ก่อตั้ง The Ticker และ The Magazine of Wall Street
นิตยสารเริ่มปี 1907 ในชื่อ The Ticker และเปลี่ยนชื่อในปี 1911 ยืนยันได้จากประวัติหลายแหล่งและฉบับพิมพ์ที่ยังหลงเหลือ
ริชาร์ด ไวคอฟ / ผู้อ่านรอยเท้ารายใหญ่
เด็กส่งเอกสารวัย 15 ปีที่เติบโตมาเป็นเจ้าของบริษัทนายหน้า ผู้ก่อตั้งนิตยสารการเงิน และครูผู้วางหลักการอ่านตลาดจากราคากับปริมาณซื้อขาย แผนภาพช่วงสะสมและกระจายของเขายังถูกใช้กับหุ้น ทองคำ และคริปโตทุกวันนี้ หน้านี้ให้คุณลองอ่านตลาดแบบ Wyckoff ด้วยตัวเอง
ACCUMULATIONPS · SC · AR · ST · SPRING · SOS · LPS
Wyckoff เริ่มงานบนวอลล์สตรีทในปี 1888 ตอนอายุเพียง 15 ปี งานแรกคือเด็กส่งเอกสารในบริษัทนายหน้า ยุคนั้นข้อมูลราคาวิ่งผ่านเครื่องพิมพ์เทปราคา คนที่ยืนดูเทปทั้งวันจะเริ่มเห็นว่าคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ทิ้งร่องรอยไว้อย่างไร
เขาไต่เต้าจนเป็นนายหน้าและเปิดบริษัทของตัวเอง ก่อนหันมาทำสื่อ นิตยสาร The Ticker ที่เขาก่อตั้งในปี 1907 กลายเป็น The Magazine of Wall Street และทำให้เขาได้พูดคุยกับนักเก็งกำไรชื่อดังหลายคนในยุคนั้น
เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 1873 ในสหรัฐอเมริกา ช่วงที่วอลล์สตรีทยังรับข้อมูลราคาผ่านเครื่องเทปพิมพ์ราคา (ticker tape)
คำกล่าวของ Wyckoffมีคนที่คิดว่าตัวเองกำลังศึกษาตลาด แต่ที่จริงพวกเขากำลังศึกษาสิ่งที่คนอื่นพูดถึงตลาด ไม่ใช่สิ่งที่ตลาดบอกเกี่ยวกับตัวมันเอง
ถอดความจากข้อความที่ Wyckoff Stock Market Institute เผยแพร่
ชื่อเสียงของ Wyckoff มาจากงานสื่อและการสอนมากกว่าสถิติการเทรด เราแยกเรื่องราวที่มักถูกเล่าต่อออกเป็นสามระดับ ตามน้ำหนักของหลักฐานที่พบ
นิตยสารเริ่มปี 1907 ในชื่อ The Ticker และเปลี่ยนชื่อในปี 1911 ยืนยันได้จากประวัติหลายแหล่งและฉบับพิมพ์ที่ยังหลงเหลือ
The Ticker ฉบับธันวาคม 1909 ตีพิมพ์บทความเรื่องผลงานของ Gann ซึ่งยังถูกอ้างถึงจนถึงวันนี้ แม้ตัวเลขในบทความจะตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้
Wikipedia ระบุว่าช่วงหนึ่งยอดจำหน่ายแซง The Wall Street Journal แต่เราไม่พบตัวเลขยอดพิมพ์ต้นฉบับมายืนยัน
มาจากงานเขียนของ Wyckoff เอง เขาเขียนหนังสือว่าด้วยวิธีเทรดของ Jesse Livermore ด้วย แต่รายละเอียดการพบปะส่วนตัวตรวจสอบจากแหล่งอิสระได้น้อย
