Famous Traders · Classic Tape Reading

Jesse Livermore

เจสซี ลิเวอร์มอร์ / หมีใหญ่แห่งวอลล์สตรีท

เด็กฟาร์มจากแมสซาชูเซตส์ที่เริ่มงานจดราคาหุ้นตอนอายุ 14 กลายเป็นนักเก็งกำไรที่โด่งดังที่สุดยุคต้นศตวรรษที่ 20 ทำกำไรมหาศาลจากการ Short ตลาดช่วงวิกฤตปี 1907 และ 1929 แต่ก็หมดตัวหลายครั้ง (นิตยสาร TIME นับได้ 4 ครั้งจนถึงปี 1934) ชีวิตของเขาคือที่มาของหนังสือเทรดคลาสสิก Reminiscences of a Stock Operator

อ่านประมาณ 10 นาทีอัปเดต 28 ก.ย. 2569
THE WALL STREET TAPENEW YORK · WALL STREET · 1877–1940
ภาพถ่าย Jesse Livermore
JESSE L. LIVERMORE — The Great Bear of Wall Street

ภาพข่าวปี 1940 / Wikimedia Commons

№ 1 · SHORT 1929~$100Mกำไรจากการ Short ช่วงตลาดหุ้นล่มปี 1929 (ตามรายงานของสื่อ)
№ 2 · BOARD BOY14 ปีอายุตอนเริ่มงานจดราคาหุ้นที่ Paine, Webber & Co. (1891)
№ 3 · BANKRUPT4 ครั้งที่หมดตัวจนถึงปี 1934 ตามการนับของนิตยสาร TIME
01

Profileข้อมูลสรุป

ชื่อเต็มJesse Lauriston Livermore
สัญชาติอเมริกัน
เกิด26 ก.ค. 1877 · Shrewsbury รัฐแมสซาชูเซตส์
การศึกษาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 14 เรียนรู้จากกระดานราคาหุ้น
ตลาดหลักหุ้นสหรัฐ ฝ้าย ข้าวสาลี ข้าวโพด
สนามเทรดBucket Shop ในบอสตัน · Wall Street นิวยอร์ก
ผลงานเด่นShort ตลาดช่วงวิกฤตปี 1907 และ 1929
แนวคิดสำคัญPivotal Point · เพิ่มสถานะเมื่อถูกทาง · ตัดขาดทุนเร็ว
02

Early lifeชีวิตช่วงแรก: เด็กจดราคาหุ้นบนกระดาน

ลิเวอร์มอร์เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม 1877 ที่เมือง Shrewsbury รัฐแมสซาชูเซตส์ ในครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน และย้ายไปอยู่เมือง Acton ตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุ 14 ปี พ่อให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยงานในไร่ แต่เขาเลือกออกจากบ้านไปหางานทำที่บอสตันโดยมีแม่คอยสนับสนุน

ปี 1891 เขาได้งานเป็นเด็กจดราคาหุ้นบนกระดาน (Board boy) ที่สาขาบอสตันของบริษัทนายหน้า Paine, Webber & Co. (ภายหลังคือ PaineWebber) ค่าจ้างสัปดาห์ละ 5 ดอลลาร์ งานนี้ทำให้เขาได้เห็นการเคลื่อนไหวของราคาทุกวัน และเริ่มจดบันทึกรูปแบบราคาที่เกิดซ้ำ

ปีต่อมาเขาเทรดครั้งแรกใน Bucket Shop ร้านรับพนันราคาหุ้นที่ไม่ได้ซื้อขายหุ้นจริง วางเงิน 5 ดอลลาร์และได้กำไร 3.12 ดอลลาร์ จากนั้นเขาทำกำไรจากร้านเหล่านี้สม่ำเสมอจนหลายร้านไม่ยอมรับออเดอร์ และได้ฉายาว่า The Boy Plunger ก่อนย้ายไปนิวยอร์กในปี 1900

