ข้ามไปเนื้อหา
EP38#เรียนเทรดฟรี · สรุปเข้าใจง่าย 1/3

เทรดตามเทรนด์ ยังไงไม่ให้ สวนเทรนด์

เริ่มจากธรรมชาติของกราฟ แยกเทรนด์ขาขึ้น ขาลง และไซด์เวย์ด้วย HH HL LH LL แล้วใช้ Multi Timeframe D1 / H4 / H1 ให้รู้ว่าเรากำลังเทรดตามเทรนด์ของไทม์เฟรมไหน พร้อมวิธีตั้ง Stop Loss ตามโครงสร้างราคา

โดย 1TRADERอ่าน 7 นาทีอัปเดต 17 ต.ค. 2569
!
หมายเหตุ: บทนี้เป็นภาค 1/3 ของชุด ‘เรียนเทรดฟรี สรุปเข้าใจง่ายที่สุด’ (เทรนด์ → แนวรับแนวต้าน → การสะสมแรง) ตัวเลขราคาทองคำในบทความเป็นตัวอย่างสมมติประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน

  • ธรรมชาติของกราฟ กราฟจะสะสมแรงเพื่อทะลุแนวรับแนวต้าน แล้ววิ่งไปตามเทรนด์ · บทนี้คือภาค 1/3 เรื่องเทรนด์
  • ขาขึ้น = HH + HL · ขาลง = LH + LL · ไม่เข้ากฎทั้งสอง = ไซด์เวย์
  • ดูเทรนด์ 3 ไทม์เฟรม D1 / H4 / H1 ถ้าตรงกันเทรดตามน้ำ ถ้า H1 สวนกับภาพใหญ่ คือจังหวะย่อตัว (Pullback)
  • SL วางตามโครงสร้าง ขาลงเหนือ Lower High ล่าสุด · ขาขึ้นใต้ Higher Low ล่าสุด
01Concept

ธรรมชาติของกราฟ 3 องค์ประกอบที่ต้องรู้

เทรดตามเทรนด์ เรียนเทรดฟรีสรุปเข้าใจง่าย เทรนด์ขาขึ้น ไซด์เวย์ และเทรนด์ขาลง
เรียนเทรดฟรี (สรุปเข้าใจง่ายที่สุด) ภาค 1/3: เทรนด์ขาขึ้น · ไซด์เวย์ · เทรนด์ขาลง · แตะเพื่อขยาย

การเทรดไม่ใช่แค่กดซื้อหรือขาย แต่คือการเอาความรู้หลายเรื่องมาประกอบกัน ชุดบทเรียนนี้คัดเฉพาะเรื่องที่จำเป็นที่สุดมาเรียงเป็นขั้นตอน ให้เรียนจบได้ใน 3 ภาค โดยเริ่มจากประโยคเดียวที่อธิบายธรรมชาติของกราฟ

“กราฟจะสะสมแรง เพื่อทะลุผ่านแนวรับแนวต้าน และวิ่งไปตามเทรนด์”
ธรรมชาติของกราฟ กราฟจะสะสมแรงเพื่อทะลุผ่านแนวรับแนวต้านและวิ่งไปตามเทรนด์
ธรรมชาติของกราฟ: สะสมแรง → ทะลุแนวรับแนวต้าน → วิ่งตามเทรนด์ · แตะเพื่อขยาย
1. เทรนด์
ทิศทางหลักของตลาด เรียนในบทนี้ (ภาค 1/3)
2. แนวรับแนวต้าน
บริเวณที่ราคามักหยุดหรือเด้ง ภาค 2/3 อ่านพื้นฐานก่อนได้ที่ ความจริงของแนวรับแนวต้าน (EP26)
3. การสะสมแรง
ช่วงที่ราคาพักตัวก่อนเบรก ภาค 3/3 เกี่ยวข้องกับ Sideway (EP2)

