ข้ามไปเนื้อหา
EP39#เรียนเทรดฟรี · สรุปเข้าใจง่าย 2/3

โซนแนวรับแนวต้าน ด้วย Demand Supply และ FVG

เลิกขีดแนวรับแนวต้านเป็นเส้น แล้วอ่านเป็น “พื้นที่ราคา” ด้วย Demand Zone, Supply Zone และ Fair Value Gap เพื่อรู้ว่าควรรอราคาที่ไหน และวาง Stop Loss ให้พ้นไส้เทียน

โดย 1TRADERอ่าน 8 นาทีอัปเดต 17 ต.ค. 2569
!
หมายเหตุ: บทนี้เป็นภาค 2/3 ของชุด ‘เรียนเทรดฟรี สรุปเข้าใจง่ายที่สุด’ (เทรนด์ → แนวรับแนวต้าน → การสะสมแรงและจุดเข้า) ตัวเลขราคาทองคำในบทความเป็นตัวอย่างสมมติประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน

  • รู้เทรนด์แล้ว (ภาค 1/3) คำถามต่อไปคือควรรอราคาที่ไหน · บทนี้คือภาค 2/3 เรื่องแนวรับแนวต้านแบบโซน
  • Demand Zone = แรงซื้อก่อนราคาพุ่ง (RBR, DBR) · Supply Zone = แรงขายก่อนราคาร่วง (DBD, RBD)
  • FVG = ช่องว่างไส้เทียนแท่งที่ 1–3 จากการวิ่งแรง ราคามักกลับมาเติม แต่ไม่ทุกครั้ง
  • ทุกโซนบอกพื้นที่รอราคา ไม่ได้บอกจุดเข้า ใช้ร่วมกับเทรนด์เสมอ และวาง SL นอกโซน
01Concept

รู้เทรนด์แล้ว ต้องรอราคาที่ไหน

โซนแนวรับแนวต้าน Demand Supply Zone และ FVG เรียนเทรดฟรีสรุปเข้าใจง่าย EP2/3
เรียนเทรดฟรี (สรุปเข้าใจง่ายที่สุด) ภาค 2/3: โซนแนวรับแนวต้าน Demand Supply และ FVG · แตะเพื่อขยาย

ใน ภาค 1/3 เทรดตามเทรนด์ (EP38) เรารู้แล้วว่าตลาดกำลังไปทางไหน คำถามถัดมาที่ต้องตอบให้ได้คือ “ควรรอราคาเข้าที่ตรงไหน” เพราะนักเทรดจำนวนมากแพ้ตลาดด้วยสองเหตุผลหลัก คืออ่านเทรนด์ผิด และเข้าไม้ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม

แนวรับแนวต้านไม่ใช่เส้น แต่คือ “พื้นที่ของราคา” ที่อ่านได้จาก Demand – Supply Zone และ Fair Value Gap (FVG)
02Line S/R

ทำไมแนวรับแนวต้านแบบเส้น ใช้ไม่ได้เสมอ

แนวรับแนวต้านแบบเส้น (Line Support / Resistance) มีข้อจำกัดสำคัญ คือตลาดไม่ได้กลับตัวที่ “จุดเดียว” และราคามักทะลุเส้นเล็กน้อยก่อนกลับตัว ผลที่ตามมาคือ

ผลที่ 1
มือใหม่เข้าไม้เร็วเกินไป ทั้งที่ราคายังลงไม่ถึงพื้นที่จริง
ผลที่ 2
โดนไส้เทียนกิน SL บ่อย เพราะวาง SL ชิดเส้นเกินไป
ผลที่ 3
คิดว่าระบบไม่ดี ทั้งที่ปัญหาคือ “มุมมอง” ต่อแนวรับแนวต้าน

พื้นฐานการหาแนวรับแนวต้านหลายแบบและเหตุผลที่ราคาทะลุหรือเด้ง อ่านเพิ่มได้ที่ ความจริงของแนวรับแนวต้าน (EP26)

