กำไรในปีวิกฤตการเงิน
Institutional Investor และ The Hedge Fund Journal รายงานว่า Master Fund ทำได้ราว +20.4% ในปี 2008 ขณะที่เฮดจ์ฟันด์โดยเฉลี่ยขาดทุนราว 19%
อลัน ฮาวเวิร์ด / ผู้ร่วมก่อตั้ง Brevan Howard เทรดเดอร์ตลาดดอกเบี้ย
อดีตวิศวกรเคมีที่ไปเทรดพันธบัตร แล้วสร้างกองทุน Macro ที่เคยใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป กำไรในปีวิกฤต 2008 เห็นสินทรัพย์หายไปกว่า 80% แล้วกลับมาได้ในปี 2020 หน้านี้ให้คุณลองขยับเส้นอัตราผลตอบแทน เทียบออปชันกับการซื้อขายตรง และทดสอบพอร์ตกับวิกฤตในอดีต
ภาพประกอบ: ออกแบบเป็นใบหุ้นกู้ เพราะเขาเทรดตลาดพันธบัตรเป็นหลัก ไม่พบภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตเปิด
ฮาวเวิร์ดเรียนวิศวกรรมเคมีที่ Imperial College London แล้วเริ่มงานการเงินที่ Salomon Brothers ในตลาดพันธบัตรยูโร ก่อนย้ายไป Credit Suisse First Boston ที่ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าทีมเทรด และรวบรวมเทรดเดอร์อนุพันธ์ดอกเบี้ยฝีมือดีไว้รอบตัว
ปี 2002 เขากับเพื่อนร่วมงานอีกสี่คนออกมาตั้ง Brevan Howard ในลอนดอน กองทุนหลักเริ่มเทรดในปี 2003 ความสำเร็จของบริษัทผูกกับวัฏจักรดอกเบี้ย ช่วงที่ธนาคารกลางขยับแรงคือช่วงที่ทำเงิน ช่วงที่ดอกเบี้ยถูกกดนิ่งคือช่วงที่เงินไหลออก ลองแตะแต่ละปีบนกราฟเพื่อดูเรื่องราว
ฮาวเวิร์ดกับเพื่อนร่วมงานจาก Credit Suisse อีกสี่คน คือ Chris Rokos, Jean-Philippe Blochet, James Vernon และ Trifon Natsis ตั้ง Brevan Howard ชื่อบริษัทมาจากการนำชื่อของผู้ก่อตั้งมาผสมกัน
จุดบนกราฟคือสินทรัพย์ทั้งบริษัทโดยประมาณจากรายงานสื่อ แต่ละแหล่งวัดคนละเดือน ใช้ดูทิศทาง ไม่ใช่ตัวเลขทางการ ปีที่ไม่มีตัวเลขแสดงเป็นเหตุการณ์เท่านั้น
หลักการที่บริษัทอธิบายต่อ The Hedge Fund Journalให้เฮดจ์ทุกครั้งที่ทำได้ ไม่ใช่เฉพาะตอนที่จำเป็น
ถอดความ ไม่ใช่คำแปลตรงตัว และเป็นคำอธิบายของบริษัท ไม่ใช่คำพูดของฮาวเวิร์ดเอง
เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield curve) คือดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลแต่ละอายุ ปลายสั้นขยับตามดอกเบี้ยนโยบาย ปลายยาวขยับตามมุมมองเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ เทรดเดอร์อย่างฮาวเวิร์ดไม่ได้เดาแค่ว่าดอกเบี้ยขึ้นหรือลง แต่เดาว่ารูปทรงของเส้นจะเปลี่ยนอย่างไร ลองเลือกเหตุการณ์จริงหรือขยับเอง
ระดับดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นค่าโดยประมาณ ณ ต้นและปลายช่วง กำไรขาดทุนคิดจาก Duration โดยประมาณ (2 ปี ≈ 1.9, 10 ปี ≈ 8.5) ไม่รวมดอกเบี้ยรับระหว่างทางและ Convexity Steepener ถือสองขาให้ความไวเท่ากัน (DV01-neutral) เป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษา ไม่ใช่สถานะจริงของ Brevan Howard
ค่าเงินมักวิ่งตามส่วนต่างดอกเบี้ยปลายสั้นระหว่างสองประเทศ ปี 2022 ที่ดอกเบี้ย 2 ปีของสหรัฐฯ พุ่งจากราว 0.7% เป็นกว่า 4% ดอลลาร์แข็งค่าแรงเทียบแทบทุกสกุล รวมถึงเงินบาท ส่วนทองมักถูกกดดันเมื่อดอกเบี้ยแท้จริงสูงขึ้น