สิ่งแรกที่ต้องอ่านให้ถูกคือเทรนด์ เพราะถ้าอ่านเทรนด์ผิด ต่อให้ระบบดีแค่ไหน โอกาสขาดทุนก็ยังสูงอยู่ดี

02Trend

เทรนด์ (Trend) คืออะไร ทิศทางหลักของตลาด

เทรนด์ (Trend) คือทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมรวมของผู้ซื้อและผู้ขาย เทรนด์ไม่ได้เกิดจากแท่งเทียนไม่กี่แท่ง แต่เป็นภาพรวมที่ราคาเคลื่อนไปทางใดทางหนึ่งอย่างต่อเนื่อง พูดง่าย ๆ คือ เทรนด์ = ทิศทางหลักของตลาด หรือเข็มทิศที่บอกว่าเราควรมองหา Buy หรือ Sell

!

เทรนด์บอกฝั่งที่ควรเทรด แต่ไม่ได้บอกจุดเข้า จุดเข้าต้องใช้แนวรับแนวต้าน โซน หรือรูปแบบแท่งเทียนประกอบ ทบทวนวิธีตี Trendline ได้ที่ Trend และ Trendline (EP1)

03Up / Down

เทรนด์ขาขึ้น / ขาลง ดูจาก HH HL LH LL

Uptrend · ขาขึ้น
1
Higher High (HH) – จุดสูงสุดทำได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ
2
Higher Low (HL) – จุดต่ำสุดยกตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ แรงซื้อคุมตลาด · การย่อลง = โอกาส Buy
Downtrend · ขาลง
1
Lower High (LH) – จุดสูงสุดต่ำลงเรื่อย ๆ
2
Lower Low (LL) – จุดต่ำสุดทำได้ต่ำลงเรื่อย ๆ แรงขายคุมตลาด · การเด้งขึ้น = โอกาส Sell
เทรนด์ขาขึ้น Uptrend ราคาทำ Higher High และ Higher Low แรงซื้อควบคุมตลาด
เทรนด์ขาขึ้น (Uptrend): ราคาทำ Higher High และ Higher Low · แตะเพื่อขยาย
เทรนด์ขาลง Downtrend ราคาทำ Lower High และ Lower Low แรงขายควบคุมตลาด
เทรนด์ขาลง (Downtrend): ราคาทำ Lower High และ Lower Low · แตะเพื่อขยาย
04Sideway

สภาวะไซด์เวย์ ตลาดกำลังเลือกทาง

ไซด์เวย์ (Sideway) คือช่วงที่ราคาทำ High ใหม่หรือ Low ใหม่ไม่ได้ชัดเจน แกว่งตัวอยู่ในกรอบ แรงซื้อและแรงขายใกล้เคียงกัน ไซด์เวย์ไม่ใช่ตลาดแย่ แต่เป็นช่วงเตรียมเลือกทาง

ไซด์เวย์ Sideway ราคาแกว่งในกรอบ ทำ High ใหม่และ Low ใหม่ไม่ได้
ไซด์เวย์: ราคาทำ High ใหม่และ Low ใหม่ไม่ได้ แกว่งอยู่ในกรอบ · แตะเพื่อขยาย
!

เทคนิคดูง่ายที่สุด: เมื่อใดที่กราฟไม่เข้ากฎทั้งขาขึ้นและขาลง ให้ถือว่าเป็นไซด์เวย์ทั้งหมด วิธีเทรดกรอบอ่านต่อได้ที่ Sideway (EP2)

05Multi TF

Multi Timeframe ดูเทรนด์ D1 / H4 / H1

ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดคือ “เข้า Buy แล้วราคากลับลง” หรือ “เห็นขาลง แต่โดนลากขึ้น” ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากดูกราฟผิด แต่เกิดจากดูกราฟไทม์เฟรมเดียว โดยไม่รู้ภาพใหญ่ Multi Timeframe คือการวิเคราะห์มากกว่าหนึ่งไทม์เฟรมพร้อมกัน เพื่อเห็นทั้งแนวโน้มหลัก (ภาพใหญ่) และจังหวะเข้าเทรด (ภาพย่อย)