QUOTATION BOARD · BOSTONแตะเมืองเพื่อดูเส้นทาง

แมสซาชูเซตส์ · 1877–1891วัยเด็กในครอบครัวเกษตรกรที่ Shrewsbury และ Acton ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 14 ปี แล้วออกจากบ้านไปหางานทำที่บอสตันโดยมีแม่คอยสนับสนุน

ตัวเลขบนกระดานเป็นภาพประกอบบรรยากาศ ไม่ใช่ราคาจริง

BUCKET SHOPBOSTON · 1892 · TICKET № 0001
เงินวาง
$5.00
กำไร
+$3.12
ผลตอบแทน
+62%

เทรดครั้งแรกของเด็กอายุ 15 ในร้านรับพนันราคาหุ้น ที่ไม่ได้ซื้อขายหุ้นจริง

จุดเปลี่ยนทางความคิด

ตามที่เล่าใน Reminiscences เมื่อย้ายไปเทรดผ่านบริษัทนายหน้าจริงในนิวยอร์ก เขาเสียเงินทุนเกือบหมดในช่วงแรก เพราะวิธีเก็งราคาระยะสั้นที่ใช้ได้ใน Bucket Shop ใช้ไม่ได้กับตลาดจริง ประสบการณ์นี้ทำให้เขาหันมาจับแนวโน้มใหญ่และจังหวะเวลาแทน

03

Boom & bust ledgerสมุดบัญชีชีวิต: รวยแล้วหมดตัว ซ้ำหลายรอบ

ชีวิตของลิเวอร์มอร์คือวงจรรวยแล้วหมดตัวซ้ำหลายรอบ เขาทำกำไรมหาศาลหลายครั้งจากการ Short ตลาดขาลง แต่ก็หมดตัวถึง 4 ครั้งตามการนับของนิตยสาร TIME ไทม์ไลน์นี้รวมจุดสำคัญทั้งขาขึ้นและขาลง

BOOM · BUST · 1891–1940แตะจุดเพื่อไปยังรายการในสมุดบัญชี
189019001910192019301940RICH ▲BROKE ▼1891189219001901190619071908191519171923192919341940
YEARENTRYINK
1891เริ่มงานเด็กจดราคาหุ้นที่ Paine, Webber & Co.สาขาบอสตัน ค่าจ้างสัปดาห์ละ 5 ดอลลาร์ ตอนอายุ 14 ปีEVENT
1892เทรดครั้งแรกใน Bucket Shopวางเงิน 5 ดอลลาร์ ได้กำไร 3.12 ดอลลาร์GAIN
1900ย้ายไปเทรดที่นิวยอร์กเปลี่ยนจาก Bucket Shop มาเทรดผ่านบริษัทนายหน้าจริงEVENT
1901เสียเงินทุนเกือบหมดในตลาดจริงต้องเริ่มสร้างเงินทุนใหม่LOSS
1906Short หุ้น Union Pacificก่อนเหตุแผ่นดินไหวซานฟรานซิสโก ทำกำไรราว 250,000 ดอลลาร์GAIN
1907Short ตลาดช่วงวิกฤต Panic of 1907กำไรราว 1 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว (บางแหล่งระบุกำไรรวมช่วงวิกฤตราว 3 ล้าน) และเลิก Short ตามคำขอจากฝั่ง J.P. MorganGAIN
1908ขาดทุนหนักจากฝ้ายเชื่อคำแนะนำของนักเก็งกำไรฝ้ายคนอื่น เสียเงินเกือบทั้งหมดLOSS
1915ยื่นล้มละลายอย่างเป็นทางการLOSS
1917ใช้หนี้เจ้าหนี้คืนครบหลังทำกำไรได้อีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1GAIN
1923Reminiscences of a Stock Operator ออกวางจำหน่ายEdwin Lefèvre เขียนจากเรื่องราวชีวิตของลิเวอร์มอร์ ในชื่อตัวละคร Larry LivingstonEVENT
1929Short ตลาดหุ้นช่วงวิกฤตปี 1929สื่อรายงานว่ากำไรราว 100 ล้านดอลลาร์LEGEND
1934ล้มละลายอีกครั้ง (TIME นับเป็นครั้งที่ 4)หนี้ราว 2.26 ล้านดอลลาร์ตามรายงานของ TIME และถูกพักสมาชิก Chicago Board of TradeLOSS
1940ออกหนังสือ How to Trade in Stocksปลายปีเดียวกัน (28 พ.ย.) เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายที่นิวยอร์ก ขณะอายุ 63 ปีEVENT
04

