เริ่มเทรดด้วยเงิน 3,000 ดอลลาร์จากบัตรเครดิต
Wikipedia และเรื่องที่เขาเล่าใน Market Wizards ตรงกันว่าเงินก้อนแรกราว 3,000 ดอลลาร์มาจากวงเงินบัตร MasterCard และเทรดแรก ๆ อยู่ในสัญญาถั่วเหลือง
บรูซ คอฟเนอร์ / จากคนขับแท็กซี่และทุน 3,000 ดอลลาร์ สู่ผู้ก่อตั้ง Caxton Associates
นักศึกษาปริญญาเอกที่ Harvard ผู้ขับแท็กซี่และเรียนฮาร์ปซิคอร์ด ก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจากบัตรเครดิต แล้วสร้างกองทุน Global Macro ที่บริหารเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ หน้านี้ให้คุณลองวางแผนออกจากเทรดถั่วเหลืองปี 1977 ตัดขนาดออเดอร์ลงครึ่งหนึ่ง และดูว่าสถานะที่วิ่งไปด้วยกันรวมเป็นความเสี่ยงก้อนใหญ่แค่ไหน
ภาพประกอบ: ออกแบบเป็นสูจิบัตรคอนเสิร์ต เพราะเขาเคยเรียนฮาร์ปซิคอร์ด และเป็นประธานสถาบันดนตรี Juilliard
คอฟเนอร์เป็นเด็กเรียนเก่ง ได้ทุนเข้า Harvard และเกือบจะเป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง แต่ออกมาใช้ชีวิตหลากหลาย ทั้งขับแท็กซี่ ทำงานการเมือง และเรียนฮาร์ปซิคอร์ด ก่อนจะหลงใหลตลาดการเงินในวัยสามสิบต้น ๆ
เขาศึกษาตลาดค่าเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ด้วยตัวเอง เริ่มเทรดด้วยเงินที่กู้จากบัตรเครดิต แล้วได้งานที่ Commodities Corporation ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะเทรดเดอร์ระดับตำนานหลายคน ก่อนออกมาตั้ง Caxton ในปี 1983
เกิดเดือนกุมภาพันธ์ 1945 ที่บรูคลิน นครนิวยอร์ก พ่อเป็นวิศวกร วัยเด็กใช้ชีวิตทั้งในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส และเคยเป็นประธานนักเรียนของ Van Nuys High School ตอนอายุ 16 ปี
สิ่งที่เขาได้จาก Michael Marcusการได้เห็นคนที่ทำเงินได้หลายล้านดอลลาร์จากการเทรดกับตาตัวเอง ทำให้เขาเชื่อว่าความสำเร็จแบบนั้นเอื้อมถึงได้จริง
ถอดความจากเรื่องที่เขาเล่าใน Market Wizards ไม่ใช่คำพูดตรงตัว
เงินราว 3,000 ดอลลาร์จากบัตรเครดิตพาพอร์ตถั่วเหลืองขึ้นไปราว 45,000 ดอลลาร์ในราวหกสัปดาห์ จากนั้นตลาดกลับตัวแรงจนเขาปิดสถานะเหลือราว 22,000 ดอลลาร์ ลองตั้งจุดออกแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop) แล้วดูว่าจะเก็บกำไรได้เท่าไร
เส้นทางรายวันเป็นภาพจำลอง จุดเริ่ม จุดสูงสุด และจุดที่ออกจริงอิงตัวเลขที่มีการเล่าต่อ ซึ่งแต่ละแหล่งต่างกันเล็กน้อย (สูงสุดราว 40,000–45,000 ดอลลาร์ ออกที่ราว 22,000–23,000 ดอลลาร์) ในวันที่ตลาดชนเพดานขึ้นลงรายวัน จุดออกจริงอาจแย่กว่าที่ตั้งไว้
กติกาข้อแรกของเขาทุกครั้งที่เข้าสถานะ ผมรู้แล้วว่าจะตัดขาดทุนที่ไหน
ถอดความจากบทสัมภาษณ์ใน Market Wizards (1989) ไม่ใช่คำพูดตรงตัว
ลดต้นทุนทุก Lot เปิดบัญชี XM ผ่าน 1TRADER รับเงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ทุก Lot ที่เทรด
เปิดบัญชี ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ตัวเลข 87% ต่อปีฟังดูน่าตื่นเต้น แต่การทำ 21% ต่อปีต่อเนื่อง 28 ปีกับเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ก็หายากไม่แพ้กัน ลองเปลี่ยนจังหวะและระยะเวลา แล้วดูว่าเงิน 1,000 ดอลลาร์โตเป็นเท่าไร