03Zone

แนวรับแนวต้าน คือ “โซน”

ในความเป็นจริง แนวรับแนวต้านคือพื้นที่ (Zone) ไม่ใช่เส้น เพราะตลาด

เหตุผล 1
ต้องใช้เวลาในการสะสมออเดอร์
เหตุผล 2
ต้องการพื้นที่สำหรับการจับคู่คำสั่งซื้อขาย
เหตุผล 3
แรงหลักที่ขยับราคามาจากผู้เล่นรายใหญ่ ซึ่งต้องทยอยเข้าออเดอร์เป็นช่วงราคา ไม่ใช่ราคาเดียว
04Demand

Demand Zone คืออะไร โซนแรงซื้อก่อนราคาพุ่ง

Demand Zone คือพื้นที่แนวรับที่เกิดจากแรงซื้อจำนวนมาก จนทำให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ลักษณะคือเกิดก่อนราคาขึ้นแรง มักเป็นช่วงราคาพักตัวสั้น ๆ (Base) ก่อนพุ่ง และเมื่อราคากลับมาแตะ มีโอกาสเกิดแรงซื้ออีกครั้ง

Demand Zone 2 ประเภท Rally Base Rally (RBR) และ Drop Base Rally (DBR)
Demand Zone 2 ประเภท: Rally Base Rally (RBR) และ Drop Base Rally (DBR) · แตะเพื่อขยาย
RBR · Rally Base Rally
1
ขึ้น → พัก → ขึ้น – ราคาวิ่งขึ้น พักตัวสั้น ๆ แล้วพุ่งต่อ เป็นโซนไปต่อตามเทรนด์ขาขึ้น
DBR · Drop Base Rally
1
ลง → พัก → ขึ้น – ราคาลงมา พักตัว แล้วพุ่งกลับขึ้นแรง เป็นโซนกลับตัวขึ้น
ตัวอย่าง Demand Zone บนกราฟจริง H4 และ H1 ราคาย่อกลับมาที่โซนแล้วขึ้นต่อ
ตัวอย่าง Demand Zone บนกราฟจริง: ราคาย่อกลับมาที่โซน H4 / H1 แล้วขึ้นต่อตามเทรนด์ · แตะเพื่อขยาย
05Supply

Supply Zone คืออะไร โซนแรงขายก่อนราคาร่วง

Supply Zone คือพื้นที่แนวต้านที่เกิดจากแรงขายจำนวนมาก จนทำให้ราคาถูกกดลงอย่างรุนแรง ลักษณะคือเกิดก่อนราคาร่วงแรง มักเป็นช่วงพักตัวสั้น ๆ ก่อนร่วง และเมื่อราคากลับมาแตะ มีโอกาสเกิดแรงขายอีกครั้ง

Supply Zone 2 ประเภท Drop Base Drop (DBD) และ Rally Base Drop (RBD)
Supply Zone 2 ประเภท: Drop Base Drop (DBD) และ Rally Base Drop (RBD) · แตะเพื่อขยาย
DBD · Drop Base Drop
1
ลง → พัก → ลง – ราคาร่วง พักตัวสั้น ๆ แล้วลงต่อ เป็นโซนไปต่อตามเทรนด์ขาลง
RBD · Rally Base Drop
1
ขึ้น → พัก → ลง – ราคาขึ้นมา พักตัว แล้วร่วงกลับแรง เป็นโซนกลับตัวลง
ตัวอย่าง Supply Zone บนกราฟจริง H4 H1 และ M30 ราคาเด้งขึ้นมาที่โซนแล้วลงต่อ
ตัวอย่าง Supply Zone บนกราฟจริง: ราคาเด้งขึ้นมาที่โซน H4 / H1 / M30 แล้วลงต่อตามเทรนด์ · แตะเพื่อขยาย
06Example

