกคนคิดได้ ความคิดชั้นที่สองถามต่อว่าคนอื่นคิดอะไร ราคาสะท้อนไปแล้วแค่ไหน และถ้าผิดจะเกิดอะไรขึ้น ในแต่ละสถานการณ์ เลือกคำตอบที่เป็นความคิดชั้นที่สอง
คุณภาพกับราคาเป็นคนละเรื่อง ตัวอย่างนี้ถอดความจากที่มาร์กส์ใช้อธิบายในหนังสือ
ตลาดเคลื่อนตามข่าวที่ต่างจากที่คาดไว้ ไม่ใช่ข่าวที่ทุกคนรู้แล้ว
เทรดเดอร์ค่าเงินเรียกว่า priced in สิ่งที่สำคัญคือส่วนที่ต่างจากความคาดหวัง
ความนิยมสูงสุดมักมาพร้อมผลตอบแทนที่คาดได้ต่ำลงและความเสี่ยงสูงขึ้น
นี่คือหัวใจของการลงทุนในหนี้ที่มีปัญหาแบบ Oaktree ดูว่าราคาสะท้อนความเลวร้ายเกินจริงไหม
สิ่งที่สำคัญคือความต่างจากความคาดหวัง และผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ย
แตะคำตอบในแต่ละการ์ด
สถานการณ์ 1 ถอดความจากตัวอย่างที่มาร์กส์ใช้ในหนังสือ The Most Important Thing สถานการณ์อื่นเราเขียนขึ้นเพื่อเทรดเดอร์ ความคิดชั้นที่สองไม่ได้แปลว่าสวนตลาดเสมอ แต่แปลว่าคิดต่อจากสิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่แล้ว
เรื่องของมาร์กส์ถูกเล่าย่อจนบางเรื่องฟังเหมือนเขาทำนายอนาคตได้ ซึ่งเขาเองปฏิเสธ เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน
บันทึกฉบับแรก The Route to Performance ลงวันที่ 12 ตุลาคม 1990 ยังเผยแพร่บนเว็บไซต์ Oaktree และ Oaktree ระบุว่า bubble.com ปี 2000 เป็นฉบับแรกที่มีคนตอบกลับ
บันทึกออกวันที่ 2 มกราคม 2000 ส่วน Nasdaq ทำจุดสูงสุดวันที่ 10 มีนาคม 2000 จึงเตือนก่อนราว 2 เดือน แต่บันทึกไม่ได้บอกวันหรือระดับที่จะแตก และเขาย้ำเสมอว่าจับจังหวะตลาดไม่ได้
บันทึก The Race to the Bottom เดือนกุมภาพันธ์ 2007 เตือนว่ามาตรฐานการให้กู้หย่อนลง และ Oaktree เตรียมกองทุนขนาดใหญ่ไว้ แต่เขาไม่ได้ทำนายว่า Lehman จะล้มหรือวิกฤตจะลึกแค่ไหน เขาเรียกสิ่งนี้ว่าการเตรียมตัว ไม่ใช่การทำนาย
Institutional Investor รายงานว่า OCM Opportunities Fund VII ระดมได้ 10.9 พันล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในกลุ่มกองทุนหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา ณ เวลานั้น Wikipedia ใช้ตัวเลขราว 11 พันล้าน
ตัวเลขที่รายงานคือราว 6 พันล้านดอลลาร์ในราว 3 เดือน Penn Gazette ใช้ 6.5 พันล้านในไตรมาส 4 ปี 2008 ส่วน 500 ล้านต่อสัปดาห์เป็นค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากยอดรวม ไม่ใช่ยอดคงที่ทุกสัปดาห์
เป็นคำนิยมของบัฟเฟตต์สำหรับหนังสือ The Most Important Thing ปี 2011 และถูกอ้างต่อในสื่อการเงินหลายแห่ง เช่น Motley Fool
งานหลักของเขาคือตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง หุ้นกู้แปลงสภาพ และหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา ไม่ใช่การเลือกหุ้นถือยาว แม้หลักคิดเรื่องราคาเทียบมูลค่าจะคล้ายกันมาก
Oaktree ก่อตั้งเดือนเมษายน 1995 โดย 5 คน คือ Howard Marks, Bruce Karsh, Larry Keele, Richard Masson และ Sheldon Stone ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานด้วยกันที่ TCW มาก่อน
