ตัดขาดทุนก่อนที่มันจะใหญ่
ลิเวอร์มอร์หมดตัวหลายครั้งเพราะปล่อยให้ไม้ที่ผิดลากยาว กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง และเคารพมันแม้จะรู้สึกว่าราคาน่าจะกลับตัว
เจสซี ลิเวอร์มอร์ / หมีใหญ่แห่งวอลล์สตรีท
เด็กฟาร์มจากแมสซาชูเซตส์ที่เริ่มงานจดราคาหุ้นตอนอายุ 14 กลายเป็นนักเก็งกำไรที่โด่งดังที่สุดยุคต้นศตวรรษที่ 20 ทำกำไรมหาศาลจากการ Short ตลาดช่วงวิกฤตปี 1907 และ 1929 แต่ก็หมดตัวหลายครั้ง (นิตยสาร TIME นับได้ 4 ครั้งจนถึงปี 1934) ชีวิตของเขาคือที่มาของหนังสือเทรดคลาสสิก Reminiscences of a Stock Operator

ภาพข่าวปี 1940 / Wikimedia Commons
ลิเวอร์มอร์เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม 1877 ที่เมือง Shrewsbury รัฐแมสซาชูเซตส์ ในครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน และย้ายไปอยู่เมือง Acton ตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุ 14 ปี พ่อให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยงานในไร่ แต่เขาเลือกออกจากบ้านไปหางานทำที่บอสตันโดยมีแม่คอยสนับสนุน
ปี 1891 เขาได้งานเป็นเด็กจดราคาหุ้นบนกระดาน (Board boy) ที่สาขาบอสตันของบริษัทนายหน้า Paine, Webber & Co. (ภายหลังคือ PaineWebber) ค่าจ้างสัปดาห์ละ 5 ดอลลาร์ งานนี้ทำให้เขาได้เห็นการเคลื่อนไหวของราคาทุกวัน และเริ่มจดบันทึกรูปแบบราคาที่เกิดซ้ำ
ปีต่อมาเขาเทรดครั้งแรกใน Bucket Shop ร้านรับพนันราคาหุ้นที่ไม่ได้ซื้อขายหุ้นจริง วางเงิน 5 ดอลลาร์และได้กำไร 3.12 ดอลลาร์ จากนั้นเขาทำกำไรจากร้านเหล่านี้สม่ำเสมอจนหลายร้านไม่ยอมรับออเดอร์ และได้ฉายาว่า The Boy Plunger ก่อนย้ายไปนิวยอร์กในปี 1900
แมสซาชูเซตส์ · 1877–1891วัยเด็กในครอบครัวเกษตรกรที่ Shrewsbury และ Acton ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 14 ปี แล้วออกจากบ้านไปหางานทำที่บอสตันโดยมีแม่คอยสนับสนุน
ตัวเลขบนกระดานเป็นภาพประกอบบรรยากาศ ไม่ใช่ราคาจริง
เทรดครั้งแรกของเด็กอายุ 15 ในร้านรับพนันราคาหุ้น ที่ไม่ได้ซื้อขายหุ้นจริง
PAIDจุดเปลี่ยนทางความคิดตามที่เล่าใน Reminiscences เมื่อย้ายไปเทรดผ่านบริษัทนายหน้าจริงในนิวยอร์ก เขาเสียเงินทุนเกือบหมดในช่วงแรก เพราะวิธีเก็งราคาระยะสั้นที่ใช้ได้ใน Bucket Shop ใช้ไม่ได้กับตลาดจริง ประสบการณ์นี้ทำให้เขาหันมาจับแนวโน้มใหญ่และจังหวะเวลาแทน
ชีวิตของลิเวอร์มอร์คือวงจรรวยแล้วหมดตัวซ้ำหลายรอบ เขาทำกำไรมหาศาลหลายครั้งจากการ Short ตลาดขาลง แต่ก็หมดตัวถึง 4 ครั้งตามการนับของนิตยสาร TIME ไทม์ไลน์นี้รวมจุดสำคัญทั้งขาขึ้นและขาลง
| YEAR | ENTRY | INK |
|---|---|---|
| 1891 | เริ่มงานเด็กจดราคาหุ้นที่ Paine, Webber & Co.สาขาบอสตัน ค่าจ้างสัปดาห์ละ 5 ดอลลาร์ ตอนอายุ 14 ปี | EVENT |