ตัวอย่างตีโซน บนกราฟทองคำ H1

วิธีตีโซนที่นิยม คือหาแท่งพักตัว (Base) ก่อนแท่งวิ่งแรง แล้วตีกรอบจากปลายไส้ฝั่งนอกของ Base ถึงขอบตัวแท่งอีกฝั่ง ส่วน FVG ตีจากไส้ของแท่งที่ 1 ถึงไส้ของแท่งที่ 3

ตัวอย่างสมมติ · XAUUSD H1 ขาขึ้น

Demand Zone แบบ RBR

Base 2 แท่ง: Low 4,236 · ตัวแท่งสูงสุด 4,244
ตามด้วยแท่งเขียวยาว 4,245 → 4,266
โซน 4,236–4,244 กว้าง 8
ต่อจากตัวอย่างเดิม

Bullish FVG + จุด SL

High แท่งที่ 1 = 4,246 · Low แท่งที่ 3 = 4,252
FVG 4,246–4,252 อยู่ติดเหนือ Demand Zone
SL 4,233 ใต้โซนที่กว้างกว่า
!

FVG กับ Demand Zone อยู่ติดกันทำให้พื้นที่ 4,236–4,252 มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ยังไม่ใช่จุดเข้า เมื่อราคาย่อลงมาถึงโซน ให้รอสัญญาณยืนยันในไทม์เฟรมเล็กก่อน ซึ่งจะเรียนในภาค 3/3 ระหว่างนี้ทบทวนสัญญาณได้ที่ รูปแบบกราฟแท่งเทียน (EP37)

ข้อผิดพลาด 1
Buy ทันทีเมื่อราคาแตะ Demand
ข้อผิดพลาด 2
Sell ทันทีเมื่อราคาแตะ Supply
ความจริง
โซนบอกพื้นที่แนวรับแนวต้านที่มีนัยสำคัญ ไม่ได้บอกจุดเข้า
07FVG

Fair Value Gap (FVG) คืออะไร

FVG (Fair Value Gap) คือแนวรับแนวต้านที่เป็นช่องว่างระหว่างไส้เทียนแท่งที่ 1 กับแท่งที่ 3 ซึ่งเกิดเมื่อแท่งที่ 2 วิ่งเร็วเกินไปจนแรงซื้อแรงขายไม่สมดุล ตลาดมีธรรมชาติของการสร้างสมดุล (Rebalancing) ราคาจึงมักย้อนกลับมาเติมช่องว่างก่อนไปต่อ แต่ไม่ทุกครั้ง บางครั้งเติมแค่บางส่วน หรือวิ่งต่อไปเลย

หลายคนมองว่า FVG คือร่องรอยการเข้าออเดอร์ขนาดใหญ่ และ FVG มีหน้าที่เหมือน Demand Supply คือบอกพื้นที่แนวรับแนวต้าน ไม่ได้บอกจุดเข้า อ่านวิธีตีโซนละเอียดได้ที่ Fair Value Gap (EP6) หรือใช้ อินดิเคเตอร์ FVG ฟรี (EP36)

1. Bullish FVG FVG แบบส่งให้ปรับตัวขึ้น

Bullish FVG ช่องว่างระหว่างไส้เทียนแท่งที่ 1 และ 3 หลังราคาขึ้นแรง
Bullish FVG: ราคาขึ้นแรงจนเกิดช่องว่างระหว่างไส้แท่งที่ 1 และ 3 เมื่อย้อนกลับมามีโอกาสเจอแรงซื้อคงค้าง · แตะเพื่อขยาย
ตัวอย่าง Bullish FVG H1 บนกราฟจริง ราคาย่อกลับมาทดสอบโซน FVG ตามเทรนด์ขาขึ้น
ก่อน: ราคาย่อกลับมาทดสอบ FVG H1 ในเทรนด์ขาขึ้น · แตะเพื่อขยาย
ตัวอย่าง Bullish FVG H1 หลังราคาทดสอบโซนแล้วปรับตัวขึ้นต่อ
หลัง: ราคาทดสอบโซนแล้วปรับตัวขึ้นต่อ · แตะเพื่อขยาย