Wyckoff อ้างว่าซื้อที่ดินและสร้างคฤหาสน์ราคา 250,000 ดอลลาร์ในสมัยนั้น แต่บางแหล่งระบุว่าเป็นทรัพย์ของพ่อหรือภรรยา
Wyckoff เองบอกว่าวิธีของเขาต้องใช้วิจารณญาณ และแปลงเป็นสูตรคณิตศาสตร์ตายตัวไม่ได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ยืนยันว่าให้ผลดีกว่าวิธีอื่นอย่างเป็นระบบ
เมื่อแรงซื้อมากกว่าแรงขาย ราคาขึ้น เมื่อแรงขายมากกว่า ราคาลง ฟังดูง่าย แต่ Wyckoff สอนให้ดูหลักฐานจากราคาและปริมาณซื้อขายจริง ไม่ใช่จากข่าวหรือความเห็น
ยิ่งราคาสะสมตัวในกรอบนานและกว้างเท่าไร (เหตุ) การเคลื่อนไหวหลังออกจากกรอบก็มีแนวโน้มไปได้ไกลเท่านั้น (ผล) Wyckoff ใช้กราฟ Point & Figure นับขนาดของเหตุเพื่อประเมินเป้าราคา
ปริมาณซื้อขายคือแรง ระยะที่ราคาเคลื่อนคือผลลัพธ์ ถ้าแรงมากแต่ราคาไปไม่ไกล แปลว่ามีอีกฝั่งดักรับอยู่ ความไม่สอดคล้องแบบนี้มักเป็นสัญญาณแรกของการเปลี่ยนเทรนด์
Wyckoff แนะนำให้จินตนาการว่าการเคลื่อนไหวของราคาทั้งหมดถูกวางแผนโดยคนคนเดียว เขาเรียกว่า Composite Man คนนี้เก็บของอย่างเงียบ ๆ ตอนคนอื่นกลัว ดันราคาขึ้นให้คนทั่วไปอยากซื้อ ปล่อยของให้คนที่มาไล่ซื้อ แล้วปล่อยราคาลง ภาพสมมุตินี้ช่วยให้ถามตัวเองได้เสมอว่า ตอนนี้รายใหญ่น่าจะอยากให้เราทำอะไร
หัวใจของวิธี Wyckoff คือแผนภาพกรอบราคาที่รายใหญ่ใช้เก็บของ (Accumulation) และปล่อยของ (Distribution) แบ่งเป็น 5 ช่วง Phase A ถึง E สลับดูทั้งสองแบบ แล้วแตะแต่ละเหตุการณ์หรือกดถัดไปเพื่อไล่ดูทีละจุดพร้อมวอลุ่ม
เลื่อนแผนภาพซ้ายขวาได้ →
แผนภาพเป็นตัวอย่างในอุดมคติเพื่อการเรียนรู้ ตลาดจริงมักไม่ครบทุกเหตุการณ์ และ Spring หรือ UTAD อาจไม่เกิดขึ้นเลย
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
Wyckoff ฝึกลูกศิษย์ให้ดูทีละแท่งว่าแรง (วอลุ่ม) กับผลลัพธ์ (ระยะที่ราคาเคลื่อน และราคาปิดอยู่ตรงไหนของแท่ง) สอดคล้องกันหรือไม่ ลองตอบด้วยตัวเองว่าในแต่ละสถานการณ์ฝั่งไหนได้เปรียบ
แท่งด้านล่างของแต่ละภาพคือวอลุ่ม แท่งสีส้มเข้มคือวอลุ่มสูงผิดปกติ สำหรับ Forex ให้นึกถึง Tick Volume ซึ่งเป็นตัวแทนของกิจกรรมซื้อขาย ไม่ใช่ปริมาณจริงของทั้งตลาด
แท่งแดงยาวพร้อมวอลุ่มสูงสุด (แรงมาก) แต่ปิดห่างจากจุดต่ำสุดขึ้นมาไกล และแท่งถัดมาวอลุ่มเบาลง แปลว่ามีคนรับของอยู่ด้านล่าง ลักษณะแบบ Selling Climax
แท่งที่วอลุ่มสูงสุดขยับขึ้นได้นิดเดียว (แรงมาก ผลน้อย) แล้วราคาเริ่มทำจุดต่ำลงด้วยวอลุ่มยังสูง แปลว่ามีแรงขายดักรออยู่ ลักษณะแบบ Buying Climax