| 1892 | เทรดครั้งแรกใน Bucket Shopวางเงิน 5 ดอลลาร์ ได้กำไร 3.12 ดอลลาร์ | GAIN |
| 1900 | ย้ายไปเทรดที่นิวยอร์กเปลี่ยนจาก Bucket Shop มาเทรดผ่านบริษัทนายหน้าจริง | EVENT |
| 1901 | เสียเงินทุนเกือบหมดในตลาดจริงต้องเริ่มสร้างเงินทุนใหม่ | LOSS |
| 1906 | Short หุ้น Union Pacificก่อนเหตุแผ่นดินไหวซานฟรานซิสโก ทำกำไรราว 250,000 ดอลลาร์ | GAIN |
| 1907 | Short ตลาดช่วงวิกฤต Panic of 1907กำไรราว 1 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว (บางแหล่งระบุกำไรรวมช่วงวิกฤตราว 3 ล้าน) และเลิก Short ตามคำขอจากฝั่ง J.P. Morgan | GAIN |
| 1908 | ขาดทุนหนักจากฝ้ายเชื่อคำแนะนำของนักเก็งกำไรฝ้ายคนอื่น เสียเงินเกือบทั้งหมด | LOSS |
| 1915 | ยื่นล้มละลายอย่างเป็นทางการ | LOSS |
| 1917 | ใช้หนี้เจ้าหนี้คืนครบหลังทำกำไรได้อีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 | GAIN |
| 1923 | Reminiscences of a Stock Operator ออกวางจำหน่ายEdwin Lefèvre เขียนจากเรื่องราวชีวิตของลิเวอร์มอร์ ในชื่อตัวละคร Larry Livingston | EVENT |
| 1929 | Short ตลาดหุ้นช่วงวิกฤตปี 1929สื่อรายงานว่ากำไรราว 100 ล้านดอลลาร์ | LEGEND |
| 1934 | ล้มละลายอีกครั้ง (TIME นับเป็นครั้งที่ 4)หนี้ราว 2.26 ล้านดอลลาร์ตามรายงานของ TIME และถูกพักสมาชิก Chicago Board of Trade | LOSS |
| 1940 | ออกหนังสือ How to Trade in Stocksปลายปีเดียวกัน (28 พ.ย.) เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายที่นิวยอร์ก ขณะอายุ 63 ปี | EVENT |
ปลายทศวรรษ 1920 ตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นแรงต่อเนื่อง โดยมีเงินกู้ซื้อหุ้น (Margin) เป็นแรงหนุนสำคัญ ตามชีวประวัติที่เขียนโดย Richard Smitten ลิเวอร์มอร์มองว่าราคาขึ้นเกินพื้นฐาน และทยอยเปิดสถานะ Short ผ่านบริษัทนายหน้าหลายแห่ง เพื่อไม่ให้ใครเห็นขนาดสถานะทั้งหมด ช่วงแรกตลาดยังขึ้นต่อ ทำให้เขาขาดทุนบนกระดาษอยู่ระยะหนึ่ง
ปลายเดือนตุลาคม 1929 ตลาดทรุดติดต่อกันหลายวัน ดัชนี Dow Jones ร่วง 12.82% ในวันที่ 28 และอีก 11.73% ในวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งมีการซื้อขายราว 16 ล้านหุ้น จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ดัชนีลดลงเกือบครึ่งจากจุดสูงสุด สื่อรายงานว่าลิเวอร์มอร์ทำกำไรราว 100 ล้านดอลลาร์ และเรียกเขาว่า The Great Bear of Wall Street
ชื่อเสียงนี้มาพร้อมความเกลียดชัง คนจำนวนมากโทษว่าเขาเป็นต้นเหตุตลาดล่ม เขาได้รับจดหมายขู่ฆ่าจนต้องจ้างบอดี้การ์ด และเพียงไม่กี่ปีต่อมาเงินส่วนใหญ่ก็หมดไป จนต้องยื่นล้มละลายในปี 1934 บทเรียนคือกำไรก้อนใหญ่ครั้งเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะอยู่รอดในระยะยาว
วันที่ 29 ตุลาคม 1929 มีการซื้อขายราว 16.4 ล้านหุ้น มากจนเครื่องพิมพ์เทปราคาทำงานช้ากว่าตลาดจริงหลายชั่วโมง คนที่ดูแค่เทปจึงไม่รู้ราคาจริง ณ ขณะนั้น