2. Bearish FVG FVG แบบส่งให้ปรับตัวลง

Bearish FVG ช่องว่างระหว่างไส้เทียนแท่งที่ 1 และ 3 หลังราคาลงแรง
Bearish FVG: ราคาลงแรงจนเกิดช่องว่างระหว่างไส้แท่งที่ 1 และ 3 เมื่อเด้งกลับมามีโอกาสเจอแรงขายคงค้าง · แตะเพื่อขยาย
ตัวอย่าง Bearish FVG H1 บนกราฟจริง ราคาเด้งขึ้นมาทดสอบโซนในเทรนด์ขาลง H4
ก่อน: ราคาเด้งขึ้นมาทดสอบ FVG H1 ในเทรนด์ขาลง H4 · แตะเพื่อขยาย
ตัวอย่าง Bearish FVG H1 หลังราคาทดสอบโซนแล้วปรับตัวลงต่อ
หลัง: ราคาทดสอบโซนแล้วปรับตัวลงต่อ · แตะเพื่อขยาย
08Summary

ตารางสรุป โซนแนวรับแนวต้าน 6 แบบ

โซนเกิดจากใช้ทำอะไรระวัง
Demand RBRขึ้น → พัก → ขึ้นรอ Buy ตามเทรนด์ขาขึ้นโซนที่ถูกทดสอบหลายครั้งจะอ่อนลง
Demand DBRลง → พัก → ขึ้นจุดสังเกตการกลับตัวขึ้นสวนเทรนด์เดิม ต้องรอโครงสร้างเปลี่ยน
Supply DBDลง → พัก → ลงรอ Sell ตามเทรนด์ขาลงโซนที่ถูกทดสอบหลายครั้งจะอ่อนลง
Supply RBDขึ้น → พัก → ลงจุดสังเกตการกลับตัวลงสวนเทรนด์เดิม ต้องรอโครงสร้างเปลี่ยน
Bullish FVGช่องว่างไส้แท่ง 1–3 ขาขึ้นพื้นที่รอราคาย่อในขาขึ้นไม่ได้ถูกเติมทุกครั้ง
Bearish FVGช่องว่างไส้แท่ง 1–3 ขาลงพื้นที่รอราคาเด้งในขาลงไม่ได้ถูกเติมทุกครั้ง
บทสรุปโซนแนวรับแนวต้าน Demand Supply และ FVG บอกพื้นที่รอราคา ไม่ได้บอกจุดเข้า
บทสรุป: แนวรับแนวต้านที่แท้จริงคือโซน ใช้ร่วมกับเทรนด์เสมอ · แตะเพื่อขยาย

EP38 บอกว่าควรอยู่ฝั่งไหน EP39 บอกว่าควรรอราคาที่ไหน

ภาคสุดท้ายของชุดสรุปเข้าใจง่ายจะพาไปดูการสะสมแรงและการหาจุดเข้าเมื่อราคามาถึงโซน ระหว่างนี้ฝึกตีโซนย้อนหลังด้วย Bar Replay (EP34) หรือใช้ อินดิเคเตอร์ตีโซนฟรี (EP16) ช่วยเช็ก ทบทวนพื้นฐานโซนได้ที่ Demand & Supply Zone (EP5)

09FAQ

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ โซนแนวรับแนวต้าน

แนวรับแนวต้านแบบโซนคืออะไร ต่างจากแบบเส้นยังไง?

แนวรับแนวต้านแบบโซนคือการมองแนวรับแนวต้านเป็นช่วงราคา ไม่ใช่ราคาเดียว เพราะตลาดต้องใช้พื้นที่ในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย ราคาจึงมักทะลุเส้นเล็กน้อยก่อนกลับตัว การมองเป็นโซนช่วยให้วาง Stop Loss นอกพื้นที่ได้ถูกต้อง ลดการโดนไส้เทียนกิน SL

Demand Zone กับ Supply Zone คืออะไร?