Brookfield ซื้อ 62% ปี 2019 ราว 4.7 พันล้านดอลลาร์ ประกาศซื้อส่วนที่เหลือราว 26% มูลค่าราว 3 พันล้านในเดือนตุลาคม 2025 และประกาศว่าดีลเสร็จวันที่ 3 สิงหาคม 2026 มาร์กส์ยังเป็นประธานร่วมของ Oaktree
ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว
เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
บทเรียนแรกในชีวิตการทำงานของมาร์กส์คือหุ้น Nifty Fifty บริษัทดีที่สุดในประเทศทำให้คนขาดทุนหนักได้ ถ้าจ่ายแพงเกินไป เทรดเดอร์ใช้หลักเดียวกันได้ ทองหรือค่าเงินที่ทุกคนชอบ อาจไม่ใช่จุดเข้าที่ดี
เขาบอกว่าเราไม่รู้อนาคต แต่รู้ได้ว่าตอนนี้ตลาดร้อนหรือเย็น เทรดเดอร์เตรียมตัวได้ด้วยการรู้ว่าข่าวใหญ่ออกวันไหน และวางขนาดออเดอร์ให้รับมือได้ทั้งสองทาง
การคิดชั้นที่สองคือถามว่าคนอื่นคาดอะไร และราคาสะท้อนไปแล้วแค่ไหน ข่าวดอกเบี้ยที่ทุกคนรู้ล่วงหน้ามักไม่ขยับราคามากเท่าข่าวที่ผิดคาด
บันทึกฉบับแรกของเขาเล่าถึงกองทุนที่ไม่เคยติดอันดับท็อปเลย แต่ไม่เคยแย่ จนผลรวม 14 ปีอยู่ในกลุ่มหัวแถว เทรดเดอร์ทำได้ด้วยการคุมขนาดออเดอร์ทุกไม้
ข้อ 1 / 5
ออกวันที่ 2 มกราคม 2000 เตือนเรื่องฟองสบู่หุ้นอินเทอร์เน็ต
ก่อตั้งที่ลอสแอนเจลิสในเดือนเมษายน 1995 โดยหุ้นส่วน 5 คน
และเขามองว่าช่วงนี้คือช่วงที่มีโอกาสซื้อดีที่สุด
บริษัทดีที่สุดในประเทศทำให้คนขาดทุนราว 80–90% ได้ เพราะซื้อแพงเกินไป
การรู้ว่าข่าวดีไม่พอ ต้องรู้ว่าดีกว่าที่ตลาดคาดหรือไม่
สิ่งที่นำไปใช้ได้จากมาร์กส์คือรู้ว่าตลาดอยู่ตรงไหน ถามว่าราคาสะท้อนอะไรไปแล้ว และคุมความเสี่ยงให้แพ้น้อยในวันที่แย่ นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
นักลงทุนชาวอเมริกันเกิดปี 1946 ผู้ร่วมก่อตั้ง Oaktree Capital Management ในปี 1995 เชี่ยวชาญตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงและหนี้ของบริษัทที่มีปัญหา และเป็นที่รู้จักจากบันทึกถึงลูกค้าที่เขียนมาตั้งแต่ปี 1990
บันทึก bubble.com เดือนมกราคม 2000 เตือนเรื่องฟองสบู่หุ้นอินเทอร์เน็ตก่อนตลาดทำจุดสูงสุดราว 2 เดือน และบัฟเฟตต์บอกว่าบันทึกของเขาเป็นสิ่งแรกที่เปิดอ่าน บันทึกทั้งหมดเผยแพร่ฟรีบนเว็บไซต์ Oaktree
Oaktree ระดมกองทุนหนี้ของบริษัทที่มีปัญหาขนาด 10.9 พันล้านดอลลาร์ไว้ก่อน และหลัง Lehman ล้มได้ลงทุนราว 6 พันล้านดอลลาร์ในราว 3 เดือน เพื่อซื้อหนี้ที่ราคาตกหนักจากความตื่นตระหนก
มาร์กส์เปรียบอารมณ์ตลาดกับลูกตุ้มที่แกว่งระหว่างโลภกับกลัว ระหว่างมองโลกในแง่ดีกับแง่ร้าย และใช้เวลาที่จุดกึ่งกลางน้อยมาก การรู้ว่าลูกตุ้มอยู่ฝั่งไหนช่วยตัดสินว่าควรรุกหรือตั้งรับ
ถามเสมอว่าราคาสะท้อนข่าวไปแล้วแค่ไหน ประเมินว่าตลาดร้อนหรือเย็นก่อนเพิ่มความเสี่ยง เตรียมแผนรับมือหลายทางแทนการเดาทางเดียว และคุมขนาดออเดอร์ให้แพ้น้อยในวันที่แย่
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขเป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้แบบจำลองและสถานการณ์สมมติ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