Crash room · Oct 19291929: ชายผู้ Short ตลาดหุ้นที่พังทลาย

ปลายทศวรรษ 1920 ตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นแรงต่อเนื่อง โดยมีเงินกู้ซื้อหุ้น (Margin) เป็นแรงหนุนสำคัญ ตามชีวประวัติที่เขียนโดย Richard Smitten ลิเวอร์มอร์มองว่าราคาขึ้นเกินพื้นฐาน และทยอยเปิดสถานะ Short ผ่านบริษัทนายหน้าหลายแห่ง เพื่อไม่ให้ใครเห็นขนาดสถานะทั้งหมด ช่วงแรกตลาดยังขึ้นต่อ ทำให้เขาขาดทุนบนกระดาษอยู่ระยะหนึ่ง

ปลายเดือนตุลาคม 1929 ตลาดทรุดติดต่อกันหลายวัน ดัชนี Dow Jones ร่วง 12.82% ในวันที่ 28 และอีก 11.73% ในวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งมีการซื้อขายราว 16 ล้านหุ้น จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ดัชนีลดลงเกือบครึ่งจากจุดสูงสุด สื่อรายงานว่าลิเวอร์มอร์ทำกำไรราว 100 ล้านดอลลาร์ และเรียกเขาว่า The Great Bear of Wall Street

ชื่อเสียงนี้มาพร้อมความเกลียดชัง คนจำนวนมากโทษว่าเขาเป็นต้นเหตุตลาดล่ม เขาได้รับจดหมายขู่ฆ่าจนต้องจ้างบอดี้การ์ด และเพียงไม่กี่ปีต่อมาเงินส่วนใหญ่ก็หมดไป จนต้องยื่นล้มละลายในปี 1934 บทเรียนคือกำไรก้อนใหญ่ครั้งเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะอยู่รอดในระยะยาว

วันที่ 29 ตุลาคม 1929 มีการซื้อขายราว 16.4 ล้านหุ้น มากจนเครื่องพิมพ์เทปราคาทำงานช้ากว่าตลาดจริงหลายชั่วโมง คนที่ดูแค่เทปจึงไม่รู้ราคาจริง ณ ขณะนั้น

EXTRA · EXTRATHE WALL STREET TAPE3 ก.ย. 1929

2003004003 ก.ย.24 ต.ค.29 ต.ค.13 พ.ย.

จุดบนกราฟคือราคาปิดของ Dow Jones ในวันสำคัญ ไม่ใช่กราฟรายวัน

CASHBACK REBATE · 1TRADERถือไม้ตามแนวโน้มให้นาน ต้องคุมต้นทุนให้ต่ำ

1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต

05

Tape reading deskห้องอ่านเทป: ฝึกเทรดตามกฎของลิเวอร์มอร์

ลิเวอร์มอร์ไม่มีกราฟแบบปัจจุบัน เขาอ่านราคาจากเทปที่พิมพ์ออกมาทีละรายการ แล้วรอให้ราคาผ่าน Pivotal Point ก่อนลงมือ ลองเป็นเขาดูหนึ่งรอบ: อ่านเทปทีละช่วง เลือกว่าจะซื้อไม้ทดสอบ เพิ่มไม้ หรือปิดสถานะ แล้วดูว่าคุณทำตามกฎของเขาได้กี่ข้อ