จุดบนกราฟคือราคาปิดของ Dow Jones ในวันสำคัญ ไม่ใช่กราฟรายวัน
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ลิเวอร์มอร์ไม่มีกราฟแบบปัจจุบัน เขาอ่านราคาจากเทปที่พิมพ์ออกมาทีละรายการ แล้วรอให้ราคาผ่าน Pivotal Point ก่อนลงมือ ลองเป็นเขาดูหนึ่งรอบ: อ่านเทปทีละช่วง เลือกว่าจะซื้อไม้ทดสอบ เพิ่มไม้ หรือปิดสถานะ แล้วดูว่าคุณทำตามกฎของเขาได้กี่ข้อ
1 หน่วย = 100 หุ้น เพิ่มได้สูงสุด 4 หน่วย เทปทั้งสามเป็นราคาสมมุติเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่ข้อมูลจริง
ลิเวอร์มอร์ย้ำว่าเงินก้อนใหญ่มาจากการถือสถานะที่ถูกทางไว้นานพอ ไม่ใช่จากการเข้าออกบ่อย ลองปรับอัตราชนะและขนาดกำไรต่อขาดทุนดูว่าระบบแบบไหนได้เปรียบในระยะยาว
ในหนังสือ How to Trade in Stocks ลิเวอร์มอร์อธิบายแนวคิด Pivotal Point หรือระดับราคาสำคัญที่เมื่อราคาผ่านไปได้ มักเป็นจุดเริ่มของการเคลื่อนไหวรอบใหม่ เขาจะรอให้ราคาไปถึงจุดนั้นและแสดงแรงยืนยันก่อนเข้าเทรด แทนที่จะเดาล่วงหน้า
แม้ลิเวอร์มอร์จะเทรดหุ้นและสินค้าเกษตร แต่หลักเดียวกันใช้กับคู่เงินและทองคำ (XAUUSD) ได้ดี เพราะตลาดเหล่านี้มีแนวรับแนวต้านและจุดกลับตัวที่เห็นชัด สิ่งสำคัญคือการวางแผนก่อนราคามาถึง ไม่ใช่ตัดสินใจตามอารมณ์ตอนราคาวิ่ง
ไม้ที่เพิ่มควรเล็กลงหรือเท่าเดิม และขยับจุดตัดขาดทุนตามราคา ตัวเลขสัดส่วนเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สูตรของลิเวอร์มอร์
ระบุแนวต้านและแนวรับหลักบนกราฟรายวัน เช่น จุดสูงสุดหรือต่ำสุดเดิมที่ราคาเคยกลับตัว
ไม่เข้าก่อนถึงจุด รอให้ราคาทะลุหรือเด้งจากระดับนั้นอย่างชัดเจน
เริ่มด้วยขนาดเล็ก พร้อมจุดตัดขาดทุนที่อยู่อีกฝั่งของระดับสำคัญ
เพิ่มสถานะเฉพาะเมื่อไม้แรกกำไรแล้ว และไม่ถัวเฉลี่ยเมื่อขาดทุน
ลิเวอร์มอร์ไม่ได้เทรด Forex แบบปัจจุบัน ขั้นตอนนี้เป็นการประยุกต์หลักของเขา ควรฝึกในบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง · ดูระดับราคาล่าสุดที่ ราคาทองวันนี้
ลิเวอร์มอร์เป็นนักเก็งกำไรที่อ่านพฤติกรรมราคาเป็นหลัก เขาไม่เข้าเทรดทุกวัน แต่รอจังหวะที่ตลาดส่งสัญญาณชัด เปิดไม้แรกเพื่อทดสอบความคิด และเพิ่มขนาดเมื่อตลาดพิสูจน์ว่าเขาถูก แนวทางนี้กลายเป็นรากฐานของการเทรดตามแนวโน้มในยุคต่อมา
↻ จากนั้นกลับไปรอจุดสำคัญถัดไป ไม่เทรดเพียงเพราะอยากเทรด
ความเห็นของเราต่างหากที่ผิดได้ ถ้าราคาไม่เป็นไปตามคาด ให้เชื่อราคามากกว่าความคิดตัวเอง
ใน Reminiscences ตัวละครที่อิงจากเขาเล่าว่ากำไรใหญ่มาจากการนั่งถือสถานะที่ถูกทาง ไม่ใช่จากการคิดเก่งหรือเทรดบ่อย
ถ้าไม้แรกขาดทุน อย่าเพิ่มเงินเพื่อลดต้นทุน เพราะหมายถึงเพิ่มเงินในไม้ที่ผิด
คนมักหวังตอนควรกลัว และกลัวตอนควรหวัง ทำให้ถือไม้ขาดทุนนานเกินไปและปิดไม้กำไรเร็วเกินไป