ทะลุขึ้นด้วยแท่งกว้างและวอลุ่มสูง (แรงสอดคล้องกับผล) จากนั้นย่อกลับด้วยวอลุ่มเบา แปลว่าแรงขายไม่ตาม แรงซื้อยังคุมเกม
ราคาหลุดใต้แนวรับแล้วปิดกลับเข้ากรอบทันที และวอลุ่มตอนย่อครั้งถัดไปเบามาก เป็นลักษณะ Spring ที่ไล่ Stop Loss ก่อนขึ้นต่อ
ช่วงเด้งขึ้นแท่งเล็กและวอลุ่มเบาลงเรื่อย ๆ (No Demand) พอขายกลับมา วอลุ่มเพิ่มทันที แปลว่าแรงขายยังคุมอยู่
ราคาแกว่งในกรอบแคบด้วยวอลุ่มพอ ๆ กันทุกแท่ง ยังไม่มีร่องรอยว่าฝั่งไหนได้เปรียบ Wyckoff จะรอให้ตลาดเผยตัวก่อนลงมือ
กราฟ Point & Figure ไม่สนเวลา สนเฉพาะการเคลื่อนของราคา คอลัมน์ × คือราคาขึ้น คอลัมน์ ○ คือราคาลง ทุกกล่องมีขนาดเท่ากัน และจะเปลี่ยนคอลัมน์เมื่อราคากลับตัวครบจำนวนกล่องที่กำหนด Wyckoff นับจำนวนคอลัมน์ในกรอบสะสม (เหตุ) เพื่อประเมินระยะที่ราคาน่าจะไปได้หลังออกจากกรอบ (ผล)
แถบสีส้มคือคอลัมน์ที่นับเป็นเหตุ ปรับจำนวนคอลัมน์ในเครื่องคำนวณแล้วดูแถบเปลี่ยนตาม
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
คอร์สของ Wyckoff สรุปการเลือกหุ้นเป็น 5 ขั้น และมีข้อทดสอบ 9 ข้อที่ใช้เช็กว่ากรอบสะสมพร้อมจะขึ้นหรือยัง เราปรับตัวอย่างให้เข้ากับการเทรด Forex และทองคำ ลองเลือกกรอบราคาที่คุณกำลังดูอยู่ แล้วติ๊กข้อที่ผ่าน
ตลาดโดยรวมอยู่ในขาขึ้น ขาลง หรือกรอบ และน่าจะไปทางไหนต่อ
Forex / ทอง: เช็กดัชนีดอลลาร์ (DXY) ก่อนเทรดคู่เงินหลัก และทองคำขาขึ้นเลือกตัวที่แข็งกว่าตลาด ขาลงเลือกตัวที่อ่อนกว่า
Forex / ทอง: เทียบความแข็งของสกุลเงิน เช่น EUR กับ GBP เมื่อดอลลาร์อ่อนกรอบสะสมต้องกว้างและนานพอให้เป้าราคาคุ้มความเสี่ยง
Forex / ทอง: นับกรอบบนกราฟ Daily หรือ H4 ให้เป้าได้อย่างน้อย 3 เท่าของ Stopใช้ 9 ข้อทดสอบด้านล่างเช็กว่ากรอบนั้นพร้อมจะออกแล้วหรือยัง
Forex / ทอง: ใช้ Tick Volume แทนวอลุ่มจริง และระวังช่วงข่าวแรงเข้าเมื่อดัชนีหลักเริ่มเปลี่ยนทิศไปทางเดียวกัน
Forex / ทอง: รอให้ DXY หรือราคาทองยืนยันทิศก่อนเพิ่มขนาดยังไม่ได้ติ๊ก
ข้อทดสอบใช้กับขาขึ้น ถ้าจะหาจุดขาย ให้กลับด้านทุกข้อ เช่น จุดสูงต่ำลง แรงขายเพิ่มตอนราคาลง
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
Wyckoff สอนให้ดูว่าตลาดทำอะไร ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดอะไร ข่าวเดียวกันอาจทำให้ราคาขึ้นหรือลงก็ได้ แต่ราคากับวอลุ่มบอกว่าเงินจริงไหลไปทางไหน
