Bond King มาจากสื่อ
Wikipedia ระบุว่านิตยสาร Fortune เรียกเขาว่า Bond King ในปี 2002 และสื่อการเงินใช้ฉายานี้ต่อมาจนถึงวันที่เขาเกษียณ
บิล กรอสส์ / ราชาพันธบัตร ผู้ร่วมก่อตั้ง PIMCO
อดีตนักนับไพ่แบล็กแจ็กที่ปั้นกองทุนพันธบัตรจนใหญ่ที่สุดในโลก ขี่ตลาดขาขึ้นของพันธบัตรเกือบ 40 ปี แล้วพลาดในวันที่ดอกเบี้ยเริ่มเปลี่ยนทิศ หน้านี้ให้คุณลองเดิมพันแบบ Kelly บนโต๊ะแบล็กแจ็ก และคำนวณผลตอบแทนรวมของพันธบัตรเมื่อดอกเบี้ยขยับ
ภาพประกอบ: ออกแบบเป็นแสตมป์ เพราะกรอสส์เป็นนักสะสมแสตมป์ระดับโลก ไม่พบภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด
กรอสส์เรียนจิตวิทยาที่ Duke ปีสุดท้ายเขาบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ และใช้ช่วงพักฟื้นอ่านหนังสือ Beat the Dealer ของ Edward Thorp เรื่องการนับไพ่ หลังเรียนจบเขาไปลาสเวกัส และเล่าว่าเปลี่ยนเงิน 200 ดอลลาร์เป็นราว 10,000 ดอลลาร์ ก่อนเข้ารับราชการทหารเรือ
หลังจบ MBA จาก UCLA ในปี 1971 เขาเข้าทำงานที่ Pacific Mutual และร่วมตั้ง PIMCO จังหวะชีวิตของเขาตรงกับวัฏจักรดอกเบี้ยพอดี ดอกเบี้ยขึ้นไปสูงสุดในปี 1981 แล้วลดลงเกือบตลอดทางจนถึงปี 2020 ใครถือพันธบัตรในช่วงนั้นได้กำไรจากราคาที่ขึ้นตามดอกเบี้ยที่ลด แตะแต่ละปีเพื่อดูเรื่องราว
1971 · กรอสส์เข้าทำงานที่ Pacific Mutual หลังจบ MBA แล้วร่วมกับ Jim Muzzy และ Bill Podlich ตั้งหน่วยบริหารเงินที่กลายเป็น PIMCO Wikipedia ระบุว่าเริ่มจากเงินราว 12 ล้านดอลลาร์ ส่วนประวัติของ Pacific Life ระบุว่าปลายปีแรกมีราว 8 ล้านดอลลาร์
เส้นกราฟคือค่าเฉลี่ยรายปีโดยประมาณของดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ใช้ดูทิศทางระยะยาว ไม่ใช่ตัวเลขทางการ ค่ารายเดือนหรือรายวันสูงหรือต่ำกว่านี้ได้
หลักที่เขาเล่าว่าได้จากโต๊ะแบล็กแจ็กอย่าเดิมพันเกินราว 2% ของเงินทุน แม้โอกาสจะเข้าข้างคุณมากแค่ไหน เพราะเรื่องผิดคาดเกิดขึ้นได้เสมอ
ถอดความจากบทสัมภาษณ์ที่ The Acquirer’s Multiple สรุปไว้ ไม่ใช่คำแปลตรงตัว
ได้เปรียบอย่างเดียวไม่พอ ต้องเดิมพันให้พอดีด้วย ลองจำลองนักนับไพ่ 300 คน เริ่มคนละ 200 ดอลลาร์ ได้เปรียบเท่ากัน ต่างกันแค่ขนาดเดิมพันต่อตา แล้วดูว่าหลังเล่นหลายพันตา เงินของแต่ละคนไปทางไหน
แบบจำลองอย่างง่าย แต่ละตาชนะหรือแพ้เท่าเงินเดิมพัน โอกาสชนะคือ 50% บวกครึ่งหนึ่งของขอบได้เปรียบ ไม่รวมการแยกไพ่ การดับเบิล หรือแบล็กแจ็กที่จ่าย 3 ต่อ 2 เดิมพันขั้นต่ำ 1 ดอลลาร์ ขอบได้เปรียบของนักนับไพ่จริงขึ้นกับกฎของโต๊ะและวิธีเดิมพัน มักอยู่ราว 0.5–2% ตัวเลขทุกครั้งเกิดจากการสุ่ม
ระบบเทรดที่ได้เปรียบก็ยังแพ้ติดกันได้ ถ้าเสี่ยงต่อออเดอร์มากเกินไป แพ้ 10 ไม้ติดกันก็อาจทำให้พอร์ตฟื้นไม่ได้ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จึงจำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ไว้ราว 1–2% ของเงินทุน ซึ่งตรงกับกฎที่กรอสส์ใช้ตั้งแต่อยู่บนโต๊ะแบล็กแจ็ก