Multi Timeframe กับเทรนด์ เทียบกราฟ 60 นาทีกับ 15 นาที เทรนด์ต่างไทม์เฟรม
Multitimeframe กับเทรนด์: ขาลงสั้น ๆ ใน 15 นาที (กรอบแดง) เป็นแค่การย่อตัวในขาขึ้นของ 60 นาที · แตะเพื่อขยาย
D1 (Daily)
ภาพใหญ่ บอกทิศทางหลักของตลาด
H4 (4 ชั่วโมง)
โครงสร้างหลัก และแนวรับแนวต้านที่ใช้เป็นเป้ากำไร
H1 (1 ชั่วโมง)
ไทม์เฟรมเข้าออเดอร์จริง ใช้หาจังหวะเข้าและวาง SL
กรณี 1 · เทรนด์ตรงกัน
1
D1 ขึ้น · H4 ขึ้น · H1 ขึ้น – สถานการณ์ที่ง่ายที่สุด มองหา Buy เป็นหลัก
2
เทรดตามน้ำทุกไทม์เฟรม – ความน่าจะเป็นสูงกว่า และถือ TP ได้ไกลกว่า แต่ยังต้องตั้ง SL ทุกครั้ง
กรณี 2 · เทรนด์ต่างกัน
1
D1 ขึ้น · H4 ขึ้น · H1 ลง – กรณีที่หลายคนสับสนว่าถ้า Sell ใน H1 คือสวนเทรนด์หรือไม่
2
แต่ละไทม์เฟรมมีโครงสร้างของตัวเอง – Sell ตามเทรนด์ H1 ได้ ถ้ารู้ว่าเป็นจังหวะย่อตัวของภาพใหญ่ และวางแผนให้สอดคล้อง

รายละเอียดการวิเคราะห์ Top-Down ทีละชั้นอ่านต่อได้ที่ Multi-Timeframe (EP19) และการเลือกไทม์เฟรมตามสไตล์ที่ เลือกไทม์เฟรม (EP30)

06Example

ตัวอย่าง Sell H1 ในขาขึ้นใหญ่ และจุดวาง Stop Loss

สมมติ D1 และ H4 ยังเป็นขาขึ้น แต่ใน H1 ราคาเริ่มทำ Lower High และ Lower Low แปลว่า H1 อยู่ในขาลง เราสามารถหาโอกาส Sell ตามเทรนด์ของ H1 ได้ โดยถือว่าเป็นการเทรดในจังหวะย่อตัวของเทรนด์ใหญ่ (Pullback)

ตัวอย่างสมมติ · XAUUSD H1

โครงสร้างและจุดเข้า

High 4,292 → LL 4,250 · LH 4,280 → LH 4,268
แท่งแดงปิด 4,258 ยืนยันว่า LH 4,268 ยืนอยู่
Sell 4,258 SL 4,271 เหนือ LH ล่าสุด
ต่อจากตัวอย่างเดิม

เป้ากำไรที่แนวรับ H4

ความเสี่ยง 4,271 − 4,258 = 13
TP 4,232 (แนวรับ H4) → กำไร 26
RR 2.0 26 ÷ 13
!

แก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: ขาลงต้องวาง SL เหนือ Lower High ล่าสุด (ไม่ใช่เหนือ Higher Low) เพราะถ้าราคาขึ้นไปเหนือ LH นั้นได้ โครงสร้างขาลงของ H1 จะเสียทันที ตราบใดที่ราคายังไม่ทะลุ LH ล่าสุด แปลว่าขาลงยังไม่เสีย

ไม้แบบนี้เทรดสวนกับภาพใหญ่ จึงไม่ควรคาดหวังให้ไปไกล ตั้ง TP ที่แนวรับของ H4 หรือ D1 ที่ใกล้ที่สุด และคิด Risk/Reward (EP22) ก่อนเข้าทุกไม้ ถ้าราคากลับมาทำ HL บน H1 อีกครั้ง ค่อยกลับไปมองหา Buy ตามภาพใหญ่