ตัดคูปองต้นทุนทุก Lot เปิดบัญชี XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot ที่เทรด
เปิดบัญชี ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
The Hedge Fund Journal อธิบายว่าเทรดเดอร์ของ Brevan Howard มักสร้างสถานะด้วยออปชัน เพื่อให้ความเสี่ยงขาลงเป็นตัวเลขที่รู้ล่วงหน้า คือเบี้ยที่จ่ายไป สมมุติว่าคุณมองว่าราคาพันธบัตรจะขึ้น (ดอกเบี้ยจะลด) ลองเทียบการซื้อตรงกับการซื้อ Call Option ขนาดเท่ากัน
แบบจำลองอย่างง่าย ออปชันเป็นแบบ At-the-money ถือจนหมดอายุ กำไรขาดทุนคิดเป็น % ของมูลค่าสถานะ ไม่รวมค่า Spread และความผันผวนที่เปลี่ยนระหว่างทาง ใน Forex และทองคำ ผู้ซื้อ Call/Put Option ก็เสียสูงสุดเท่ากับเบี้ย ส่วนการเปิดออเดอร์ธรรมดาควรใช้ Stop Loss แทน ซึ่งกันขาดทุนได้แต่ไม่รับประกันราคาในวันที่ราคากระโดด
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ทีมความเสี่ยงของ Brevan Howard ทดสอบพอร์ตกับวิกฤตในอดีต เช่น Black Monday 1987, ปอนด์หลุด ERM ในปี 1992 และ LTCM ในปี 1998 ทุกวัน ลองจัดพอร์ตของคุณเอง แล้วดูว่าถ้าเหตุการณ์แบบเดิมเกิดซ้ำ พอร์ตจะเสียเท่าไร และทะลุเพดานขาดทุนที่ตั้งไว้กี่ครั้ง
ตัวเลขการเคลื่อนไหวเป็นค่าโดยประมาณจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงนั้น (พันธบัตรคิดเป็นราคา ไม่ใช่ Yield) ไม่ได้เกิดในวันเดียว และแต่ละสินทรัพย์ไม่ได้ถึงจุดต่ำสุดพร้อมกัน ค่าบวกคือถือ Long ค่าลบคือ Short คิดเป็น % ของเงินทุน ขนาดเกิน 100% คือใช้เลเวอเรจ
ตัวเลขของ Brevan Howard มีหลายกองทุนและหลายช่วงเวลา จึงถูกอ้างสลับกันบ่อย เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน
Institutional Investor และ The Hedge Fund Journal รายงานว่า Master Fund ทำได้ราว +20.4% ในปี 2008 ขณะที่เฮดจ์ฟันด์โดยเฉลี่ยขาดทุนราว 19%
ตัวเลขกว่า 100% เป็นของ AH Master Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่ฮาวเวิร์ดเทรดเอง กองทุนหลักของบริษัทปีเดียวกันทำได้ +27.4% ตามที่ Bloomberg รายงาน
จริงเฉพาะช่วงแรก กองทุนเรือธงไม่ขาดทุนรายปีเลยจนถึงปี 2014 ที่ขาดทุน 0.82% และช่วงหลังจากนั้นก็มีหลายปีที่ผลงานแผ่วจนเงินไหลออก
จากจุดสูงสุดราว 40,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2013 เหลือราว 6,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2018 Bloomberg ระบุว่าลดลงกว่า 80% จากจุดสูงสุด
The Hedge Fund Journal อธิบายว่าเทรดเดอร์แต่ละคนมีข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องวงเงินและจุดตัดขาดทุน ทีมความเสี่ยงอิสระคอยตรวจ และทดสอบพอร์ตกับวิกฤตในอดีต เช่น 1987, ERM 1992 และ LTCM 1998
ไม่ใช่ชื่อคนคนเดียว Wikipedia ระบุว่าชื่อบริษัทมาจากการนำบางส่วนของนามสกุลผู้ก่อตั้งมาผสมกัน
ปี 2019 เขาส่งตำแหน่ง CEO ให้ Aron Landy อดีตหัวหน้าฝ่ายความเสี่ยง แต่ยังบริหารเงินอยู่ในบริษัท ไม่ได้เกษียณ
บริษัทยังเป็น Macro เป็นหลัก แต่เปิดหน่วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่ม และ Wikipedia ระบุว่าฮาวเวิร์ดหนุนการซื้อบิตคอยน์และอีเธอเรียมของ One River Digital ในปี 2020 เป็นธุรกิจเสริม ไม่ใช่ธุรกิจหลัก
ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว
เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ฮาวเวิร์ดทำเงินจากการอ่านธนาคารกลาง ค่าเงินที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มขึ้นมักแข็งค่า ก่อนเทรดคู่เงิน ให้ดูว่าธนาคารกลางของทั้งสองประเทศกำลังจะทำอะไร
บริษัทของเขาทดสอบพอร์ตกับวิกฤตในอดีตทุกวัน เทรดเดอร์รายย่อยก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการถามว่าถ้าราคากระโดดสวนเท่ากับวันข่าวแรงที่สุด พอร์ตจะเหลือเท่าไร
การซื้อออปชันทำให้รู้ขาดทุนสูงสุดตั้งแต่ต้น สำหรับ Forex และทอง วิธีที่ใกล้เคียงคือวาง Stop Loss ตั้งแต่ตอนเปิดออเดอร์ และยอมรับต้นทุนเล็ก ๆ ที่ต้องจ่าย
ปี 2013–2018 ที่ดอกเบี้ยแทบไม่ขยับ Macro หาโอกาสยาก ช่วงที่กราฟแคบและไม่มีข่าวใหญ่ การลดขนาดหรือพักเทรดดีกว่าฝืน และต้นทุนต่อ Lot ยิ่งมีผล
ข้อ 1 / 5
ก่อตั้งปี 2002 และกองทุนหลักเริ่มเดือนเมษายน 2003
เขาเริ่มจากตลาดพันธบัตรที่ Salomon Brothers และทำเงินจากการคาดการณ์นโยบายธนาคารกลาง
ราว +20.4% ส่วนตัวเลขขาดทุนราว 19% คือค่าเฉลี่ยของเฮดจ์ฟันด์ทั้งอุตสาหกรรมในปีนั้น
กองทุนหลักปีเดียวกันทำได้ +27.4%
ผู้ซื้อออปชันเสียสูงสุดเท่ากับเบี้ย นี่คือเหตุผลที่บริษัทชอบใช้ออปชันกำหนดความเสี่ยงขาลงไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่นำไปใช้ได้คือติดตามดอกเบี้ยเพราะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของค่าเงินและทอง ประเมินความเสียหายในวันที่ตลาดช็อกก่อนเปิดออเดอร์ และคุมต้นทุนการเทรดให้ต่ำ นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
เทรดเดอร์ตลาดดอกเบี้ยชาวอังกฤษ ผู้ร่วมก่อตั้ง Brevan Howard ในปี 2002 ซึ่งเคยมีสินทรัพย์สูงสุดราว 40,000 ล้านดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในเฮดจ์ฟันด์ Global Macro ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป
ส่วนใหญ่มาจากการเทรดตลาดดอกเบี้ย พันธบัตร และค่าเงิน โดยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะขึ้นหรือลดดอกเบี้ยอย่างไร และใช้ออปชันเพื่อจำกัดความเสี่ยงขาลง
กองทุนส่วนตัว AH Master Fund ที่เขาเทรดเองทำได้กว่า 100% ส่วนกองทุนหลักของบริษัททำได้ +27.4% ซึ่งเป็นปีดีที่สุดนับจากปี 2003
ช่วงปี 2013–2018 ธนาคารกลางกดดอกเบี้ยต่ำและตลาดดอกเบี้ยนิ่ง กองทุน Macro ทำกำไรยาก ผลงานแผ่วจนนักลงทุนถอนเงิน สินทรัพย์ลดจากราว 40,000 เหลือราว 6,300 ล้านดอลลาร์
ติดตามนโยบายธนาคารกลางเพราะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของค่าเงินและทอง คำนวณว่าพอร์ตจะเสียเท่าไรในวันที่ตลาดช็อก ตั้ง Stop Loss ตั้งแต่ตอนเปิดออเดอร์ และลดขนาดในช่วงที่ตลาดนิ่งจนหาโอกาสไม่ได้
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขผลตอบแทนและสินทรัพย์เป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้ข้อมูลโดยประมาณและแบบจำลองอย่างง่าย · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