คำนวณแบบทบต้นปีละครั้ง ไม่รวมค่าธรรมเนียม ภาษี และปีที่ขาดทุน ผลตอบแทนจริงของกองทุนขึ้นลงในแต่ละปี ไม่ได้คงที่แบบในกราฟ กราฟใช้สเกลลอการิทึมเพื่อให้เห็นตัวเลขที่ต่างกันหลายร้อยเท่าในภาพเดียว
ชุดเทรดสมมุติ 40 ไม้ ถูก 15 ไม้ ผิด 25 ไม้ ไม้ที่ถูกได้ 2–3 เท่าของความเสี่ยง ระบบนี้ได้เปรียบ แต่มีช่วงแพ้ติดกัน 7 ไม้ ลองดูว่าความเสี่ยงต่อไม้แบบมือใหม่กับแบบคอฟเนอร์ให้ผลต่างกันแค่ไหน แล้วกดตัดครึ่งดู
ผลของแต่ละไม้กำหนดล่วงหน้าเป็นจำนวนเท่าของความเสี่ยง (R) เช่น +2R หรือ −1R และคิดแบบทบต้นจากพอร์ตปัจจุบัน เพื่อให้เห็นกลไกเท่านั้น ในโลกจริงลำดับการแพ้ชนะไม่แน่นอน และช่วงแพ้ติดกันอาจยาวกว่านี้
คำแนะนำที่คนจำได้มากที่สุดขนาดสถานะที่คุณคิดว่าควรเป็น ให้ตัดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
ถอดความจากบทสัมภาษณ์ใน Market Wizards (1989) ไม่ใช่คำพูดตรงตัว
1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
คอฟเนอร์เตือนว่าถ้าถือหลายสถานะที่ราคาวิ่งไปทางเดียวกัน ก็เหมือนถือสถานะเดียวที่ใหญ่กว่าที่ตั้งใจหลายเท่า เขายกตัวอย่างหุ้นน้ำมัน 10 ตัว ตัวละ 2% ที่จริงแล้วเสี่ยงรวมราว 15–20% ท่อเล็กแต่ละท่อคือความเสี่ยงต่อสถานะ ท่อใหญ่ทางขวาคือความเสี่ยงรวมจริง
คิดจากสูตรความผันผวนของพอร์ต โดยสมมุติว่าทุกสถานะผันผวนเท่ากันและความสัมพันธ์ระหว่างทุกคู่เท่ากัน ค่าความสัมพันธ์ในตะกร้าสำเร็จรูปเป็นค่าสมมุติเพื่ออธิบาย ค่าจริงของคู่เงินเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
เรื่องเล่าของนักเทรดชื่อดังมักถูกเล่าต่อจนเกินจริง เราแยกแต่ละเรื่องตามน้ำหนักของหลักฐาน
Wikipedia และเรื่องที่เขาเล่าใน Market Wizards ตรงกันว่าเงินก้อนแรกราว 3,000 ดอลลาร์มาจากวงเงินบัตร MasterCard และเทรดแรก ๆ อยู่ในสัญญาถั่วเหลือง
พอร์ตขึ้นไปราว 40,000–45,000 ดอลลาร์จริงตามที่เล่าต่อกันมา แต่ตลาดกลับตัวรุนแรงจนเขาปิดสถานะเหลือราว 22,000–23,000 ดอลลาร์ ตัวเลขแต่ละแหล่งต่างกันเล็กน้อย เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนเรื่องการคืนกำไรมากกว่าเรื่องรวยเร็ว
เป็นตัวเลขที่ Jack Schwager ระบุไว้ใน Market Wizards (1989) สำหรับช่วงราว 10 ปีก่อนหนังสือออก ไม่ใช่ผลตอบแทนตลอดอายุของ Caxton
ประวัติทางการของเขาระบุว่าเกิน 21% ต่อปีตลอด 28 ปี แต่ Wikipedia อ้างตัวเลขราว 14% ต่อปีสำหรับกองทุน ตัวเลขอาจต่างกันเพราะช่วงเวลาและการหักค่าธรรมเนียม และเป็นกองทุนส่วนบุคคลที่ไม่ได้เปิดงบรายปีทั้งหมด
พบในบทความวิเคราะห์หลายแห่ง แต่ไม่พบเอกสารของกองทุนที่ยืนยันตัวเลขนี้ จึงควรมองเป็นตัวเลขที่เล่าต่อกันมา
เขาเล่าเองว่าเกือบทุกสถานะมีเหตุผลทางเศรษฐกิจรองรับ และใช้กราฟเป็นเครื่องมือยืนยันจังหวะ ไม่ใช่ระบบตามเทรนด์แบบกลไก
ใน Market Wizards เขาบอกว่ามือใหม่มักเทรดใหญ่เกินไปสามถึงห้าเท่า เสี่ยง 5–10% ต่อไม้ ทั้งที่ควรเสี่ยงเพียง 1–2% และแนะนำให้ตัดขนาดที่คิดไว้ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
ข้อมูลของ Caxton ระบุว่าปี 2008 กองทุนยังทำผลตอบแทนราว 13% แม้มีการถอนเงินจำนวนมาก เขาวางมือจากตำแหน่งซีอีโอในปี 2011 และส่งต่อให้ Andrew Law ซึ่งดูแลการลงทุนมาตั้งแต่ปี 2008
ทุก Lot ที่เทรดกับ XM ผ่าน 1TRADER ได้เงินคืนสูงสุด 90% ของค่าคอม IB ช่วยให้ต้นทุนต่ำลงในระยะยาว