ลดขอบได้เปรียบของเจ้ามือ ค่า Spread และค่าคอมคือขอบได้เปรียบของฝั่งตรงข้าม เปิดบัญชี XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot
เปิดบัญชี ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
หัวใจของสไตล์กรอสส์คือผลตอบแทนรวม (Total Return) ดอกเบี้ยที่ได้รับ บวกกำไรหรือขาดทุนจากราคาพันธบัตรที่ขยับสวนทางกับดอกเบี้ย พันธบัตรอายุยาว (Duration สูง) ขยับแรงกว่า เลือกปีจริงหรือปรับค่าเอง แล้วดูว่าถือพันธบัตรหนึ่งปีจะได้เท่าไร
แบบจำลองอย่างง่าย: ผลตอบแทนรวม ≈ ดอกเบี้ยตอนซื้อ − Duration × ดอกเบี้ยที่เปลี่ยน + ส่วนโค้ง (Convexity) โดยประมาณ คิดเหมือนดอกเบี้ยเปลี่ยนทันทีต้นปี ปีที่เลือกใช้ดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีโดยประมาณ ณ ต้นปีและปลายปี ไม่ใช่ผลงานจริงของกองทุนใด
เมื่อดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นแรงแบบปี 2022 ดอลลาร์มักแข็งค่าและทองมักถูกกดดัน เพราะเงินสดและพันธบัตรให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เมื่อดอกเบี้ยลดแบบปี 2008 หรือ 2020 ภาพมักกลับด้าน ตลาดพันธบัตรจึงเป็นเข็มทิศของเทรดเดอร์ค่าเงินและทอง
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ชีวิตของกรอสส์มีทั้งตำนานที่เขาเล่าเอง และข่าวช่วงขาลงที่ถูกเล่าเกินจริง เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน
Wikipedia ระบุว่านิตยสาร Fortune เรียกเขาว่า Bond King ในปี 2002 และสื่อการเงินใช้ฉายานี้ต่อมาจนถึงวันที่เขาเกษียณ
เป็นเรื่องที่กรอสส์เล่าเองในการสัมภาษณ์หลายครั้ง ว่าอ่านหนังสือ Beat the Dealer ของ Edward Thorp แล้วไปนับไพ่ที่ลาสเวกัส ยังไม่พบหลักฐานอิสระยืนยันตัวเลข
CNBC รายงานว่า Total Return มีสินทรัพย์สูงสุดราว 293,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2013 ก่อนเสียตำแหน่งให้กองทุนดัชนีหุ้นของ Vanguard ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
PIMCO เริ่มเป็นหน่วยหนึ่งของ Pacific Mutual โดยมี Jim Muzzy และ Bill Podlich ร่วมก่อตั้งกับกรอสส์ เขาเป็นผู้นำด้านการลงทุน ไม่ใช่ผู้ก่อตั้งคนเดียว
Forbes รายงานว่ากองทุนลดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เหลือศูนย์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2011 แล้วดอกเบี้ยกลับลดลง กองทุนตามหลังดัชนีอ้างอิงและแพ้กองทุนคู่แข่งส่วนใหญ่ในปีนั้น
เขายื่นลาออกไป Janus เองในวันที่ 26 กันยายน 2014 ท่ามกลางรายงานว่าบริษัทเตรียมปลด ปีต่อมาเขาฟ้อง PIMCO ว่าถูกบีบออก คดีจบด้วยการยอมความ ไม่ได้มีคำตัดสินของศาล
Fortune รายงานว่ากองทุนที่เขาบริหารที่ Janus ทำผลตอบแทนเฉลี่ยไม่ถึง 1% ต่อปี ปี 2018 ขาดทุนเกือบ 4% และมีสินทรัพย์สูงสุดเพียงราว 2,240 ล้านดอลลาร์
CNN รายงานว่าเงินยอมความ 81 ล้านดอลลาร์มอบให้การกุศลทั้งหมด และกรอสส์สมทบเพิ่มจนยอดบริจาครวมราว 100 ล้านดอลลาร์
ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว
เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ผลตอบแทนของพันธบัตรมาจากดอกเบี้ยรับบวกกำไรขาดทุนจากราคา ใน Forex ก็เหมือนกัน ออเดอร์ที่ถือข้ามคืนมีทั้ง Swap และราคาที่ขยับ ต้องนับทั้งสองส่วน
บทเรียนแรกของกรอสส์จากโต๊ะแบล็กแจ็กคือไม่เดิมพันเกินราว 2% ของเงินทุน แม้จะได้เปรียบ เพราะแพ้ติดกันได้เสมอ ใช้หลักเดียวกันกับความเสี่ยงต่อออเดอร์
PIMCO มีการประชุมมองแนวโน้มระยะ 3–5 ปีทุกปี แล้วค่อยปรับพอร์ตตามข่าวระยะสั้น เทรดเดอร์ควรรู้ทิศทางดอกเบี้ยใหญ่ก่อน แล้วค่อยหาจังหวะจากตัวเลขเศรษฐกิจ
ปี 2011 กรอสส์มองว่าดอกเบี้ยต้องขึ้น แต่ขึ้นจริงอีกหลายปีต่อมา ระหว่างนั้นกองทุนตามหลังดัชนี ตั้งจุดยอมรับว่าผิดไว้ก่อน อย่าให้มุมมองมหภาคกลายเป็นความดื้อ
ข้อ 1 / 5
ปี 1971 ในเครือ Pacific Mutual ส่วนปี 1987 คือปีที่เปิดกองทุน Total Return
เขาเล่าว่าเริ่มจาก 200 ดอลลาร์และจบที่ราว 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งใช้เป็นค่าเรียน MBA
ราคาพันธบัตรเคลื่อนสวนทางกับดอกเบี้ย ขนาดโดยประมาณคือ Duration คูณกับดอกเบี้ยที่เปลี่ยน
ราว 293,000 ล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในบรรดากองทุนรวมทั่วโลกในช่วงนั้น
สำหรับเกมได้เสียเท่ากัน สัดส่วน Kelly เท่ากับขอบได้เปรียบ คือ 2% เดิมพันมากกว่านี้มาก ๆ จะโตช้าลงหรือเสียหายแม้ได้เปรียบ
สิ่งที่นำไปใช้ได้จากกรอสส์คือมองดอกเบี้ยเป็นภาพใหญ่ คิดผลตอบแทนแบบรวมทุกส่วน และไม่เดิมพันเกินกว่าที่เสียได้ นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
ผู้ร่วมก่อตั้ง PIMCO ในปี 1971 และผู้จัดการกองทุน PIMCO Total Return ซึ่งเคยเป็นกองทุนรวมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สื่อเรียกเขาว่า Bond King หรือราชาพันธบัตร
เพราะเขาบริหารเงินในตลาดพันธบัตรมากที่สุดคนหนึ่งในโลก กองทุนหลักมีสินทรัพย์สูงสุดราว 293,000 ล้านดอลลาร์ และความเห็นของเขาเรื่องดอกเบี้ยเคยขยับตลาดได้
เขาเล่าว่าหลังเรียนจบจาก Duke ในปี 1966 ไปนับไพ่ที่ลาสเวกัส เปลี่ยนเงิน 200 ดอลลาร์เป็นราว 10,000 ดอลลาร์ และได้บทเรียนเรื่องขนาดเดิมพันที่ใช้ตลอดอาชีพ ตัวเลขนี้มาจากคำเล่าของเขาเอง
หลังผลงานแผ่วในปี 2011 และ 2013 และความขัดแย้งภายในบริษัท เขาลาออกไป Janus Capital ในวันที่ 26 กันยายน 2014 ต่อมาฟ้อง PIMCO และยอมความกันในปี 2017 ที่ 81 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมอบให้การกุศล
ติดตามทิศทางดอกเบี้ยเพราะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของค่าเงินและทอง คิดผลตอบแทนรวมทั้ง Swap และราคา และจำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ไว้ราว 1–2% ของเงินทุน
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขผลตอบแทนและสินทรัพย์เป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้ข้อมูลโดยประมาณและแบบจำลองอย่างง่าย · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