Demand Zone คือพื้นที่แนวรับที่เกิดก่อนราคาพุ่งขึ้นแรง แสดงว่ามีแรงซื้อจำนวนมากในบริเวณนั้น ส่วน Supply Zone คือพื้นที่แนวต้านที่เกิดก่อนราคาร่วงแรง แสดงว่ามีแรงขายจำนวนมาก เมื่อราคากลับมาที่โซนอีกครั้งจึงมีโอกาสเจอแรงซื้อหรือแรงขายเดิม

RBR DBR DBD RBD คืออะไร?

เป็นชื่อเรียกรูปแบบโซนตามทิศทางก่อนและหลังช่วงพักตัว (Base) Demand มี 2 แบบคือ Rally Base Rally (RBR) และ Drop Base Rally (DBR) ส่วน Supply มี 2 แบบคือ Drop Base Drop (DBD) และ Rally Base Drop (RBD) RBR กับ DBD เป็นโซนไปต่อตามเทรนด์ ส่วน DBR กับ RBD เป็นโซนกลับตัว

ตีโซน Demand Supply ยังไง?

หาช่วงแท่งเทียนพักตัวสั้น ๆ (Base) ที่อยู่ก่อนแท่งวิ่งแรง แล้วตีกรอบจากปลายไส้ฝั่งนอกของ Base ถึงขอบตัวแท่งอีกฝั่ง Demand ตีจากไส้ล่างสุดถึงตัวแท่งด้านบน Supply ตีจากไส้บนสุดถึงตัวแท่งด้านล่าง โซนที่ราคายังไม่เคยกลับมาทดสอบมักมีน้ำหนักมากกว่า

FVG คืออะไร ราคาต้องกลับมาเติมทุกครั้งไหม?

FVG (Fair Value Gap) คือช่องว่างระหว่างไส้เทียนแท่งที่ 1 กับแท่งที่ 3 ที่เกิดเมื่อแท่งที่ 2 วิ่งแรงจนแรงซื้อแรงขายไม่สมดุล ราคามักย้อนกลับมาเติมช่องว่าง แต่ไม่ทุกครั้ง บางครั้งเติมแค่บางส่วนแล้วไปต่อ หรือวิ่งต่อโดยไม่กลับมาเลย

ราคาแตะโซนแล้ว Buy หรือ Sell ได้เลยไหม?

ไม่ควร Demand Supply และ FVG บอกแค่พื้นที่แนวรับแนวต้านที่มีนัยสำคัญ ไม่ได้บอกจุดเข้า ควรรอสัญญาณยืนยันในไทม์เฟรมเล็ก เช่น รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวหรือ Divergence และเทรดเฉพาะโซนที่ไปทางเดียวกับเทรนด์

ใช้ Demand Supply กับ FVG ร่วมกันยังไง?

ให้ดูเทรนด์ก่อน ขาขึ้นใช้ Demand Zone และ Bullish FVG ขาลงใช้ Supply Zone และ Bearish FVG ถ้าโซนทั้งสองซ้อนกันหรืออยู่ติดกัน พื้นที่นั้นมักมีน้ำหนักมากขึ้น และวาง SL นอกโซนที่กว้างกว่า

ดูบทเรียนทั้งหมดได้ที่ คอร์สเรียนเทรดฟรี พื้นฐานกราฟทองคำ

คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex, ทองคำ และ CFD ที่ใช้เลเวอเรจมีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด โซนแนวรับแนวต้านเป็นเครื่องมือประเมินความน่าจะเป็น ไม่รับประกันว่าราคาจะเด้ง ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างประกอบการศึกษา 1trader เป็นพาร์ทเนอร์ (IB) ของโบรกเกอร์บางราย และให้บริการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น