เปิดบัญชีรับเงินคืน ↗1TRADER เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) และได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อเปิดบัญชีผ่านลิงก์ · % คือสัดส่วนค่าคอม IB ที่คืนให้ · วิธีรับรีเบต
ขนาดออเดอร์ที่รู้สึกว่าพอดีมักใหญ่เกินไป เขาแนะนำให้ตัดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง และเสี่ยงไม่เกิน 1–2% ของพอร์ตต่อไม้
ทุกสถานะของเขามีจุดตัดขาดทุนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และวางไว้ในจุดที่ถ้าราคาไปถึงแปลว่ามุมมองผิดจริง ไม่ใช่แค่ความผันผวนปกติ
Long EUR/USD, GBP/USD และ AUD/USD พร้อมกัน คือการ Short ดอลลาร์สามครั้ง ถ้าดอลลาร์แข็งค่าทุกไม้จะขาดทุนพร้อมกัน ให้นับเป็นความเสี่ยงก้อนเดียว
เขาเริ่มจากคำถามว่าเศรษฐกิจและนโยบายกำลังเปลี่ยนไปทางไหน แล้วใช้กราฟหาจังหวะเข้าและจุดที่มุมมองผิด
ข้อ 1 / 5
เขากู้เงินราว 3,000 ดอลลาร์จากวงเงินบัตร MasterCard มาเทรดถั่วเหลืองในปี 1977
เขาก่อตั้ง Caxton Associates ในปี 1983 และเป็นซีอีโอจนถึงปี 2011
เขาบอกว่ามือใหม่มักเสี่ยง 5–10% ต่อไม้ ทั้งที่ควรเสี่ยงเพียง 1–2%
ถ้าทุกไม้ขาดทุนพร้อมกัน 8 × 2% = 16% เหมือนถือสถานะเดียวที่ใหญ่ขึ้น 8 เท่า
เขาเคยเรียนฮาร์ปซิคอร์ด และต่อมาเป็นประธานสถาบันดนตรี Juilliard
สิ่งที่นำไปใช้ได้คือการสร้างมุมมองจากเศรษฐกิจ เสี่ยงเพียง 1–2% ต่อไม้ และนับความเสี่ยงของสถานะที่วิ่งไปด้วยกันเป็นก้อนเดียว นี่คือเครื่องมือบน 1TRADER ที่ช่วยได้
เปิดบัญชีผ่าน 1TRADER รับเงินคืนทุก Lot ที่เทรด ช่วยลดต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นในระยะยาว
วิธีรับรีเบตทีละขั้น →การเทรดด้วยเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ศึกษาเงื่อนไขของโบรกเกอร์และคำเตือนความเสี่ยงก่อนเปิดบัญชี
ผู้จัดการกองทุนชาวอเมริกัน เกิดปี 1945 ที่บรูคลิน ก่อตั้ง Caxton Associates ในปี 1983 และเป็นซีอีโอ 28 ปี ประวัติทางการระบุว่ากองทุนเฉลี่ยมากกว่า 21% ต่อปี ก่อนเป็นเทรดเดอร์เขาเคยขับแท็กซี่และเรียนฮาร์ปซิคอร์ด
ปี 1977 เขากู้เงินราว 3,000 ดอลลาร์จากวงเงินบัตร MasterCard มาเทรดสัญญาถั่วเหลือง พอร์ตขึ้นไปราว 40,000–45,000 ดอลลาร์ แล้วตลาดกลับตัวจนเหลือราว 22,000–23,000 ดอลลาร์ ก่อนจะไปเป็นเทรดเดอร์ที่ Commodities Corporation
เขาเห็นว่ามือใหม่มักเสี่ยง 5–10% ต่อไม้ ซึ่งแพ้ติดกันไม่กี่ครั้งพอร์ตก็เสียหายหนัก เขาจึงแนะนำให้เสี่ยงเพียง 1–2% และตัดขนาดที่คิดไว้ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
ถ้าถือหลายสถานะที่ราคาวิ่งไปทางเดียวกัน เช่น Long หลายคู่เงินที่มีดอลลาร์ฝั่งเดียวกัน เมื่อผิดจะขาดทุนพร้อมกัน เขาเตือนว่านี่เท่ากับถือสถานะเดียวที่ใหญ่กว่าที่ตั้งใจหลายเท่า
เริ่มจากมุมมองเศรษฐกิจและธนาคารกลาง ใช้กราฟหาจังหวะ กำหนด Stop Loss ก่อนเข้าทุกครั้ง เสี่ยง 1–2% ต่อไม้ และรวมความเสี่ยงของคู่เงินที่วิ่งไปด้วยกันเป็นก้อนเดียว
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขผลตอบแทนเป็นตัวเลขที่รายงานต่อสาธารณะ ห้องทดลองใช้ข้อมูลและแบบจำลองสมมุติ · คำเตือนความเสี่ยง · คำศัพท์ Forex · เครื่องคำนวณ