หุ้นสมมุติ · ไม่รู้ล่วงหน้าว่าเทปไหนจะไปทางไหน
11010090PIVOTAL POINT 100จุดตัดขาดทุน 98
ราคาล่าสุด—
สถานะ
0 หน่วย
ต้นทุนเฉลี่ย
—
กำไร/ขาดทุนค้าง
$0
กำไร/ขาดทุนที่ปิดแล้ว
$0

1 หน่วย = 100 หุ้น เพิ่มได้สูงสุด 4 หน่วย เทปทั้งสามเป็นราคาสมมุติเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่ข้อมูลจริง

ADDING MACHINE · EXPECTANCYตัวจำลองระบบเทรด · ตัดขาดทุนเร็ว ปล่อยกำไรวิ่ง

ลิเวอร์มอร์ย้ำว่าเงินก้อนใหญ่มาจากการถือสถานะที่ถูกทางไว้นานพอ ไม่ใช่จากการเข้าออกบ่อย ลองปรับอัตราชนะและขนาดกำไรต่อขาดทุนดูว่าระบบแบบไหนได้เปรียบในระยะยาว

ผลคาดหวังต่อไม้ (เท่าของความเสี่ยง)
ผลรวม 100 ไม้ ถ้าเสี่ยงไม้ละ $100
อัตราชนะขั้นต่ำที่จะเสมอตัว
06

Apply to Forex and Goldใช้หลัก Pivotal Point กับ Forex และทองคำ

ในหนังสือ How to Trade in Stocks ลิเวอร์มอร์อธิบายแนวคิด Pivotal Point หรือระดับราคาสำคัญที่เมื่อราคาผ่านไปได้ มักเป็นจุดเริ่มของการเคลื่อนไหวรอบใหม่ เขาจะรอให้ราคาไปถึงจุดนั้นและแสดงแรงยืนยันก่อนเข้าเทรด แทนที่จะเดาล่วงหน้า

แม้ลิเวอร์มอร์จะเทรดหุ้นและสินค้าเกษตร แต่หลักเดียวกันใช้กับคู่เงินและทองคำ (XAUUSD) ได้ดี เพราะตลาดเหล่านี้มีแนวรับแนวต้านและจุดกลับตัวที่เห็นชัด สิ่งสำคัญคือการวางแผนก่อนราคามาถึง ไม่ใช่ตัดสินใจตามอารมณ์ตอนราคาวิ่ง

PYRAMID · ตัวอย่างเพิ่มไม้เฉพาะเมื่อไม้ก่อนหน้ากำไร
  1. ไม้ทดสอบราคาผ่านจุดสำคัญ
  2. ไม้ที่ 2ไม้แรกกำไรแล้ว
  3. ไม้ที่ 3แนวโน้มยืนยันต่อ
  4. ไม่เพิ่มถ้าราคาไปผิดทาง

ไม้ที่เพิ่มควรเล็กลงหรือเท่าเดิม และขยับจุดตัดขาดทุนตามราคา ตัวเลขสัดส่วนเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สูตรของลิเวอร์มอร์

  1. TELEGRAM · STOP1. ทำเครื่องหมายจุดสำคัญ

    ระบุแนวต้านและแนวรับหลักบนกราฟรายวัน เช่น จุดสูงสุดหรือต่ำสุดเดิมที่ราคาเคยกลับตัว

  2. TELEGRAM · STOP2. รอราคายืนยัน

    ไม่เข้าก่อนถึงจุด รอให้ราคาทะลุหรือเด้งจากระดับนั้นอย่างชัดเจน

  3. TELEGRAM · STOP3. เข้าด้วยไม้ทดสอบ

    เริ่มด้วยขนาดเล็ก พร้อมจุดตัดขาดทุนที่อยู่อีกฝั่งของระดับสำคัญ

  4. TELEGRAM · STOP4. เพิ่มเมื่อกำไร

    เพิ่มสถานะเฉพาะเมื่อไม้แรกกำไรแล้ว และไม่ถัวเฉลี่ยเมื่อขาดทุน

ลิเวอร์มอร์ไม่ได้เทรด Forex แบบปัจจุบัน ขั้นตอนนี้เป็นการประยุกต์หลักของเขา ควรฝึกในบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง · ดูระดับราคาล่าสุดที่ ราคาทองวันนี้