ลิเวอร์มอร์หมดตัวหลายครั้งเพราะปล่อยให้ไม้ที่ผิดลากยาว กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง และเคารพมันแม้จะรู้สึกว่าราคาน่าจะกลับตัว
เปิดไม้เล็กเพื่อทดสอบก่อน ถ้าตลาดยืนยันจึงเพิ่มขนาด วิธีนี้ทำให้ขาดทุนน้อยเมื่อผิด และได้มากเมื่อถูก
ความเสียหายจากฝ้ายในปี 1908 เกิดจากการเชื่อความเห็นของคนอื่นแทนสิ่งที่ราคาบอก ฝึกอ่านแนวโน้มด้วยตัวเองให้เป็นก่อน
หนังสือ How to Trade in Stocks แนะนำว่าทุกครั้งที่ปิดดีลกำไร ให้แยกกำไรครึ่งหนึ่งออกไปเก็บ เพราะเงินที่อยู่ในพอร์ตตลอดเวลามีโอกาสหายไปกับไม้ถัดไป
ข้อ 1 / 5
เขาเทรดครั้งแรกในปี 1892 ที่ Bucket Shop ร้านรับพนันราคาหุ้นในบอสตัน ได้กำไร 3.12 ดอลลาร์
เขาได้ฉายา The Great Bear of Wall Street จากการ Short ตลาดช่วงวิกฤต ส่วน The Boy Plunger เป็นฉายาสมัยวัยรุ่นในบอสตัน
Reminiscences of a Stock Operator เขียนโดย Edwin Lefèvre ตีพิมพ์ปี 1923
เขาเพิ่มขนาดเมื่อตลาดยืนยันว่าคิดถูก และไม่เติมเงินในไม้ที่ขาดทุน
ผลคาดหวังต่อไม้ = 0.35 × 3 − 0.65 × 1 = +0.4 เท่าของความเสี่ยง ระบบนี้ต้องชนะเพียง 25% ก็เสมอตัวแล้ว
บทเรียนจากลิเวอร์มอร์จะมีประโยชน์เมื่อได้ลงมือจริง นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยให้คุณฝึกอ่านแนวโน้ม วางแผน และคุมความเสี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
สื่อในยุคนั้นรายงานว่าเขาทำกำไรราว 100 ล้านดอลลาร์จากการ Short ตลาดช่วงวิกฤตปี 1929 ซึ่งเทียบเป็นเงินปัจจุบันได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ เพราะเขาไม่เคยเปิดเผยบัญชีทั้งหมด
เป็นงานกึ่งชีวประวัติที่ Edwin Lefèvre เขียนจากการสัมภาษณ์ลิเวอร์มอร์ โดยใช้ชื่อตัวละครว่า Larry Livingston เหตุการณ์หลักตรงกับชีวิตจริงของเขา แต่รายละเอียดบางตอนถูกเล่าในรูปแบบนิยาย
เขาใช้สถานะขนาดใหญ่และเลเวอเรจสูง จึงขาดทุนหนักเมื่อคิดผิด ทั้งใน Reminiscences และหนังสือที่เขาเขียนเองยอมรับว่าความเสียหายใหญ่เกิดเมื่อเขาฝ่าฝืนกฎของตัวเอง เช่น เชื่อคำแนะนำคนอื่น หรือใจร้อนเข้าเทรดก่อนถึงจังหวะ
คือระดับราคาสำคัญที่เมื่อราคาผ่านไปได้ มักเป็นจุดเริ่มของการเคลื่อนไหวรอบใหม่ เขาใช้จุดนี้เป็นจังหวะเข้าเทรด แทนการคาดเดาล่วงหน้าว่าราคาจะไปทางไหน
ร้านที่รับพนันการขึ้นลงของราคาหุ้นโดยไม่ได้ซื้อขายหุ้นจริง ลูกค้าวางเงินประกันเล็กน้อยและได้เสียตามราคาบนกระดาน ร้านเหล่านี้ถูกกวาดล้างในสหรัฐช่วงต้นศตวรรษที่ 20
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขอ้างอิงจากรายงานข่าวและหนังสือที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งบางส่วนต่างกันตามแหล่ง รายละเอียดบางตอนมาจาก Reminiscences of a Stock Operator ซึ่งเป็นงานกึ่งนิยาย · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