จุดเข้าที่ Wyckoff ชอบไม่ใช่ตอนราคาวิ่งแรง แต่เป็นตอนย่อทดสอบด้วยวอลุ่มเบา เช่น Test หลัง Spring หรือ LPS เพราะวาง Stop Loss ได้ใกล้กว่า
Forex แบบ Spot ไม่มีวอลุ่มรวมศูนย์ Tick Volume ของโบรกเกอร์เป็นเพียงตัวแทน ถ้าเทรดทองคำ ลองเทียบกับวอลุ่มของสัญญาทองคำฟิวเจอร์สประกอบ
ข้อทดสอบข้อสุดท้ายของ Wyckoff คือกำไรคาดหวังต้องมากกว่าความเสี่ยงอย่างน้อย 3 เท่า คำนวณ Lot จากระยะ Stop Loss ก่อนเข้าทุกครั้ง
ข้อ 1 / 5
เขาเริ่มเป็นเด็กส่งเอกสารในบริษัทนายหน้าเมื่อปี 1888
ถ้าแรงมากแต่ผลน้อย แปลว่ามีอีกฝั่งดักรับอยู่
Spring ไล่ Stop Loss ใต้แนวรับก่อนขาขึ้น
นับจำนวนคอลัมน์ในกรอบบนกราฟ Point & Figure แล้วคูณด้วยขนาดกล่องและจำนวนกล่องกลับตัว
Tick Volume เป็นตัวแทนของกิจกรรมซื้อขาย ไม่ใช่ปริมาณจริงของทั้งตลาด
สิ่งที่นำไปใช้ได้ทันทีจาก Wyckoff คือนิสัยรอให้ตลาดเผยตัว และเข้าตอนทดสอบที่วาง Stop Loss ได้ชัด นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
คือวิธีอ่านตลาดจากราคาและปริมาณซื้อขาย โดยมีกฎ 3 ข้อ (อุปสงค์กับอุปทาน เหตุกับผล แรงกับผลลัพธ์) และแผนภาพช่วงสะสมกับช่วงกระจายที่แบ่งเป็น Phase A ถึง E เพื่อดูว่ารายใหญ่กำลังเก็บของหรือปล่อยของ
ไม่ใช่คนจริง แต่เป็นภาพสมมุติที่ Wyckoff ใช้แทนกลุ่มเงินทุนรายใหญ่ทั้งหมดในตลาด เขาสอนให้มองว่าราคาเคลื่อนเหมือนมีคนคนเดียววางแผนสะสม ดันราคา กระจาย และทุบราคา เพื่อให้เข้าใจเกมของรายใหญ่ง่ายขึ้น
ใช้หลักคิดได้ แต่ Forex แบบ Spot ไม่มีวอลุ่มรวมศูนย์ ต้องใช้ Tick Volume ของโบรกเกอร์ซึ่งเป็นตัวแทนเท่านั้น สำหรับทองคำอาจเทียบวอลุ่มสัญญาฟิวเจอร์สประกอบ และควรทดลองในบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง
Spring เกิดในช่วงสะสม ราคาหลุดขอบล่างสั้น ๆ แล้วดีดกลับ ส่วน UTAD เกิดในช่วงกระจาย ราคาทะลุขอบบนสั้น ๆ แล้วกลับลงมา ทั้งคู่เป็นกับดักที่ไล่ Stop Loss หรือดึงคนเข้าผิดทางก่อนราคาวิ่งจริง
เริ่มจากกฎ 3 ข้อและแผนภาพช่วงสะสม ลองระบุ SC, AR, ST บนกราฟย้อนหลังของตลาดที่เทรดจริง จากนั้นค่อยฝึกดูแรงกับผลลัพธ์ทีละแท่ง และใช้ 9 ข้อทดสอบเป็นเช็กลิสต์ก่อนเข้าออเดอร์
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลชีวประวัติบางส่วนต่างกันตามแหล่ง แผนภาพและตัวอย่างในหน้านี้ใช้ข้อมูลสมมุติเพื่อการเรียนรู้ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