07

Trading styleสไตล์การเทรด: รอจังหวะ ทดสอบ แล้วค่อยเพิ่ม

ลิเวอร์มอร์เป็นนักเก็งกำไรที่อ่านพฤติกรรมราคาเป็นหลัก เขาไม่เข้าเทรดทุกวัน แต่รอจังหวะที่ตลาดส่งสัญญาณชัด เปิดไม้แรกเพื่อทดสอบความคิด และเพิ่มขนาดเมื่อตลาดพิสูจน์ว่าเขาถูก แนวทางนี้กลายเป็นรากฐานของการเทรดตามแนวโน้มในยุคต่อมา

LIVERMORE LOOP
  1. 1รอจังหวะ

  2. 2ไม้ทดสอบ

  3. 3ตลาดยืนยันหรือไม่

  4. 4ถือต่อหรือออก

↻ จากนั้นกลับไปรอจุดสำคัญถัดไป ไม่เทรดเพียงเพราะอยากเทรด

  1. RULE № 1ตลาดไม่เคยผิด

    ความเห็นของเราต่างหากที่ผิดได้ ถ้าราคาไม่เป็นไปตามคาด ให้เชื่อราคามากกว่าความคิดตัวเอง

  2. RULE № 2เงินก้อนใหญ่มาจากการรอ

    ใน Reminiscences ตัวละครที่อิงจากเขาเล่าว่ากำไรใหญ่มาจากการนั่งถือสถานะที่ถูกทาง ไม่ใช่จากการคิดเก่งหรือเทรดบ่อย

  3. RULE № 3ไม่ถัวเฉลี่ยขาลง

    ถ้าไม้แรกขาดทุน อย่าเพิ่มเงินเพื่อลดต้นทุน เพราะหมายถึงเพิ่มเงินในไม้ที่ผิด

  4. RULE № 4ความหวังและความกลัวคือศัตรู

    คนมักหวังตอนควรกลัว และกลัวตอนควรหวัง ทำให้ถือไม้ขาดทุนนานเกินไปและปิดไม้กำไรเร็วเกินไป

08

Lessonsบทเรียนสำหรับเทรดเดอร์ Forex และทองคำ

เช็กลิสต์ของคุณ
0/4
01

ตัดขาดทุนก่อนที่มันจะใหญ่

ลิเวอร์มอร์หมดตัวหลายครั้งเพราะปล่อยให้ไม้ที่ผิดลากยาว กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง และเคารพมันแม้จะรู้สึกว่าราคาน่าจะกลับตัว

Stop Loss คืออะไร →
02

เพิ่มสถานะเฉพาะไม้ที่กำไร

เปิดไม้เล็กเพื่อทดสอบก่อน ถ้าตลาดยืนยันจึงเพิ่มขนาด วิธีนี้ทำให้ขาดทุนน้อยเมื่อผิด และได้มากเมื่อถูก

03

อย่าเทรดตามคำแนะนำคนอื่น

ความเสียหายจากฝ้ายในปี 1908 เกิดจากการเชื่อความเห็นของคนอื่นแทนสิ่งที่ราคาบอก ฝึกอ่านแนวโน้มด้วยตัวเองให้เป็นก่อน

04

กันกำไรส่วนหนึ่งออกจากพอร์ต

หนังสือ How to Trade in Stocks แนะนำว่าทุกครั้งที่ปิดดีลกำไร ให้แยกกำไรครึ่งหนึ่งออกไปเก็บ เพราะเงินที่อยู่ในพอร์ตตลอดเวลามีโอกาสหายไปกับไม้ถัดไป

Drawdown คืออะไร →
09

Quizแบบทดสอบ 5 ข้อ

ข้อ 1 / 5

ลิเวอร์มอร์เริ่มเทรดครั้งแรกที่ไหน?