07Mindset

ทำไม Multi Timeframe ช่วยให้ไม่สวนเทรนด์

Multi Timeframe ทำให้เข้าใจว่า เทรนด์ใหญ่ = ทิศทางหลักของตลาด ส่วน เทรนด์เล็ก = จังหวะย่อหรือเด้งของราคา ความต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ฝั่ง Buy หรือ Sell แต่อยู่ที่ว่าเรารู้บริบทของไทม์เฟรมหรือไม่

สวนเทรนด์จริง
1
Buy ใน H1 โดยไม่รู้ว่า D1 เป็นขาลง – ตั้งเป้าไกลเหมือนเป็นขาขึ้นใหญ่ และไม่รู้ว่าแนวต้านของ D1 อยู่ตรงไหน
เทรดตามโครงสร้าง
1
Sell ใน H1 ทั้งที่รู้ว่า D1 เป็นขาขึ้น – รู้ว่านี่คือการย่อตัว วาง SL เหนือ LH ของ H1 และ TP ที่แนวรับ H4
ข้อควรระวัง 1
อย่าดูไทม์เฟรมมากเกินไปจนตัดสินใจไม่ได้ 3 ไทม์เฟรมก็เพียงพอ
ข้อควรระวัง 2
เลือกไทม์เฟรมหลักให้ชัด แล้วใช้เป็นกรอบอ้างอิงทุกครั้ง
ข้อควรระวัง 3
โครงสร้างราคา (Market Structure) สำคัญกว่าอินดิเคเตอร์ ใช้อินดิเคเตอร์อย่าง EMA (EP24) เป็นตัวช่วยยืนยันเท่านั้น
08Summary

ตารางสรุป เทรดตามเทรนด์ 3 ไทม์เฟรม

สถานการณ์D1 / H4H1แนวทาง
ตรงกันขาขึ้นขาขึ้นขาขึ้นBuy ตามน้ำ SL ใต้ HL ล่าสุด
ตรงกันขาลงขาลงขาลงSell ตามน้ำ SL เหนือ LH ล่าสุด
H1 ย่อตัวขาขึ้นขาลงSell สั้น TP ที่แนวรับ H4 หรือรอ H1 กลับเป็นขาขึ้นแล้ว Buy
H1 เด้งตัวขาลงขาขึ้นBuy สั้น TP ที่แนวต้าน H4 หรือรอ H1 กลับเป็นขาลงแล้ว Sell
ไซด์เวย์ไม่ชัดในกรอบรอเบรกกรอบ หรือลดขนาดไม้
บทสรุปเทรดตามเทรนด์ ขาขึ้น ขาลง ไซด์เวย์ และ Multitimeframe
บทสรุป: เทรนด์คือเข็มทิศของตลาด บอกว่าควร Buy หรือ Sell แต่ไม่ได้บอกจุดเข้า · แตะเพื่อขยาย

ถ้ารู้เรื่อง Multi Timeframe จะไม่มีคำว่าสวนเทรนด์ มีแค่ว่าเราเลือกเทรดตามเทรนด์ของไทม์เฟรมไหน

ภาคต่อไปของชุดสรุปเข้าใจง่ายจะพาไปดูแนวรับแนวต้านและการสะสมแรง ระหว่างนี้ฝึกแยกเทรนด์ย้อนหลังด้วย Bar Replay (EP34) และจดผลใน ไฟล์บันทึกการเทรด (EP28)

09FAQ

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ การเทรดตามเทรนด์

เทรนด์ (Trend) คืออะไร ดูยังไง?