10

Trade like Livermoreเดินตามรอยลิเวอร์มอร์: เริ่มจากตรงไหนดี

บทเรียนจากลิเวอร์มอร์จะมีประโยชน์เมื่อได้ลงมือจริง นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยให้คุณฝึกอ่านแนวโน้ม วางแผน และคุมความเสี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้

REBATE · 1TRADER

เทรดแบบมืออาชีพต้องคุมต้นทุน

เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว

วิธีรับรีเบตทีละขั้น →

การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี

11

Further readingอ่านต่อ

  • Reminiscences of a Stock OperatorEdwin Lefèvre · 1923เรื่องราวชีวิตลิเวอร์มอร์ในรูปนิยาย หนังสือเทรดคลาสสิกที่ยังถูกแนะนำมาเกือบร้อยปี
  • How to Trade in StocksJesse L. Livermore · 1940หนังสือที่เขาเขียนเอง อธิบาย Pivotal Point และกฎการเทรด
  • Jesse Livermore: World’s Greatest Stock TraderRichard Smitten · 2001ชีวประวัติฉบับละเอียด ทั้งชีวิตส่วนตัวและการเทรด
แหล่งอ้างอิงของบทความนี้
12

FAQคำถามที่พบบ่อย

เจสซี ลิเวอร์มอร์รวยที่สุดเท่าไหร่?

สื่อในยุคนั้นรายงานว่าเขาทำกำไรราว 100 ล้านดอลลาร์จากการ Short ตลาดช่วงวิกฤตปี 1929 ซึ่งเทียบเป็นเงินปัจจุบันได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ เพราะเขาไม่เคยเปิดเผยบัญชีทั้งหมด

Reminiscences of a Stock Operator เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

เป็นงานกึ่งชีวประวัติที่ Edwin Lefèvre เขียนจากการสัมภาษณ์ลิเวอร์มอร์ โดยใช้ชื่อตัวละครว่า Larry Livingston เหตุการณ์หลักตรงกับชีวิตจริงของเขา แต่รายละเอียดบางตอนถูกเล่าในรูปแบบนิยาย

ทำไมลิเวอร์มอร์จึงล้มละลายหลายครั้ง?

เขาใช้สถานะขนาดใหญ่และเลเวอเรจสูง จึงขาดทุนหนักเมื่อคิดผิด ทั้งใน Reminiscences และหนังสือที่เขาเขียนเองยอมรับว่าความเสียหายใหญ่เกิดเมื่อเขาฝ่าฝืนกฎของตัวเอง เช่น เชื่อคำแนะนำคนอื่น หรือใจร้อนเข้าเทรดก่อนถึงจังหวะ

Pivotal Point ของลิเวอร์มอร์คืออะไร?

คือระดับราคาสำคัญที่เมื่อราคาผ่านไปได้ มักเป็นจุดเริ่มของการเคลื่อนไหวรอบใหม่ เขาใช้จุดนี้เป็นจังหวะเข้าเทรด แทนการคาดเดาล่วงหน้าว่าราคาจะไปทางไหน

Bucket Shop คืออะไร?

ร้านที่รับพนันการขึ้นลงของราคาหุ้นโดยไม่ได้ซื้อขายหุ้นจริง ลูกค้าวางเงินประกันเล็กน้อยและได้เสียตามราคาบนกระดาน ร้านเหล่านี้ถูกกวาดล้างในสหรัฐช่วงต้นศตวรรษที่ 20

แชร์บทความนี้ส่งต่อให้เพื่อนเทรดเดอร์
LINEfFacebookXX
กลับสู่หน้ารวมนักเทรดระดับโลกทั้งหมดดูรายชื่อ

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขอ้างอิงจากรายงานข่าวและหนังสือที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งบางส่วนต่างกันตามแหล่ง รายละเอียดบางตอนมาจาก Reminiscences of a Stock Operator ซึ่งเป็นงานกึ่งนิยาย · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