เทรนด์คือทิศทางหลักของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ดูจากโครงสร้างจุดสูงสุดและต่ำสุด (Swing High / Swing Low) ถ้าราคาทำ Higher High และ Higher Low ต่อเนื่องคือขาขึ้น ถ้าทำ Lower High และ Lower Low ต่อเนื่องคือขาลง ถ้าไม่เข้ากฎทั้งสองแบบให้ถือว่าเป็นไซด์เวย์

HH HL LH LL ย่อมาจากอะไร?

HH = Higher High จุดสูงสุดที่สูงกว่าเดิม · HL = Higher Low จุดต่ำสุดที่สูงกว่าเดิม · LH = Lower High จุดสูงสุดที่ต่ำกว่าเดิม · LL = Lower Low จุดต่ำสุดที่ต่ำกว่าเดิม ขาขึ้นใช้ HH + HL ส่วนขาลงใช้ LH + LL

ไซด์เวย์ (Sideway) ดูยังไง ควรเทรดไหม?

ไซด์เวย์คือช่วงที่ราคาทำ High ใหม่และ Low ใหม่ไม่ได้ชัดเจน แกว่งอยู่ในกรอบ แรงซื้อแรงขายใกล้กัน วิธีดูง่ายที่สุดคือถ้ากราฟไม่เข้ากฎขาขึ้นหรือขาลงให้ถือเป็นไซด์เวย์ มือใหม่ควรรอราคาเบรกกรอบแล้วค่อยเทรดตามทิศที่เลือก หรือเทรดขอบกรอบด้วยขนาดไม้ที่เล็กลง

Multi Timeframe ควรดูไทม์เฟรมไหน?

สำหรับ Day Trade นิยมใช้ 3 ไทม์เฟรมคือ D1 ดูภาพใหญ่ H4 ดูโครงสร้างหลัก และ H1 หาจังหวะเข้า แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 4–6 เท่า ไม่ควรดูเกิน 3 ไทม์เฟรมเพราะจะสับสนและตัดสินใจไม่ได้

Sell ใน H1 ตอนที่ D1 เป็นขาขึ้น ถือว่าสวนเทรนด์ไหม?

ถ้า H1 มีโครงสร้าง Lower High และ Lower Low ชัดเจน การ Sell คือการเทรดตามเทรนด์ของ H1 ในจังหวะย่อตัว (Pullback) ของเทรนด์ใหญ่ ไม่ใช่การสวนเทรนด์แบบไม่รู้ตัว แต่ต้องรู้ว่าเป็นไม้ที่ไปไม่ไกล จึงควรตั้ง TP ที่แนวรับของ H4 หรือ D1 และใช้ขนาดไม้ที่เหมาะสม

เทรดตามเทรนด์ควรตั้ง Stop Loss ตรงไหน?

ขาลงให้ตั้ง SL เหนือ Lower High ล่าสุด เพราะถ้าราคาขึ้นไปทำ High ใหม่เหนือจุดนั้น โครงสร้างขาลงจะเสีย ส่วนขาขึ้นให้ตั้ง SL ใต้ Higher Low ล่าสุด และเผื่อระยะสเปรดเล็กน้อยเสมอ

รู้ได้ยังไงว่าเทรนด์จบแล้ว?

สัญญาณแรกคือโครงสร้างเสีย ขาขึ้นที่ราคาปิดต่ำกว่า Higher Low ล่าสุด หรือขาลงที่ราคาปิดเหนือ Lower High ล่าสุด แปลว่าเทรนด์เดิมเริ่มอ่อน อาจเข้าสู่ไซด์เวย์หรือกลับตัว ควรรอโครงสร้างใหม่ยืนยันก่อนเปลี่ยนฝั่ง

ดูบทเรียนทั้งหมดได้ที่ คอร์สเรียนเทรดฟรี พื้นฐานกราฟทองคำ

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex, ทองคำ และ CFD ที่ใช้เลเวอเรจมีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด การเทรดตามเทรนด์เพิ่มความน่าจะเป็น แต่ไม่รับประกันผลลัพธ์ ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างประกอบการศึกษา 1trader เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) ของโบรกเกอร์บางราย และให้บริการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น